แชร์โพสนี้

ศาลจังหวัดนนทบุรี อ่านคำพิพากษาชั้นฎีกา ในคดีที่นายซอลิน หรือ โซเรน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 1 และนายเวพิว หรือ วิน สัญชาติเมียนมา จำเลยที่ 2 ซึ่งถูกควบคุมตัวอยู่ที่เรือนจำกลางบางขวาง และถูกเบิกตัวไปฟังคำพิพากษาที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ในคดีฆาตกรรม น.ส.ฮานนาห์ วิทเธอริดจ์ อายุ 23 ปี และนายเดวิด มิลเลอร์ อายุ 24 ปี นักท่องเที่ยวชาวอังกฤษ 2 ที่บริเวณหาดทรายรี หมู่ 1 ต.เกาะเต่า อ.เกาะสมุย จ.สุราษฎร์ธานี เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2557

คดีนี้ ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษาศาลชั้นต้น เมื่อวันที่ 24 ธ.ค.2558 พิพากษาให้จำเลยทั้ง 2 มีความผิดตามฟ้องให้ลงโทษด้วยการประหารชีวิต

จากนั้นวันที่ 1 มีนาคม 2560 ศาลจังหวัดเกาะสมุย อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 8 หลังจำเลยได้ขอยื่นอุทธรณ์ โดยคำตัดสินของศาลอุทธรณ์ภาค 8 ยืนตามศาลชั้นต้นให้ประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง

ล่าสุดศาลฎีกา มีคำพิพากษายืนตามศาลชั้นและศาลอุทธรณ์ภาค 8 พิพากษาประหารชีวิตจำเลยทั้งสอง ในฐานความผิดร่วมกันฆ่านายเดวิด และร่วมกันฆ่านางสาวฮันนา เพื่อปกปิดความผิด / ร่วมกันข่มขืนกระทำชำเราอันเป็นการโทรมหญิง และจำเลยที่สองถูกพิพากษาในความผิดลักทรัพย์ในเวลากลางคืน คือลักโทรศัพท์และแว่นตากันแดดของเหยื่อ

ทั้งนี้ในชั้นฎีกาอนุญาตให้จำเลยฎีกาในข้อเท็จจริง ฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืนของจำเลยที่ 2 เท่านั้น ส่วนประเด็นที่จำเลยฎีกาเรื่องการสร้างพยานหลักฐานเท็จ การถูกข่มขู่เพื่อให้ผู้ต้องหารับสารภาพ และการเก็บวัตถุพยาน รวมถึงผลการตรวจนิติวิทยาศาสตร์ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานสากล

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่าหลักฐานที่จำเลยฎีกาต่อศาลไม่มีความหนักแน่นพอ หลังจากการตรวจสอบสำนวน และการสอบพยาน ทำให้ฟังไม่ได้ว่ามีการสร้างพยานหลักฐานเท็จเพื่อใส่ร้ายจำเลย โดยในชั้นสืบสวนของตำรวจ ไม่ได้มีการพุ่งเป้าไปที่จำเลย โดยเริ่มจากผู้ต้องสงสัยหลายคนในพื้นที่ กระทั่งผลการตรวจดีเอ็นเอจากก้นบุหรี่ และอสุจิในช่องคลอดและทวารหนักออกมา สอดคล้องกับจำเลย จึงนำมาเป็นหลักฐานในการขยายผล และติดตามจับกุมจำเลยทั้งสอง

ส่วนประเด็นที่จำเลยทั้งสองระบุว่า ถูกข่มขู่จากตำรวจ และล่ามให้ยอมรับผิด โดยศาลเห็นว่า อาการบาดเจ็บของจำเลยเกิดขึ้นหลังจากที่จำเลยถูกควบคุมตัวแล้ว ซึ่งผ่านขั้นตอนของพนักงานสอบสวน ศาลจึงเชื่อว่าเป็นคำสารภาพที่เป็นความสมัครใจ

สำหรับการอ่านคำพิพากษาครั้งนี้ ศาลจังหวัดเกาะสมุยได้อ่านให้จำเลยฟังที่ศาลจังหวัดนนทบุรี ไม่ได้เบิกตัวมาที่ศาลจังหวัดเกาะสมุย เนื่องจากจำเลยถูกขังอยู่ที่เรือนจำบางขวาง จ.นนทบุรี ซึ่งเป็นเรือนจำที่มีความมั่นคงสูง และจำเลยถูกศาลชั้นต้นพิพากษาประหารชีวิตซึ่งเป็นโทษสูงสุด

ด้านนายนคร ชมพูชาติ ทนายความของจำเลยที่ 2 เปิดเผยหลังรับฟังคำพิพากษาชั้นฎีกา โดยระบุว่าน้อมรับคำพิพากษาของศาลฎีกา แต่ส่วนตัวตนมองว่า คดีนี้มีปัญหามาตั้งแต่การสื่อสารของตัวจำเลย ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ที่จำเลยไม่เข้าใจว่าคำให้การกับตำรวจตอนแรกนั้นเป็นการให้การแบบรับสารภาพ หรือการให้การในฐานะพยาน

ส่วนสิ่งที่ยังติดใจอยู่คือข้อมูลทางวิชาการ เช่น มาตราฐานการตรวจหลักฐานพยานในที่เกิดเหตุ ว่าสิ่งใดเรียกว่าเป็นมาตรฐาน รวมถึงประเด็นเรื่องกล้องวงจรปิด ที่ตำรวจบอกว่าทุกกล้องวงจรปิดในหลายจุด แต่กลับไม่พบกล้องวงจรปิดของโรงแรมที่มีการระบุว่าเห็นจำเลยเดินออกมา

อย่างไรก็ตาม ในส่วนการสู้คดีที่ผ่านมา ก็เห็นว่าศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ พิพากษาประหารชีวิตนั้น พอถึงชั้นศาลฎีกา จำเลยทั้ง 2 ก็ได้ทำใจว่าศาลฏีกาอาจจะไม่มีการยกฟ้อง หรือแก้โทษคำพิพากษา แต่หลังจากนี้ตนจะไปยื่นฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษ ภายใน 60 วัน และจะไปอภิบายให้จำเลยทั้ง 2 ทราบถึงขั้นตอนในการช่วยเหลือ ส่วนความรู้สึกของครอบครัวจำเลย ล่ามจะไปอธิบายให้ทราบและเข้าใจต่อไป

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.