แชร์โพสนี้

8 มิ.ย.62 นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)ได้กดดันขอแลกเปลี่ยนกระทรวง โดยจะนำกระทรวงพาณิชย์ ไปดูเอง และนำกระทรวงศึกษาธิการมาให้พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมกับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วย 1 ตำแหน่งว่า เรื่องดังกล่าวเป็นเพียงข่าวลือและยังไม่มีใครติดต่อมายังตนในฐานะผู้ประสาน ทั้งนี้การพูดคุยเกี่ยวกับการจัดตั้งรัฐบาลถือว่าเสร็จเรียบร้อยแล้วก่อนการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี เพราะตนเป็นคนประสานพูดคุยกับพรรคพลังประชารัฐเอง

เราไม่ได้ไปต่อรองตำแหน่งกระทรวง เพียงแต่พูดคุยเรื่องการทำงาน โดยเฉพาะในส่วนของพรรคที่จะต้องผลักดันนโยบาย ในการแก้จน สร้างคน สร้างชาติและการแก้ไขรัฐธรรมนูญในบางมาตราที่เป็นปัญหา ตามที่ได้หาเสียงไว้ สิ่งสำคัญคือการดูแลปากท้องของประชาชน ราคาพืชผลทางการเกษตรที่เราขอจะเข้าไปดูแล และพรรคพลังประชารัฐก็รับเงื่อนไขได้ ดังนั้นจนถึงเวลานี้ยังไม่มีการแลกกระทรวง”นายเฉลิมชัย กล่าว

นายเฉลิมชัย กล่าวอีกว่า จากนี้ควรจะเดินหน้าทำงานให้ประชาชน มากกว่าการมาพูดคุยเรื่องตำแหน่งแล้ว และหากมีปัญหาใดๆเกิดขึ้น ขอย้ำว่าปัญหาทั้งหมดไม่ได้เกิดจากพรรคประชาธิปัตย์ สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นปัญหาภายในของพรรคพลังประชารัฐที่ต้องไปแก้ไขกันเอง พร้อมขอให้ยึดผลประโยชน์ส่วนรวมเป็นตัวตั้ง  อย่างไรก็ตาม วันจันทร์ ที่ 10 มิถุนายนนี้ พรรคประชาธิปัตย์จะมีการประชุมกรรมการยุทธศาสตร์พรรค เพื่อพิจารณาบุคคลของพรรคมานั่งในตำแหน่งกระทรวงต่างๆ

เมื่อเวลา 19.42 น. วันที่ 8 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอุตตม สาวนายน เลขาธิการพรรคพลังประชาชรัฐ (พปชร.) ได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “ดร.อุตตม สาวนายน” ระบุว่า เมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้ว ต้องช่วยกันเดินหน้า ประเทศไทย ให้มีประสิทธิภาพที่สุด โดยนายอุตตม ได้เขียนถึงความคืบหน้า การจัดตั้งรัฐบาล ซึ่งได้มีการจัดตั้ง ทีมเพื่อหารือกับพรรคร่วมรัฐบาลทั้งหมด ซึ่งขณะนี้ก็อยู่ระหว่างการพูดคุยยังไม่มีข้อสรุปว่าพรรคใดจะได้ตำแหน่งรมว.กระทรวงใดบ้าง

ทั้งนี้นายอุตตมได้เขียนบรรยายไว้ว่า “เมื่อวานนี้ ผมได้นัดคณะผู้บริหารและส.ส.พรรคพลังประชารัฐประชุมหารือถึงการจัดตั้งรัฐบาล ผมขอแจ้งความคืบหน้าในการจัดตั้งรัฐบาลของพรรคพลังประชารัฐกับพรรคร่วมรัฐบาลว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างขั้นตอนการพูดคุยหารือ ตั้งทีมประสานงานเพื่อหารือกับพรรคร่วม เพื่อเร่งจัดตั้งรัฐบาล หลังจากที่เราได้ท่าน พลเอก ประยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีแล้ว ซึ่งขณะนี้รอขั้นตอนการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งนายกรัฐมนตรี อย่างเป็นทางการก่อน

