แชร์โพสนี้

นายอุตตม สาวนายน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่าที่ประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจเห็นชอบในหลักการมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะเร่งด่วน เพื่อเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า แบ่งออกเป็น 3 ด้าน คือ 1. มาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ประสบปัญหาภัยแล้ง 2.มาตรการกระตุ้นการบริโภคและการลงทุนประเทศ และ 3. มาตรการช่วยเหลือค่าครองชีพผู้มีรายได้น้อย

ส่วนแรกจะช่วยเหลือเกษตรกร 13 จังหวัด จำนวน 9 แสน 9 พันราย ที่เป็นหนี้กับ ธกส. โดยลดดอกเบี้ยเงินกู้ให้ 1 ปี , พร้อมออกสินเชื่อฉุกเฉิน ช่วยเหลือเกษตรกรรายย่อย รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท ปลอดดอกเบี้ยปีแรก วงเงินรวม 50,000 ล้านบาท, สินเชื่อเพื่อการฟื้นฟูซ่อมแซมเสียหายจากภัยแล้ง รายละไม่เกิน 5 แสนบาท รวมวงเงิน 5 พันล้านบาท พร้อมขยายเวลาชำระเงินกู้พิเศษ บวกมาตรการช่วยเหลือด้านต้นทุนการผลิตข้าวนาปี 62/63 ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรขึ้นทะเบียนเกือบ 3 ล้านราย

สำหรับมาตรการกระตุ้นการบริโภคในประเทศ เพื่อให้ประชาชนชิม ช้อป ใช้ ข้ามจังหวัด ยึดที่อยู่ตามบัตรประชาชนเป็นหลักโดยให้ประชาชนอายุ 18 ปีขึ้นไป ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นของธนาคารกรุงไทย เป้าหมาย 10 ล้านคน รับเงินผ่านอีวอลเลท รายละ 1,000 บาท สามารถใช้จ่ายผ่านแอพฯ ได้ทันที และจะได้รับเงินคืน หรือ Cash Back 15% ของยอดเงินที่ใช้จ่ายจริงแต่ไม่เกิน 3 หมื่นบาท พร้อมเตรียมเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีขยายระยะเวลา เว้นค่าธรรมเนียม VISA on Arrival หรือ VOA ให้นักท่องเที่ยวจีน และอินเดีย ด้วย

มาตรการภาษีเพื่อส่งเสริมการลงทุน ให้ผู้ประกอบการที่นำเข้าเครื่องจักรสามารถหักลดหย่อนภาษี ได้ 1.5 เท่า ภายใน 5 ปี พร้อมให้สินเชื่อผ่อนปรน กับผู้ประกอบการเอสเอ็มอี ระยะเวลากู้ 7 ปี

ให้ธนาคารออมสินและธนาคารกรุงไทยจัดสินเชื่อพิเศษ หนุนธุรกิจนาโน และเอาเอ็มอี รวมวงเงิน 1 แสนล้านบาท และมาตรการสินเชื่อที่อยู่อาศัยโดยธนาคารอาคารสงเคราะห์กับธนาคารออมสินช่วยกัน รวมวงเงิน 5 หมื่น 2 พันล้านบาท มาตรการพักชำระเงินต้นของผู้ที่ติดหนี้ในกองทุนหมู่บ้านซึ่งมีอยู่ราว 5 หมื่นราย รวมวงเงิน 6 หมื่น 7 พันล้านบาท

ส่วนมาตรการดูแลค่าครองชีพ ผ่านกลไกบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ให้**เพิ่มอีก 500 บาทต่อราย จากเดิมผู้มีรายได้น้อยกว่า 30,000 บาท ได้รับเงินช่วยเหลือ 300 บาท จะเป็น 800 บาท ต่อเดือน และผู้มีรายได้ 3 หมื่นถึง 1 แสนบาท ได้รับเงินช่วยเหลือ 200 บาท จะเป็น 700 บาท ต่อเดือน

ขณะที่ผู้สูงอายุจะได้รับเงินช่วยเหลือ**เพิ่มอีกเดือนละ 500 บาท และให้เงินดูแลเด็กแรกเกิด **เพิ่มอีกเดือนละ 300 บาท โดยให้แค่เดือนสิงหาคมกับกันยายนนี้เท่านั้น

คาดการณ์ว่าจะมีเม็ดเงินหมุนเวียนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจราว 316,000 ล้านบาท โดยใช้เงินงบกลางไม่ถึง 5 หมื่นล้านบาท ส่วนที่เหลือจะเป็นเงินจากธนาคารเฉพาะกิจของรัฐราว 207,000 ล้านบาท ที่เหลือ เงินกองทุนต่างๆ 5 หมื่นล้านบาท เพื่อพยุงเศรษฐกิจไทยปีนี้ให้โตได้ถึง 3%

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.