แชร์โพสนี้

วันนี้จะพาทุกท่านบุกตอนกลางของแดนมังกรที่ได้ชื่อว่าเป็นแหล่งกำเนิดอารยธรรมโบราณที่สำคัญของชาติจีน นั่นคือ ลั่วหยาง (洛阳) เมืองหลวงแห่งแรกที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานที่สุด ทริปนี้เราจะได้พบกับโบราณสถานที่เห็นแล้วต้องทึ่ง เยือนถิ่นนักรบกวนอูแห่งสามก๊ก และชมวัดไทยแห่งเดียวในเมืองจีน ถ้าพร้อมแล้วก็มาเที่ยวไปด้วยกันเลย

ถ้ำผาหลงเหมิน (龙门石) 1 ใน 3 แหล่งประติมากรรมโบราณของจีน มีอายุราว 1,500 ปี ถ้ำแกะสลักนี้มีความยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ตั้งอยู่ระหว่างภูเขาทั้งทางด้านตะวันออกและตะวันตก มีแม่น้ำอี๋สุ่ยไหลผ่านตรงกลาง มองดูคล้ายประตูที่มีมังกรขนาบทั้งสองข้าง จึงได้ชื่อว่า ‘หลงเหมิน’ ที่มีความหมายว่า ‘ประตูมังกร’ นั่นเอง

 

ปัจจุบันยังคงหลงเหลือถ้ำผาแกะสลักอยู่จำนวน 2,100 กว่าคูหา โพรงแท่นบูชา 2,345 ช่อง ศิลาจารึกสลักอักษรจีนและหมายเหตุบันทึกต่าง ๆ อีก 3,600 กว่าหลัก รวมถึงเจดีย์พุทธกว่า 50 แห่ง และมีพระพุทธรูปสลักมากกว่า 100,000 องค์ โดยองค์ใหญ่นั้นสูง 17 เมตร ส่วนองค์เล็กสุดสูงเพียงแค่ 2 ซ.ม. เท่านั้น ด้วยความมหัศจรรย์ที่มนุษย์สรรค์สร้างขึ้นนี้ จึงทำให้ถ้ำผาหลงเหมินได้รับการลงทะเบียนเป็นมรดกโลก เมื่อปี พ.ศ. 2543

เมื่อเข้ามาชมใกล้ๆ จะเห็นศิลปะพุทธแบบจีน ทำให้รับรู้อิทธิพลของพระพุทธศาสนาที่เข้ามาในประเทศจีนในยุคแรก

 

ลัดเลาะโพรงแท่นบูชามาเรื่อย ๆ ในที่สุด เราก็มาถึงจุดไฮไลท์ของที่นี่นั่นคือ ‘พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ’ ซึ่งเป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของถ้ำหลงเหมิน มีความสูง 17.14 เมตร เลยทีเดียว

หากสังเกตดูดี ๆ จะพบว่าพระพักตร์ของพระพุทธรูปมีลักษณะคล้ายกับจักรพรรดินีองค์เดียวของจีน นั่นคือ พระนางบูเช็กเทียน ฮ่องเต้หญิงองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน นั่นก็เพราะพระนางได้เป็นผู้สานต่อภารกิจแกะสลักพระพุทธรูปในถ้ำหลงเหมินจากฮ่องเต้องค์ก่อนหน้า จนกลายมาเป็นสิ่งมหัศจรรย์ฝากไว้คู่เมืองลั่วหยางจนถึงปัจจุบัน

เมื่อมองจากด้านนอก จะได้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และงดงาม สมเป็นมรดกโลกอย่างแท้จริง

จากนั้นไปตามรอยตำนานสามก๊ก สักการะศาลเจ้ากวนอู มหาเทพผู้ยิ่งใหญ่แห่งความจงรักภักดี คุณธรรม และความกล้าหาญ

โดยก่อนจะถึงสถานที่ประดิษฐานเทพเจ้ากวนอู จะเจอสิงโตขนาบทั้งสองข้าง รวมทั้งหมด 108 ตัว ซึ่งแต่ละตัวจะมีหน้าตาไม่เหมือนกัน

