สัปดาห์นี้เราเดินทางมายัง 'ประเทศญี่ปุ่น' ประเทศที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมอันผสมผสานไปด้วยเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว

 

 

 

 

สถานที่แรกที่จะพาไปเยี่ยมชมกันก็คือ วัดที่เป็นสัญลักลักษณ์แห่งการเกิดใหม่ อย่าง 'วัดซากุสะ' หรืออีกชื่อหนึ่งว่า 'วัดเซนโซจิ' ซึ่งเป็นวัดที่เก่าแก่ที่สุดในโตเกียว

 

 

 

ด้วยความศักดิ์สิทธิ์ และเป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจของชาวญี่ปุ่น ทำให้วัดแห่งนี้เป็นเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่นักท่องเที่ยว

 

 

 

 

หลังจากเดินชมวัดจนทั่วแล้ว ที่ด้านนอก สองข้างทางก็ยังเต็มไปด้วยร้านค้ามากมายให้นักช็อปได้เพลิดเพลินไปกับร้านขายของหลากประเภท ทั้งของทานเล่น ของฝากให้เดินชมไปชิมไปเพลินๆ

 

 

 

 

 

 

เปลี่ยนบรรยากาศออกจากเขตวัดมาต่อกันที่ ‘กินซ่า’ ย่านการค้าชื่อดังแหล่งใหญ่ อันเสมือนสวรรค์ของนักช็อป เพราะนอกจากจะเป็นศูนย์รวมแฟชันแล้ว ยังละลานตาไปด้วยร้านแบรนด์เนมหรูมากมายเลยทีเดียว

 

 

 

 

 

หากเงินในกระเป๋ายังไม่หมดไปกับกินซ่า ไม่ไกลกันนี้ ยังมีตลาดที่เรียกได้ว่ามีทุกอย่างให้ซื้อหา ตั้งแต่ ผัก ผลไม้ ของสด ของแห้ง ขนมอร่อยๆ ไปจนถึงเสื้อผ้า และรองเท้า ไม่ต่างจากที่อื่น

 

 

 

 

 

 

 

และแล้วก็มาถึงไฮไลท์เด็ดของทริปนี้ ถ้าใครเบื่อที่จะท่องเที่ยวในย่านที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนและความวุ่นวายแล้ว ‘เมืองซาวาระ’ คือเมืองที่เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่มองหาความสงบมากกว่าแสงสี

 

 

 

 

 

ด้วยความที่เป็นเมืองเก่า ที่มีความสำคัญในการเป็นศูนย์กลางค้าข้าวในสมัยเอโดะ ทำให้เมืองซาวาระถูกขึ้นทะเบียนเป็นเมืองอนุรักษ์ุ ดังนั้นจึงจะเห็นได้ว่าเพียงแตะเท้าเข้าเขตเมือง ก็ราวกับย้อนอดีตหลงมาอยู่ในอดีตสมัยเอโดะไม่มีผิดเพี้ยน

 

 

 

 

นอกจากนี้ เมืองซาวาระ ยังเป็นเมืองอันเป็นที่พำนักของ 'โชกูงาวะ' โชกุนคนสำคัญที่รวบรวมแผ่นดินญี่ปุ่นเข้าเป็นปึกแผ่น ร่วมกับ 'อิโนะ ทาดาทากะ' ขุนพลคู่ใจ ผู้ออกแบบผังเมืองญี่ปุ่น ดังนั้นจึงไม่ต้องสงสัยในความสวยงามของเมืองซาวาระเลย เพราะเป็นเมืองที่วางผังสิ่งก่อสร้างได้เป็นระเบียบสุดๆ

 

 

 

เห็นเมืองสงบร่มรื่นขนาดนี้ แต่ที่นี่ก็มีทั้งพิพิธภัณฑ์ บอกเล่าความเป็นมาอันยาวนานของเมือง ร้านขายของที่ระลึก และอาหารข้างทางที่ดำรงไว้ด้วยกลิ่นอายของความเป็นเมืองเก่าอย่างเต็มเปี่ยมอีกด้วย รับรองใครที่ชอบท่องเที่ยวซึมซับบรรยากาศเก่าๆ ต้องชอบเมืองนี้แน่นอน

 

 

 

 

 

ถ้ายังไม่จุใจ และพอมีเวลาเหลืออีกสัก 30 นาที แนะนำล่องเรือชมเมืองที่คลองซาวาระ คลองสายยาวที่ทำให้เห็นทั้งเมืองได้โดยรอบ ลองจินตนาการว่าได้ล่องเรือชิลๆ พร้อมดื่มด่ำบรรยากาศความโบราณของญี่ปุ่นแท้ๆ แบบชิลๆ สิ

 

 

 

 

 

ถึงตรงนี้ หากใครได้ติดตามลีลามีทริปญี่ปุ่นครั้งก่อนๆ คงพอจะจำได้ แต่ใครที่พลาดไป ก่อนจะปิดทริปญี่ปุ่นนี้ เรามาสรุปกัน อย่างที่ทราบกันไปแล้วว่า เมืองซาวาระเป็นบ้านของ อิโนะ ทาดาทากะ ทางการจึงเก็บรักษาบ้านของท่านไว้อย่างดี เป็นเหมือนโบราณสถานคู่เมือง ซึ่งภายในตัวบ้านก็แสดงให้เห็นลักษณะชีวิตความเป็นอยู่ของคนในยุคนั้นไว้อย่างครบถ้วน

 

 

 

 

 

