แชร์โพสนี้

พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ ลงพื้นที่มายังบ้านของนางพิณนภา พฤกษาพรรณ หรือ นาง ‘มึนอ’ ภรรยาของนาย ‘บิลลี่’ ใน ต.ป่าเด็ง อ.แก่งกระจาน จ.เพชรบุรี เพื่อให้กำลังใจครอบครัว โดยเฉพาะภรรยาที่ต้องดูแลลูกๆ 5 คน ด้วยตัวเองเพียงลำพัง

รองอธิบดี กล่าวกับนางมึนอ เพื่อให้ความมั่นใจว่า ตนเองจะดูแลอย่างเต็มที่ ยืนยันจะทำคดีตรงไปตรงมา ไม่ช่วยเหลือคนผิดอย่างแน่นอน ที่ผ่านมา เห็นว่าดีเอสไอทุ่มเท ทำเต็มที่จนเจอพยานหลักฐาน

ทั้งนี้ ได้กำชับในการส่งคนมาดู ซึ่งขณะนี้มึนอ อยู่ในโครงการคุ้มครองพยานของดีเอสไอ รวมถึงมารดาของบิลลี่ นอกจากนี้ยังเร่งติดตามการเยียวยาให้กับครอบครัว โดยประสานให้กรมคุ้มครองสิทธิฯ เข้ามาดำเนินการ คาดว่าไม่เกิน 18 ก.ย. นี้ ทางกรมจะสามารถอนุมัติเงินมาให้ได้

ด้านนางมึนอ กล่าวกับรองอธิบดีดีเอสไอว่า ตนเองกังวลใจ และกลัวว่าจะมีผู้มีอิทธิพลเข้ามาแทรกแซงคดี ทำให้ทำงานยาก ไม่สะดวก ก็ขอให้เจ้าหน้าที่ทำงานโดยสะดวกปลอดภัย ก่อนที่นางมึนอจะกล่าวทั้งน้ำตาว่า ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าบิลลี่เสียชีวิตแล้ว

ด้านจนท.ของอุทยานเล่าว่า บริเวณนี้มีชาวบ้านทั้งไทยและกะเหรี่ยง นำเถ้ากระดูกมาลอยจริง แต่กลุ่มกะหรี่ยงจะไม่นำมาลอย ซึ่งหากดำน้ำลงไปจะพบว่าบริเวณใต้สะพานแขวนมีเศษกระดูกเยอะ และที่สำคัญถังน้ำขนาด 200 ลิตร ก็มีเยอะหลายใบในใต้น้ำ เพราะช่วงหนึ่งที่ซ่อมสะพานก็ใช้ถังลักษณะนี้เป็นทุ่นถ่วงสะพานไว้ พอซ่อมเสร็จก็ปล่อยทิ้งไว้ใต้น้ำ ไม่ได้เก็บขึ้นมา เช่นเดียวกับเส้นลวดที่พบ ก็มีลักษณะคล้ายกับลวดสลิงที่เคยใช้ซ่อมสะพานเช่นกัน ส่วนวันที่ จนท.ดีเอสไอมาลงพื้นที่นั้น แจ้งว่าจะมาฝึกดำน้ำ และก็มาพบถังที่มีเศษกระดูกของบิลลี่

ส่วนชาวบ้านที่อาศัยย่านนี้ต่างระบุว่า หากเป็นกลุ่มคนร้ายที่ฆ่าบิลลี่ คงไม่เอาศพมาทิ้งแถวนี้ เพื่อให้เป็นที่สงสัยหรือจับได้ แต่ก็แปลกใจว่า เวลาผ่านมานานทำไมถึงเพิ่งเจอ ซึ่งเรื่องการเสียชีวิตของบิลลี่นี้ ก่อนจะหายตัวไปลึกลับ ก็พบว่า คนสุดท้ายที่อยู่กับบิลลี่ คือจนท.อุทยาน ที่จับกุมบิลี่ฐานเข้าไปเก็บน้ำผึ้งในป่า และจนท.ยืนยันว่าปล่อยตัวบิลลี่ไปแล้วโดยไม่ได้เนินคดีเพราะน้ำผึ้งมีไม่มากจึงตักเตือน

