แชร์โพสนี้

  บินลัดฟ้าจากเมืองไทยมุ่งหน้าสู่ประเทศอินโดนีเซียเป็นเวลา 2 ชั่วโมงเศษ นั่งรถออกมาอีกหน่อย และตอนนี้พวกเราก็มาอยู่ที่บาหลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเกาะบาหลีเป็นสถานที่ในฝันของใครหลายคน ที่อยากจะมาเที่ยวชมสักครั้งในชีวิต ดินแดนที่มีธรรมชาติสวยงาม เต็มไปด้วยความเชื่อและมีวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมายาวนานจนถึงทุกวันนี้

  สำหรับสถานที่แรกที่จะพาท่านผู้ชมมาเที่ยวในวันนี้ก็คือ สวนวิษณุการูด้า (GWK Garuda Wisanu Kencana) ดินแดนแห่งความศรัทธา โดยผู้คนที่บาหลีส่วนใหญ่จะนับถือศาสนาฮินดู และมีความเชื่อเรื่องพระวิษณุ ผู้ที่มาปกป้องโลก ปกป้องประชาชน ส่วนชื่อการูด้านั้น คือ พญาครุฑ เป็นพาหนะของพระวิษณุไว้ใช้เดินทางตามความเชื่อ ความศรัทธาของศาสนาฮินดู ที่มีมานานมากกว่า 20 ปี และเป็นชุมชนฮินดูกลุ่มสุดท้ายที่อยู่ในประเทศอินโดนีเซีย

  อุตส่ามาเกาะบาหลีทั้งที  ถ้าไม่ได้มาที่นี่แสดงว่ามาไม่ถึงบาหลี และสถานที่ต่อมาเราจะพาไปเยี่ยมชมคือ วัดอูลูวาตู ถูกสร้างขึ้นเมื่อศตววษที่ 10 โดยนักบวชชาวฮินดูในสมัยนั้น โดยเชื่อกันว่าสถานที่แห่งนี้เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และบริสุทธิ์ที่จะสามารถสื่อสารกับพระเจ้าของชาวฮินดูได้ ถือเป็นสถานที่ที่อยู่ใต้สุดของเกาะบาหลี มีความมหัศจรรย์และความสวยงาม สำหรับใครที่จะมาเที่ยวบาหลี บอกเลยว่าไม่ควรพลาดที่จะมาที่แห่งนี้ 
  เดินลัดเลาะตามชายทะเล ผ่านจุดชมวิวสวยๆของช่วงเย็น เพื่อมาชมการแสดง ซึ่งมีความพิเศษอยู่ตรงที่ฉากหลังจะเป็นพระอาทิตย์ตกน้ำ โดยชายฉกรรจ์ 50 คน และการแสดงที่เรากำลังชมอยู่นั้นมีชื่อเรียกว่า เกจั๊ก ซึ่งได้นำเอาเรื่องเราวส่วนหนึ่งมาจากวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ โดยนำมาถ่ายทอดเป็นรูปแบบของศิลปะพื้นเมืองถือได้ว่า เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ที่น่าประทับใจของที่นี่กันเลยทีเดียว
 
 
 
 
 
 หลังจากที่ชมการแสดงจนเสร็จ เราก็ได้มาดินเนอร์ริมทะเลที่ชายหาดจิมบารัน ซึ่งเป็นหาดเดียวที่สามารถอนุญาตให้นักท่องเที่ยวรับประทานอาหารริมชายหาดได้ และที่นี่ก็ให้การต้อนรับพวกเราเป็นอย่างดี ต้อนรับอาหารริมทะเลด้วยด้วยน้ำมะพร้าวที่มาเป็นลูก ตามด้วยเมนูของคาวข้าวสวย ผัดผักบุ้ง บาร์บีคิวรวมมิตรทั้งหอย กุ้ง ปลาสารพัดอาหารทะเลมารวมอยู่ในจานเดียว แถมกลิ่นช่างหอมยั่วยวนชวนชิมจริงๆ พร้อมเพิ่มอรรถรสในการรับประทานอาหารด้วยเสียงดนตรีเคล้าเสียงคลื่นทะเล มันช่างเป็นช่วงเวลาที่เหมาะกับการรับประทานอาหารท่ามกลางบรรยากาศดีๆแบบนี้อย่างที่สุด
 
 
 
 นั่งชม บารองแดนซ์ การแสดงบารองที่ตื่นตาตื่นใจ เป็นการแสดงที่เอาความชั่วกับความดีมาสู้กัน ถือเป็นเรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับพระมหาจักรพรรดิ โดยเครื่องดนตรีที่ประกอบการแสดงส่วนใหญ่ จะเป็นประเภทเครื่องทองเหลืองคล้ายๆกับวงปี่พาทย์บ้านเรา เป็นอีกโชว์ที่สะท้อนถึงศิลปวัฒนธรรมบาหลีได้เป็นอย่างดี
  เกาะบาหลีแห่งนี้เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังแห่งความเชื่อและแรงศรัทธาที่ยิ่งใหญ่ แสดงออกอย่างเห็นได้ชัดด้วยสถาปัตยกรรมต่างๆ ซึ่งมีรูปร่างคล้ายกันทั้งเกาะ ถือเป็นเอกลักษณ์ประจำท้องถิ่นที่งดงามมากๆ
 
