แชร์โพสนี้

                ลีลามี สัปดาห์นี้ ยังอยู่เที่ยวที่กรุงสตอกโฮล์ม เมืองหลวงที่มีความสวยงามแห่งหนึ่งของโลก เมืองใหญ่เป็นอันดับ 4 ของยุโรป และเป็นหนึ่งใน 3 กลุ่มประเทศแถบสแกนดิเนเวีย สำหรับที่แรกพามาเที่ยว The City Hall Stockholm นอกจากจะมีสถาปัตยกรรมของตัวอาคารที่สวยงามแล้ว ยังมีวิวทิวทัศน์บรรยากาศโดยรอบสวยงามไม่แพ้กัน ใช้เวลาสร้างถึง 12 ปี ใช้เป็นสถานที่ในการมอบรางวัลโนเบล รางวัลอันทรงเกียรติและทรงคุณค่าของโลก 
 
 
 
 
              ด้านในอาคาร City Hall ดูมีมนต์เสน่ห์ อิฐสีแดงอันทรงพลัง ทำให้ที่นี่สวยงามประทับใจ ในห้องโถง (Blue Room) ตกแต่งประดับประดาสวยงามด้วยศิลปะใหม่ในศตวรรษที่ 20 โดยใช้วัตถุ หินอ่อน อิฐ ในสวีเดน ใช้เป็นสถานที่จัดงานเลี้ยงหลังพิธีมอบรางวัลโนเบล สามารถเช่าจัดงานได้ 
 
 
 
             ขึ้นบันไดมาจะพบอีกห้องเป็น ห้องทองคำ (Golden Room) ที่ตกแต่งด้วยทองคำที่เป็นโมเสคถึง 18 ล้านชิ้น! นอกจากนี้ยังประดับเสริมด้วยกระจก แก้ว เพิ่มลงไป ห้องนี้ได้รับการออกแบบโดยนักออกแบบที่มีอายุน้อยประมาณ 25-26 ปี และใช้เวลาเนรมิตสร้างถึง 2 ปี ผลงานศิลปะในห้องนี้จะแสดงถึงประวัติศาสตร์และบุคคลสำคัญของสวีเดน รวมไปถึงเทพธิดาแม่น้ำ และห้องทองคำนี้ใช้สำหรับจัดงานเต้นรำ และงานรื่นเริงหลังจากรับประทานอาหารในงานเลี้ยงเสร็จแล้ว 
 
 
 
 
 
               เดินต่อมาเป็นห้อง City Council Chamber ที่นักการเมืองสตอกโฮล์ม จะมาประชุมทุกวันพฤหัสที่สามของเดือน มีสมาชิกทั้งหมด 101 นั่งรวมกันที่นี่ ร่วมกันตัดสินใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในสตอกโฮล์ม เหล่าสมาชิกปฏิบัติอย่างนี้มาตั้งแต่ปี ค.ศ.1921 การตกแต่งเพิ่มเติม เกิดขึ้นในปี ค.ส.1923 นอกจากนี้ยังมีโซนที่นั่งสื่อมวลชนที่สามารถเข้ามานั่งได้และสามารถบันทึกภาพการประชุม ส่วนห้องตรง้ามจะเป็นห้องที่ประชาชนทั่วไทยสามารถเข้ามาเพื่อฟังการประชุมได้ สิ่งพิเศษของห้องนี้คือเพดาน ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงศิลปะแบบสวีเดน ซึ่งศิลปินชาวสวีเดนวาดด้วยมือ 
 
 
 
 
              ส่วนห้อง Gallery of the Prince ซึ่งเป็นหนึ่งในห้องจัดแสดงที่สำคัญที่สุดของเรา เป็นที่ที่เราจัดงานเลี้ยง ที่เรียกว่าห้อง Gallery of the Prince เนื่องจากเจ้าชายเป็นคนลงสีที่ผนังด้วยพระองค์เอง พระองค์มีพระนามว่าเจ้าชายยูจีน ซึ่งเป็นพระอนุชาของพระมหากษัตริย์ในเวลานั้น พระองค์ตัดสินใจที่จะวาดภาพให้เป็นของขวัญแก่กษัตริย์ด้วยศิลปะแบบ Frisco บนกำแพงที่นี่ ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของวิวที่มองออกไปนอกหน้าต่าง โดยทฤษฎีแล้วไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงฝั่งไหนของกำแพง ก็จะเห็นวิวที่สวยวิวเดียวกัน 
 
 
 
 
             แวะมาชมทัศนียภาพของเมืองสตอกโฮล์ม ใช้วิถีแบบสไลว์ไลฟ์แบบชาวสวีดิช สัมผัสบรรยากาศอันแสนสบาย และพามาฝากท้องกันหน่อยที่ร้าน Fem Sma Hus แปลว่าบ้านเล็กๆห้าหลัง หรือ Five Small Houses มีอายุกว่า 400 ปี ตั้งอยู่ใจกลางย่านเมืองเก่าในเขตพระราชทาน ใกล้พระราชวัง ตัวภัตตาคารเป็นลักษณะอาคารโบราณ ภายในบรรยากาศสุดแสนจะโรแมนติก เสิร์ฟเมนูอาหารแบบสวีดิชแท้ๆ เป็นมื้ออาหารที่คลาสสิคอีกมื้อที่ควรจะมาลิ้มลอง นอกจากนี้ที่สตอกโฮล์ม ร้านอาหารไทยได้รับความนิยมในที่นี่เป็นอย่างมาก มีอีกหนึ่งร้านอาหารไทยที่ควรแวะมานั่นคือ HOT HOUSE OF TASTE 
 
 
 
 
 
 
           ที่ต่อมาพาเดินชม พิพิธภัณฑ์เรือวาซ่า (Vasa Museum) ซึ่งใช้เก็บเรือรบหลวงวาซ่า ที่แห่งนี้สะท้อนถึงความสำเร็จในการต่อเรือรบหลวงของสวีเดนถึง 2 ปี และใช้เงินจำนวนมหาศาล พร้อมกับอธิบายเรื่องราวความสำเร็จและความล้มเหลวของการต่อเรือรบของสวีเดน และเรือรบวาซ่าที่กู้ขึ้นมาได้หลังจากที่ใช้เวลาต่อเรือถึง 2 ปี แล้วจมลงในใต้ทะเลถึง 300 ปี เป็นเรือไม้ที่มีความใหญ่โต มีทั้งหมด 5 ชั้น ยิ่งใหญ่ตระการตา สมกับเป็นเรือรบอันสวยงามในยุคสมัย ค.ศ.1628 
 
          สิ่งที่น่าสนใจของพิพิธภัณฑ์เรือรบวาซ่านี้คือแนวความคิดที่นำเอาเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ในหลายแง่มุม นำมาเสนอ โดยมีเรือรบวาซ่าเป็นศูนย์กลางของเรื่องราว โดยนำเสนอผ่านหุ่นจำลอง แผนที่ ภาพนตร์ และการนำเสนอผ่านคอมพิวเตอร์ เป็นพิพิธภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์และผสมผสานกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัวและเร้าใจเลยทีเดียว 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
ลีลามี

ลีลามี รายการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม ที่จะพาคุณผู้ชมออกไปสัมผัสการเดินทางกับลีลาที่เป็นตัวคุณ ลีลาเฉพาะตัว ดูแลกันและกัน แตกต่างไม่เหมือนใคร ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 22.00-23.00 น. ทาง SD ช่อง 28