ด้านนายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษรผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์(สบอ.) 9 อุบลราชธานี อดีตเป็นหัวหน้าอุทยานแก่งกระจาน เปิดเผยทางโทรศัพท์ว่า หลังจากที่ DSI พบหลักฐานใต้สะพานแขวนภายในพื้นที่อุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน จ.เพชรบุรี ซึ่งบริเวณสะพานดังกล่าวไม่ใช่พื้นที่ปิดอย่างที่มีการให้ข่าวว่าไม่มีใครเข้าไปได้ เพราะพื้นที่นั้นอยู่ห่างจากที่ทำการอุทยานราว 700 เมตร ถึง 1 กิโลเมตร เท่านั้น และไม่ใช่จุดลับตาคน พื้นที่นี้เป็นพื้นที่เปิดและเป็นแหล่งท่องเที่ยว นักท่องเที่ยวสามารถเข้าไปทำกิจกรรมทุกอย่างได้ และมีบ้านพักสำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 6-7 หลัง

“ตนมีภาพถ่ายทางอากาศเมื่อปี 2558-2559 ระหว่างเดือนมีนาคมถึงเดือนกันยายน ซึ่งน้ำใต้สะพานบริเวณซึ่งมีการอ้างว่าเป็นที่เกิดเหตุนั้น ไม่มีน้ำอยู่เลยมีชาวบ้านเดินข้ามไปข้ามมาได้โดยไม่ต้องใช้สะพาน อีกทั้งยังมีเครื่องจักรหนักอยู่บริเวณใกล้เคียงด้วย เพราะมีการทำถนนลาดยาง

อยากจะขอความเป็นธรรมจากสังคมว่าอย่าตัดสินอะไรจากการฟังความข้างเดียว อย่างไรก็ตามผมก็พร้อมจะแสดงความบริสุทธิ์ใจ และต่อสู้เพื่อความเป็นธรรมให้กับตัวเอง” นายชัยวัฒน์ กล่าว

ส่วนสภาพถัง 200 ลิตรที่พบนั้น นายชัยวัฒน์ตั้งข้อสังเกตว่า หากเรานำถังทั่วไปมาวางกับพื้นทิ้งไว้ 3 ปีมันก็สามารถผุได้ แต่ถังที่พบมีการระบุว่าโดนความร้อน 200-300 องศา และสภาพที่พบยังมีสภาพเป็นถังอยู่ ซ้ำอยู่มาได้ถึง 5 ปี ตรงนี้ก็อยากให้ DSI ไขข้อสงสัยให้กับปชช.ด้วย นอกจากนี้ก็ยังมีผู้รู้เรื่องเหล็กโทรมาหาตนเองแล้วบอกว่าเป็นไปไม่ได้ ที่ถังถูกทิ้งมา 5 ปี จะอยู่ในสภาพนั้น

ทั้งนี้อยากให้ทุกคนดูข่าวแล้วใช้วิจารณญานและวิเคราะห์ไปพร้อมกัน เพราะป่าแก่งกระจานมีพื้นที่กว่า 2 ล้านไร่ โดยมีพื้นที่ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวกว่า 2 แสนไร่ และพื้นที่ที่ใช้จริงๆมีกว่า 1 หมื่นไร่ แต่ก็ไปเจอกระดูกเพียงจุดเดียว ซึ่งต้องมีคนชี้เป้า โดยตนเองก็อยากรู้ว่าคนชี้เป้าคือใคร และคนชี้เป้าต้องรู้ว่าคนทำคือใคร ซึ่งพยาชนคนนี้คือคนที่สำคัญที่สุด

