แชร์โพสนี้

 
      ภราดร ศรีชาพันธุ์ อดีตนักเทนนิสมือ 9 ของโลก ซึ่งถือว่าเป็นผู้ที่ประสบความสำเร็จที่สุดฐานะนักเทนนิสชาวไทย ในเวทีระดับโลก 
 
     เขาเคยได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทีพระตําหนักจิตรลดารโหฐาน ในวันที่ 14 พ.ย.2545 
 
       ภราดร ได้รับมอบเหรียญพระมหาชนกจากพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยรับสั่งว่าเหรียญพระมหาชนกเป็นสัญลักษณ์ของความเพียร นักกีฬาต้องมีความเพียร ถึงจะประสบความสำเร็จ เขาจึงได้น้อมนำพระราชดำรัสมาใช้ในการดำเนินชีวิตจนกระทั่งถึงทุกวันนี้
 
 
 
 
      ต่อมา ภราดรได้เข้าแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน 2013 และตามหลังคู่ต่อสู่อยู่ 0-2 เซต แต่ในช่วงพักการแข่งขัน เขาได้รับโทรศัพทร์จากพระราชเลขาส่วนพระองค์ ระบุว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงทอดพระเนตรการแข่งขันอยู่ พร้อมทั้งกล่าวให้กำลังใจ ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้สามารถพลิกสถานการณ์ กลับมาชนะคู่แข่ง 3-2 เซต และสร้างผลงานที่ดีที่สุดในการแข่งขันเทนนิสวิมเบิลดัน
 
      หลังจากนั้น ภราดร ทำผลงานคว้าแชมป์เอทีพีทัวร์ รายการที่ 3 และ 4 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณให้เข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อีกครั้งหนึ่ง พร้อมกับครอบครัวศรีชาพันธุ์ ที่พระตำหนักเปี่ยมสุข พระราชวังไกลกังวล
 
     ในครั้งนั้น พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงตรัสสอนหลายต่อหลายสิ่ง ที่แสดงออกถึงการเป็นกษัตริย์นักกีฬา ที่เป็นทั้งแบบอย่างของนักกีฬาและแบบอย่างของการใช้ชีวิต ที่ต้อง “รู้แพ้ รู้ชนะ รู้อภัย” 
 
 
 
 
   ทั้งนี้ โดยส่วนตัว ภราดร คิดว่าพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไม่ได้จากไปไหน เนื่องจากพระองค์ลงมาจากสวรรค์ เพื่อช่วยเหลือชาวไทย และตอนนี้ถึงเวลาที่พระองค์จะกลับไป ถึงอย่างไรพระองค์ท่านยังคงอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป จึงอยากให้ชาวไทยระลึกถึงพระกระแสรับสั่งและสิ่งต่าง ๆ ที่พระองค์ได้ทรงทำไว้ เพื่อสร้างแนวทางในการพัฒนาให้กับประเทศ ควรน้อมนำไปใช้ ให้เกิดสิ่งที่ดีในการดำเนินชีวิต

 

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.