ช่วงเวลาที่ทุกคนรอคอยมาถึงแล้ว เที่ยวมาตั้งนานก็ต้องพักทานอาหารกันหน่อย หลายคนคงอยากทราบว่าที่นี่มีของอะไรอร่อยบ้าง โดยในครั้งนั้นเราพาไปทานชาบูร้อนๆ แบบต้นตำรับสไตล์ญี่ปุ่นแท้ ซึ่งขอบอกเลยว่า เรื่องอาหาร ประเทศญี่ปุ่นไม่เคยทำให้ผิดหวังเลยจริงๆ

 

 

 

 

 

ไม่ไกลกันนี้ มีน้ำตก 'เคกอน' เราจึงไม่พลาดจะไปเยี่ยมชมความงดงามของธรรมชาติ ซึ่งสีสันของสถานที่แห่งนี้อยู่ในช่วงฤดูหนาว ที่หากใครมาถูกช่วงก็จะได้ชมน้ำตกกลายเป็นหิมะสะท้อนแสงสีชมพูและฟ้าอย่างสวยงามตามแสงที่สาดส่องมา ไม่เพียงเท่านี้ ถ้ามองไปรอบๆ บริเวณน้ำตกก็จะพบกับดอกซากุระป่าสีชมพูสวย ที่ขึ้นเองตามเชิงเขา

 

 

 

 

ยังไม่จบเรื่องอาหาร ในครั้งนั้น เราได้แวะไปกันที่จังหวัด ‘อิบารากิ’ ซึ่งที่นั่นก็มีของอร่อยไม่แพ้เมืองไหนๆ ไม่ว่าจะเป็น ปลาโทโกโร่ กุ้ง หมึก ปู หมูสามชั้น เนื้อวัวฮิตาชิ ซึ่งเป็นวัวพันธุ์พื้นเมือง ทานคู่กับข้าวตุ๋นซุป ที่หากใครได้ทานเป็นต้องติดใจในความสดและความใส่ใจในการปรุงทุกราย

 

 

 

 

 

 

 

 

ส่วนใครชอบของสด ไม่ควรพลาด ‘ตลาดปลา’ เพราะของสดที่นี่เรียกได้ว่าสดจริงๆ ถึงขนาดว่ายืนทานกันสดๆ ตรงนั้นได้เลย

 

 

 

 

จบกับเรื่องอาหารแล้ว มาถึงจังหวัดอิบารากิทั้งที ก็ต้องแวะชมเทศกาล ‘ฟูจิชิบะซากุระ’ ที่สวน ‘ฮิตาชิ ซีไซด์’ กันหน่อย ซึ่งมองจากที่ไกลๆ ก็รับรู้ได้ถึงความอลังการแแล้ว เพราะดอกไม้หลากสีหลายพันธุ์เหล่านี้ถูกปลูกอยู่บนพื้นที่กว่า 1,170 ไร่ รอบภูเขาฟูจิ แถมยังจัดสรรค์สีสันของดอกไม้ที่จะขึ้นอย่างสวยงามอีกด้วย

 

 

 

 

 

นอกจากความหลากหลายของดอกไม้ที่ถูกปลูกอย่างประณีตแล้ว ที่สวนแห่งนี้ ยังมีทุ่งสีฟ้า ที่กินพื้นที่กว่า 21 ไร่

 

 

 

 

ทุ่งสีฟ้าที่ว่านี้คือ 'ดอกเบบี้บลูอายส์' หรือชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า 'เนโมฟีลา' ดอกไม้ขนาดเล็กสีฟ้า-ขาว โดยมากกลีบมีลักษณะเรียงกัน 5 กลีบ

 

 

 

ตระการตากับดอกไม้สีฟ้าสดใสแล้วก็ไปชมดอกไม้สีชมพูหวานกันบ้าง เจ้าดอกสีชมพูนี้ มีชื่อว่า 'ฟูจิชิบะซากุระ' หรือที่คนไทยเรียก 'พิงค์มอส' แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า ส่วนนี้จัดแสดงประมาณ 45 วัน ต่อปีเท่านั้น ซึ่งในปีนี้ เริ่มตั้งแต่ 16 เม.ย.-29 พ.ค.

 

 

 

 

เป็นอันจบทริปในประเทศเล็กๆ ที่สุดแสนวิเศษแห่งนี้อย่างเป็นทางการ ครั้งหน้าจะไปที่ไหน อย่าลืมติดตามชมลีลามี รายการที่จะพาคุณไปท่องเที่ยวทั่วโลกแบบพรีเมี่ยม

 

 

 

ชมตลิปท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นเพิ่มเติม

 

 

ตอนเที่ยวเทศกาลชิบะซากูระ ฟูจิซังและตะลุยกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น http://bit.ly/2cl7kRQ

ตอนเที่ยวจังหวัดอิบารากิ ประเทศญี่ปุ่น : http://bit.ly/2cl7kRQ

ตอนเที่ยวแหล่งกำเนิดอารธรรมเก่าแก่เมืองนิกโก้ สนุกกับหมู่บ้านเอโดะวันเดอร์แลนด์ ประเทศญี่ปุ่น : http://bit.ly/2cKquRD

ตอนเที่ยวประเทศญี่ปุ่น : http://bit.ly/2c6tbvm

ตอน เยือนสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ เมืองโคยะซัง ประเทศญี่ปุ่น : http://bit.ly/2cTkACg

ลีลามี
ลีลามี รายการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม ที่จะพาคุณผู้ชมออกไปสัมผัสการเดินทางกับลีลาที่เป็นตัวคุณ ลีลาเฉพาะตัว ดูแลกันและกัน แตกต่างไม่เหมือนใคร ออกอากาศทุกวันเสาร์ เวลา 12.00 - 13.00 น. ทาง Family ช่อง13

Comments

comments