โดยระหว่างนี้พรรคพลังประชารัฐ ในฐานะแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้หารือกับพรรคร่วมแล้ว มีมติเห็นชอบให้คุณสนธิรัตน์ เป็นหัวหน้าคณะทำงานประสานงานกับพรรคร่วมฯ เพื่อจัดทำนโยบายของรัฐบาลชุดใหม่ โดยเราจะนำนโยบายของแต่ละพรรคมาพิจารณา เนื่องจากบางนโยบายมีความคล้ายคลึงกันเพื่อให้เกิดความเหมาะสมเป็นแนวทางเดียวกัน

จากนั้นจึงจะวางตัวบุคคลให้เหมาะสมกับตำแหน่งรัฐมนตรีของแต่ละกระทรวงครับ ผมขอย้ำว่าทุกคนเมื่อลงเรือลำเดียวกันแล้วต้องหารือร่วมกัน เพื่อช่วยกันเดินหน้าประเทศให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ส่วนกรณีที่มีพี่น้องประชาชนให้ความสนใจคือ การวางตัวคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ ผมขอเรียนชี้แจงว่าขณะนี้ยังไม่มีการสรุปว่าใครจะดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงใดบ้าง แต่ยืนยันว่าจะพูดคุยกับพรรคร่วมรัฐบาลเพื่อให้ตำแหน่งต่างๆลงตัวที่สุดและเสร็จสิ้นโดยเร็ว เพื่อเร่งดำเนินการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญต่างๆ เพื่อแก้ปัญหาปากท้องและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน โดยเร็วที่สุด”

เวลาต่อมา ผู้สื่อข่าวยังได้รายงานความเคลื่อนไหว ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ได้โพสต์เฟซบุ๊กเมื่อเวลา 20.16 น. ว่า “กระทรวงมีไว้ให้คนเข้าไปทำงาน ไม่ใช่มีไว้ให้มาเที่ยวแลกไปมา จบข่าว!!!” และยังได้คอมเมนต์บอกด้วยว่า “คมนาคม สาธารณสุข ท่องเที่ยว เปลี่ยนไม่ได้”

 คุณหญิงสุดารัตน์ เตือนพรรคพลังประชารัฐ และพรรคร่วม เร่งแก้ปัญหาประชาชน อย่ามัวแต่ต่อรองผลประโยชน์ แย้มปฏิรูปพรรคเพื่อไทย พร้อมเลือกกรรมการบริหารพรรค ระบุ สมพงษ์-อนุดิษฐ์ 2 รายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค ยังเป็นเพียงกระแสข่าว

(8 มิ.ย.62)คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย, พร้อมด้วย นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส. แบบบัญชีรายชื่อพรรค, นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ส.ส. จังหวัดเชียงใหม่ และนายวรพล บวรลัทพล อดีตผู้สมัคร ส.ส. จังหวัดนครราชสีมา เขต 11ร่วมงานอุปสมบทบุตรชายของนายนายศิรสิทธิ์ เลิศด้วยลาภ ส.ส. จังหวัดนคราชสีมา มีประชาชนเดินทางมาขอบคุณคุณหญิงสุดารัตน์ ที่ลงพื้นที่รับฟังปัญหาและหาแนวทางแก้ไขการระบาดของหนอนข้าวโพด จากนั้นเดินทางมาที่ศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อชมสินค้า OTOP และชมการนำข้าวมาผลิตเป็นยาฆ่าเชื้อรา ป้องกันโรครากเน่าโคนเน่า ใบไหม้ และโรคที่เกิดจากเชื้อรา
 