ส่วนผลตรวจ DNA ของกะโหลกศีรษะข้างซ้าย ซึ่งเป็นการตรวจแบบแบบไมโทคอนเดรีย โดยระบุว่าสอดคล้องกับแม่ของบิลลี่ ตนเองมองว่าการจตรวจแบบนี้จะใช้ตรวจหาสายเลือดว่าเกี่ยวโยงกันไหม เช่น กันพิสูจน์ศพในเหตุการณ์ สึนามิ แต่ถ้าระบุตัวบุคคลโดยชี้ตัวไปเลยว่าเป็นใคร มันชี้ไม่ได้ แม้กระทั้งเพศยังชี้ไม่ได้เลย ทั้งนี้ทั้งนั้นมันยังสามารถตรวจได้อีกหลายคน โดยเฉพาะลูกของบิลลี่ ไม่จำเป็นต้องแม่หรือญาติฝั่งแม่

ยอมรับน้อยใจที่ถูกมองว่าพัวพันกับคดีนี้ เพราะเจ้าหน้าที่อุทยานทุกคนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ข่าวที่ออกไปตนเองมองว่าไม่เป็นธรรมกับพวกตน ที่ตนเองออกมาพูดไม่ได้ต้องการร้องขอหรือเรียกร้องอะไร ซึ่งเมื่อฟังลูกน้องพูดแบบนี้ตนเองก็รู้สึกน้อยใจแทนลูกน้อง ที่รักษาป่า ให้ที่ทำกินคนแต่กลับมาถูกกระทำแบบนี้ ซึ่งตนเองก็มีการบอกลูกน้องว่าให้ทำงานตามปกติ ส่วนตนเองนั้นอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้นก็พร้อมเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม และพร้อมให้ความร่วมมือในการพิสูจน์ทุกอย่าง

ตนเองเชื่อว่า วัตถุพยานที่พบ ซึ่งผบการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ ตรงกับสารพันธุกรรมกับมารดาของบิลลี่ ตนเองก็เชื่อ เพราะญาติพี่น้องไม่มีใครหายไปไหน มีแต่บิลลี่ที่หายไป และมั่นใจในการทำงานของดีเอสไอ ส่วนคดีก็ปล่อยให้เป็นไปตามกฎหมาย

นอกจากนี้ รองอธิบดีดีเอสไอ กล่าวว่า พยานหลักฐานอื่นๆ ทำเต็มที่ และยังมีคณะทำงานที่ลงมาทำเต็มที่ ใช้ระยะเวลาสักช่วง ส่วนกระดูกที่พบเพิ่ม 8 ชิ้นก็ต้องใช้ระยะเวลา และการรวบรวมพยานหลักฐาน ส่วนจุดที่พบถัง ต้องบอกว่า ดีเอสไอเข้ามาทำงานหลายปี ซึ่งก็มีแหล่งข่าว และหลักภูมิศาสตร์ และพฤติกรรมศาสตร์ตามหลักเอฟบีไอมาใช้ประกอบ

ส่วนที่มีการกล่าวอ้างว่า จุดดังกล่าวเป็นจุดลอยอังคาร ทางนางมึนอ ยืนยันว่า ไม่เคยมี เพราะไม่ใช่วิถีชีวิตของชาวกะเหรี่ยง เพราะมีแค่เผา หรือ ฝัง ไม่มีการเก็บกระดูก หรือลอยอังคาร

สำหรับเบาะแสที่มี ยอมรับว่ามีข้อมูลกลุ่มบุคคลบางส่วนไปแล้ว และขอยังไม่ตอบถึงจำนวนตัวเลขผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยหลังจากนี้ ดีเอสไอจะลงพื่นที่บริเวณสะพานแขวนแก่งกระจาน ซึ่งเป็นจุดที่พบถังน้ำมัน และชิ้นส่วนกะโหลกมนุษย์ ที่มีสารพันธุกรรมตรงกับแม่ของบิลลี่

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.