แชร์โพสนี้

จากกระแสข่าวชาวบ้านใน อ.อุบลรัตน์ จ.ขอนแก่น แห่ซื้อบัตรพลังงาน อ้างมีสรรพคุณรักษาสารพัดโรค ขายในราคาใบละกว่า 1 พันบาท ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเป็นการหลอกลวงประชาชน

ด้านนายธนัช สุรินทร์ เจ้าของบริษัทเอ็กซ์เพิร์ทโปรเน็ตเวิค และเป็นแจกจ่ายบัตรพลังงาน ให้สัมภาษณ์ว่า บริษัทตนขายอาหารเสริมเป็นหลัก และได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจขายตรงจาก สคบ. อย่างถูกต้อง

ต่อมาบริษัทต้นทางที่มาของบัตรพลังงาน จากประเทศอินโดนีเซีย โดยมีเจ้าของเป็นชาวมาเลเซีย (ซึ่งปิดกิจการไปแล้ว) ก่อนปิดกิจการได้ส่งบัตรพลังงานมาให้บริษัทของตนเพื่อส่งเสริมการตลาด โดยการแจกเป็นของแถมให้ลูกค้าหลังซื้ออาหารเสริม จำนวน 1,000 ใบ พร้อมเอกสารจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติ และจากประเทศมาเลเซีย ซึ่งตนไม่ทราบว่าในเอกสารระบุว่าอย่างไร

ทั้งนี้ ทางบริษัทต้นทางได้บอกเพียงว่า บัตรพลังงานสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยร่างกายได้ ซึ่งตนเห็นว่าเป็นสิ่งที่ดี จึงนำมาแถมให้กับลูกค้า โดยไม่ได้โอ้อวดสรรพคุณใดๆ

ส่วนที่เป็นข่าวว่าบัตรพลังงานสามารถรักษาโรคต่างๆให้หายได้ และสามารถช่วยประหยัดพลังงานได้นั้น เป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคลของลูกค้าที่นำไปทดลองกันเอง ซึ่งขณะนี้ตนได้แจกไปหมดแล้ว และไม่ได้มีการจัดจำหน่าย ส่วนเรื่องที่มีการซื้อขายบัตรนั้น ลูกค้าเป็นผู้นำไปซื้อขายกันเอง ทางบริษัทไม่ได้เกี่ยวข้อง

หลังเป็นข่าว ตนและบริษัทได้รับผลกระทบอย่างมาก ถูกสังคมมองว่าตนเป็นคนลวงโลก หลอกลวง ซึ่งตนยอมรับว่า กังวลว่าจะถูกดำเนินคดี หลังจากนี้ตนก็จะไม่รับมาแจกอีกต่อไป

ทั้งนี้ตนยืนยันว่า บัตรดังกล่าวไม่สามารถรักษาโรคได้ เป็นเพียงการบรรเทาอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเท่านั้น แนะนำให้ประชาชนรักษาโรคด้วยวิธีแผนปัจจุบันดีกว่า วอนลูกค้าอย่าโอ้อวดสรรพคุณเกินจริง จนทำให้ภาพลักษณ์ของบริษัทเกิดความเสียหาย

ด้าน อ.อ๊อด หรือ รศ.ดร.วีรชัย พุทธวงศ์ อาจารย์ภาควิชาเคมี คณะศิลปศาสตร์และวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า เอกสารจากสถาบันเทคโนโลยีนิวเคลียร์แห่งชาติที่นายธนัชนำมาให้ดูนั้นระบุว่า ในบัตรพลังงานนั้น มีสารประกอบมากมาย เช่น ตะกั่ว ปรอท ไททาเทียม ยูเรเนียม คลอรีน กำมะถัน อลูมิเนียม เหล็ก สังกะสี และอื่นๆ ที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ซึ่งยังไม่ชัดเจนว่าเอกสารดังกล่าวเป็นของจริงหรือไม่

ดังนั้นควรจะต้องส่งตัวอย่างบัตรไปตรวจอย่างละเอียดโดยกระบวนการวิทยาศาสตร์ ซึ่งการตรวจสอบเบื้องต้นจากการทดลองตัดบัตร พบว่าข้างในมีลักษณะเป็นผงสีขาว ซึ่งคาดว่าเป็นสารโลหะหนัก และจากการใช้เครื่องมัลติมิเตอร์ตรวจสอบ ไม่พบประจุไฟฟ้าอยู่ในบัตรแต่อย่างใด ส่วนเครื่องวัดประจุไออนที่นายธนัชได้นำมาใช้ ตนไม่เคยเห็น ตนจึงจะนำเครื่องดังกล่าวไปตรวจสอบอีกครั้ง

ต่อมาทีมข่าวได้นำบัตรพลังงานไปให้อาจารย์ประจำภาควิชาวิศวกรรมนิวเคลียร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ทำการทดสอบภายในเครื่องวิเคราะห์สเป็กตรัมรังสีแกรมมา เพื่อหาสารที่อยู่ในบัตรและวิเคราะห์ว่า สามารถรักษาอาการเจ็บป่วยได้ตามที่กล่าวอ้างหรือไม่

จากการตรวจสอบพบว่า ในบัตรดังกล่าว มีสารกัมมันตรังสีธรรมชาติอยู่ภายในบัตร รังสีแกรมมาที่พบ เป็นธาตุกลุ่มทอเรียม นอกจากนั้นยังพบธาตุยูเรเนียมปะปนเล็กน้อย ซึ่งการที่ประชาชนสัมผัสรังสีแกรมมา หรือรับสารกัมมันตภาพเข้าไปในร่างกายมากๆ จะเป็นอันตรายต่อร่างกายได้ ยืนยันว่าบัตรนี้ไม่ได้ช่วยรักษาโรคและประหยัดพลังงานแต่อย่างใด

ในส่วนความคืบหน้าทางคดี ทหารใช้มาตรา 44 งัดประตูบุกตรวจสอบ พบปิดบริษัทหนี ขณะที่สาธารณสุข จังหวัดสงขลา เตรียมตรวจสอบบริษัทบัตรพลังงาน เผยเคยถูกจับกุมมาแล้ว ก่อนที่จะมาเปิดอีกครั้ง ซึ่งจะติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.