ทั้งนี้ คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า เพื่อไทยเป็นพรรคอันดับหนึ่งในการเลือกตั้ง แม้จะไม่สามารถเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ก็พร้อมทำหน้าที่เป็นฝ่ายค้านเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างเต็มที่ แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญกำหนดไว้ว่าผู้นำฝ่ายค้านต้องเป็น ส.ส. และต้องไม่ใช่พรรคที่มีรัฐมนตรี หรือประธานและรองประธานสภา พรรคเพื่อไทยในฐานะพรรคอันดับหนึ่งต้องมีการหารือเพื่อเตรียมเลือกผู้นำฝ่ายค้านและต้องเป็นหัวหน้าพรรค ทำให้ต้องเลือกหัวหน้าพรรคใหม่รวมทั้งการปฏิรูปพรรคเพื่อให้เข้ากับยุคสมัยด้วย พร้อมสร้างความมั่นใจให้กับประชาชนในฐานะรัฐบาล หรือเป็นปากเป็นเสียงให้กับประชาชนในฐานะฝ่ายค้านได้ ทั้งนี้ยังไม่มีการหารือกัน แต่เป็นเพียงแนวคิด พร้อมย้ำว่า พลตำรวจโท วิโรจน์ เปาอินทร์ หัวหน้าพรรค ทำหน้าที่ได้อย่างเข้มแข็ง แต่ต้องปรับเปลี่ยนเพราะเงื่อนไขในรัฐธรรมนูญ อย่างไรก็ตามรายชื่อแคนดิเดตหัวหน้าพรรค คือ นายสมพงษ์ อมรวิวัฒน์ และ น.อ.อ.อนุดิษฐ์ เป็นเพียงกระแสข่าว แต่ยังไม่มีการหารือกันในสมาชิกพรรคถึงผู้ที่มีความเหมาะสม 
 
นอกจากนี้คุณหญิงสุดารัตน์ ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการล้มดีลเก้าอี้รัฐมนตรีของพรรคร่วมรัฐบาลและพรรคพลังประชารัฐว่า 5 ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยไม่ค่อยได้แก้ปัญหาให้กับประชาชนเท่าไหร่ ดังนั้นวันนี้จึงอยากให้คำนึงถึงประโยชน์ของประชาชน มากกว่าคำนึงถึงประโยชน์ของพรรคการเมือง หรือของกลุ่มการเมืองต่างๆ หาคนที่เหมาะสมมีความรู้ความเข้าใจในตำแหน่งนั้นๆ และคนนั้นจะต้องใจกว้างที่จะรับฟังปัญหาของประชาชนแล้วมาแก้ไขปัญหา ซึ่งตนติดตามข่าวเห็นว่าการต่อรองผลประโยชน์เหล่านี้มีมาร่วม 2-3 เดือนแล้ว อยากให้มาฟังเสียงของประชาชนบ้างว่าเดือดร้อนแค่ไหน อย่างไรก็ตาม จากการลงพื้นที่ตนยังยืนยันว่าประชาชนกำลังลำบากเนื่องจากเศรษฐกิจในระดับฐานรากไม่ดี ประกอบกับสงครามการค้า และค่าเงินที่แข็งตัวทำให้การส่งออกซบเซา ทั้งยังไม่ได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ เห็นว่านโยบายที่หาเสียงของพรรคแกนนำและพรรคร่วมรัฐบาลส่วนใหญ่เป็นการแจกเงิน แต่การใช้เงินควรใช้เพื่อสร้างรายได้ใหม่และกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ตนยังไม่เห็น จึงยังไม่สามารถคาดหวังการแก้ปัญหาเศรษฐกิจจากนโยบายเหล่านี้ ถ้ายังไม่ถูกปรับให้เหมาะสม เพราะหากนโยบายแจกเงินกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง 4-5 ปีที่ผ่านมาเศรษฐกิจนน่าจะดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลชุดนี้เนื่องจากเป็นรัฐบาลที่ทำงานมาต่อเนื่อง ควรเอาบทเรียนในอดีตมาปรับเปลี่ยนวิธีแก้ปัญหาเศรษฐกิจ เพื่อให้ทุกเม็ดเงินที่ลงไปสร้างรายได้ และทรัพย์สินใหม่ให้กับประชาชน เพื่อให้กระตุ้นเศรษฐกิจได้ แต่ทั้งนี้ยังเร็วไปที่จะพูดขอรอดูก่อนว่าจะรวมนโยบายของแต่ละพรรคเข้าด้วยกันอย่างไร เพราะถึงจะเป็นการแจกเงินเหมือนกัน แต่ก็แจกเงินคนละแบบ คนละวิธี 
ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.