เมื่อเดินเข้าไปในศาล จะพบรูปปั้นของเทพเจ้ากวนอูขนาดใหญ่และทหารคู่กายขนาบทั้งสองข้าง ให้ผู้คนที่เคารพนับถือได้สักการบูชา นอกจากนี้ รอบ ๆ ห้องยังมีภาพจิตรกรรมฝาผนัง เล่าเรื่องราวการสู้รบของเทพเจ้ากวนอูอีกด้วย

เดินมาอีกนิด ที่ตำหนักใกล้ ๆ กัน จะเป็นที่ประดิษฐานของเทพเจ้ากวนอูเช่นกัน แต่อยู่ในปางนักรบหน้าแดง ดูขึงขังดุดัน

และยังมีตำหนักแสดงภาพอิริยาบถต่าง ๆ ของเทพเจ้ากวนอูให้ชมด้วย

ก่อนจะเข้าสุสานที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ฝังพระเศียรของเทพเจ้ากวนอู ก็ต้องแลกเหรียญหยวนกันก่อน โดยต้องแลกเซตละ 50 หยวน ซึ่ง 12 หยวนแรก หมายถึง 1 ปี มี 12 เดือน และอีก 38 หยวน ก็มีความหมายถึง มนุษย์ จากนั้นนำเหรียญที่แลกมาไปหยอดตรงประตูสุสาน เป็นการทำบุญเสริมสร้างบารมีตามความเชื่อ

 

ออกจากสุสานเทพกวนอูก็ไปกันต่อที่ วัดไป๋หม่าซื่อ (白馬寺) หรือวัดม้าขาว อันเป็นต้นกำเนิดพุทธศาสนาในจีน เนื่องจากเป็นที่อยู่ของพระสงฆ์แห่งแรก และเป็นที่กำเนิดพระคัมภีร์เล่มแรก รวมถึงเป็นสถานที่บวชพระรูปแรกของจีนอีกด้วย โดยเป็นสถานที่ที่พระถังซัมจั๋งเคยมาจำพรรษา ก่อนจะออกเดินทางไปจารึกแสวงบุญยังประเทศอินเดียนั่นเอง

ภายในวัดประกอบด้วยวิหารมากมาย อันเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปต่าง ๆ เช่น พระศรีศากยมุนี เจ้าแม่กวนอิม พระไวโรจนพุทธ และพระสังกจาย เป็นต้น

ถือเป็นแหล่งหนึ่งที่รวบรวมพระพุทธศาสนามาจากทั่วโลกเลยทีเดียว

รวมถึงพระพุทธศาสนาของประเทศไทยเราด้วย ที่ได้เป็นวัดไทยวัดแรกและวัดเดียวที่มีอยู่ในจีน โดยเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อพระประธาน ซึ่งหล่อขึ้นที่ประเทศไทย ก่อนจะอัญเชิญมาทางเรือ

ปิดท้ายค่ำคืนนี้ที่ภัตตาคาร ลั่วหยางชือซีหยวน (Liu yang shui xi yuan) พาไปชิมอาหารลั่วหยางรสเลิศ

โดยเมนูจานเด็ดที่ทางร้านแนะนำ มีดังนี้ 

แป้งทอดลูกบอล
ต้มจืดเครื่องปรุงแปดชนิด (หรือที่เรียกว่า สิ่วสี)
ผัดมะเขือยาวพะโล้
หมูอบ
เป็ดย่าง
ไก่มะม่วงหิมพานต์

 

 

ลีลามี

ลีลามี รายการท่องเที่ยวระดับพรีเมี่ยม ที่จะพาคุณผู้ชมออกไปสัมผัสการเดินทางกับลีลาที่เป็นตัวคุณ ลีลาเฉพาะตัว ดูแลกันและกัน แตกต่างไม่เหมือนใคร ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดี เวลา 22.00-23.00 น. ทาง SD ช่อง 28