 
 
  และในตอนนี้เรามาอยู่กันที่ภูเขาไฟบาตูร์ ซึ่งเป็นภูเขาที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 ของบาหลี เกิดการระเบิดขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1963 แต่ยังดับไม่สนิทมีความสูงประมาณ 1,700 เมตร ถ้ามองไปเราจะสามารถเห็นผืนสีดำนั่นก็คือลาวาที่ไหลมาจากการที่ภูเขาไฟปะทุเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา ตอนนี้ได้เย็นตัวลงแล้ว แต่พื้นจะแข็งมาก ไม่สามารถปลูกอะไรได้เลย 
 
 
  หลังจากเมื่อคืนพวกเราพักกันอยู่ที่รีสอร์ทโลวิน่า อยู่ทางเหนือของเกาะบาหลี และเช้านี้เราตื่นกันแต่เช้าด้วยความตื่นเต้น ที่จะออกไปชมฝูงโลมาที่อยู่ท้องทะเล แทบจะอดใจไม่ไหวที่จะได้มาตามหาขุมทรัพย์กลางทะเลของประเทศอินโดนีเซีย ขุมทรัพย์ที่ว่าคือ ปลาโลมา นั่นเอง ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 5 ชนิด ถ้าเราโชคดีในวันนี้ เราอาจจะได้เจอฝูงโลมาครบทุกชนิดเลยก็เป็นได้ ช่างเป็นภาพที่น่าประทับใจมากๆ ที่ได้เห็นฝูงโลมาที่อยู่ในธรรมชาติ ออกมาอวดโฉมว่ายน้ำใกล้ๆเรือที่เรานั่ง และปรากฎตัวให้เราได้ชมอย่างใกล้ชิดแบบนี้ เป็นอะไรที่คุ้มค่ามากๆ เพราะเราต้องตื่นตั้งแต่ตี 4 เพื่อมาชมฝูงโลมาแหวกว่ายน้ำในท้องทะเลโดยเฉพาะ
 
 
 อีกหนึ่งขุมทรัพย์ของบาหลี และได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกคือ นาขั้นบันได จาตีลูวาห์ เป็นการออกแบบที่สวยงามและยังคงอนุรักษ์ในการทำการเกษตร เป็นสมบัติที่คงไว้ให้รุ่นลูกรุ่นหลานได้สานต่อและอนุรักษ์มรดกชิ้นนี้ให้คงอยู่สืบไป
 
 
  มาถึง วัดกัว-กาจา (วัดถ้ำช้าง) มีความเด่นอยู่ตรงแผ่นหินแกะสลักอยู่ตรงปากทางเข้าถ้ำ ซึ่งถ้ามองดูดีๆ จะเห็นเป็นใบหน้าคล้ายกับช้าง ชาวบาหลีเชื่อกันว่าเป็นปากของปีศาจร้าย ภายในถ้ำจะมีรูปปั้นต่างๆ ตามความเชื่อของศาสนาฮินดู นอกจากนี้ที่นี่ยังมีสระน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวบาหลีเชื่อกันว่า ถ้าใครอยากมีลูก ให้มาดื่มหรือมาอาบน้ำที่นี่ก็จะได้มีลูกสมปรารถนากันเลยล่ะครับ
 

  สถานที่สุดท้าย วัดกูนุงกาวี เป็นอนุสรณ์สถาน สร้างขึ้นเพื่อเป็นสัญลักษณ์ระลึกถึงความทรงจำของราชวงศ์บาหลียุคศตวรรษที่ 11 โดยการแกะสลักหินภูเขาที่มีขนาดใหญ่ สูงและสวยงามมากๆ ซึ่งเราก็ได้อยู่รอเพื่อที่จะทำพิธีโดยใช้น้ำมนต์ศักดิ์สิทธิ์ที่เป็นน้ำแร่กลางทะเล เพื่อความเป็นสิริมงคล ความโชคดี เขาว่ากันว่าที่แห่งนี้หากน้ำทะเลขึ้นจะไม่สามารถเข้ามาถึงได้ นับเป็นความโชคดีที่ตอนเรามานั้นเป็นช่วงน้ำลงพอดี พวกเราเลยได้นำบุญกลับบ้านไปฝากท่านผู้ชมให้มีแต่ความโชคดีเข้ามาในชีวิตตลอดไป
 
ลีลามี

ลีลามี รายการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม ที่จะพาคุณผู้ชมออกไปสัมผัสการเดินทางกับลีลาที่เป็นตัวคุณ ลีลาเฉพาะตัว ดูแลกันและกัน แตกต่างไม่เหมือนใคร ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 22.00-23.00 น. ทาง SD ช่อง 28