สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพร้อมด้วยพระราชินี เสด็จออกสีหบัญชร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสแก่พสกนิกรที่มาถวายพระพร

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
66 ครั้ง

แชร์โพสนี้

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้คณะรัฐมนตรี ผู้แทนศาสนา ผู้แทนคณะพาณิฃย์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล และเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ประชาชน เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช 2562

วันที่ 6 เมษายน 2562 เวลา 16.54 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินโดยรถยนต์พระที่นั่ง ไปยังพระบรมมหาราชวัง แล้วเสด็จออกพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ในโอกาสนี้ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร โดยเสด็จในการนี้ด้วย พร้อมกันนี้ พระอนุวงศ์ และองคมนตรี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทรับเสด็จ

จากนั้นพลเอกอนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กราบบังคมทูล เบิกนายอาศิส พิทักษ์คุมพล จุฬาราชมนตรี และคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ประธานหอการค้าไทย-จีน ประธานหอการค้าอินเดีย-ไทย ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ผู้แทนคณะพาณิชย์ และสมาคมธนาคารไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล

จากนั้นนายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กราบบังคมทูล เบิกผู้แทนคณะบุคคลต่างๆ ทางศาสนา ประกอบด้วย คณะโรมันคาทอลิก , คณะเพรสไบทีเรียน , คณะสภาคริสตจักรในประเทศไทย , สมาคมไทยซิกซ์แห่งประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล

ก่อนเสด็จออก ณ สีหบัญชร พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ชาวพนักงานประโคมมโหระทึก แตร ทหารกองเกียรติยศ 3 เหล่าทัพ ถวายความเคารพ วงดุริยางค์บรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี ทหารบก ทหารเรือ ทหารอากาศยิงปืนใหญ่เฉลิมพระเกียรติฝ่ายละ 21 นัด

พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการจัดงานพระราชพิธีบรมราชาภิเษก เปิดกรวยกระทงดอกไม้ธูปเทียนแพ แล้วกราบบังคมทูลพระกรุณาถวายพระพรชัยมงคล ในนามของราษฎรทุกหมู่เหล่าทั่วประเทศ

จากนั้น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า พระบรมราชินี เสด็จลงจากพระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท ประทับรถยนต์พระที่นั่งเสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

ทั้งนี้พระที่นั่งสุทไธสวรรย์ปราสาท เป็นอาคารสูง 2 ชั้น ชั้นบนเป็นอาคารทรงไทยรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า ทอดยาวไปตามกำแพง มุขกลางด้านทิศตะวันออก มีระเบียงยื่นออกไปนอกองค์พระที่นั่ง สำหรับเสด็จออกสีหบัญชร เมื่อแรกสร้างในรัชกาลพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช มีลักษณะเป็นพลับพลาโถงจตุรมุขเครื่องไม้ เรียกว่า “พลับพลาสูง” สำหรับทอดพระเนตรกระบวนแห่ ในพระราชพิธีสรงสนานใหญ่ และทอดพระเนตรการฝึกช้าง สันนิษฐานว่า น่าเลียนแบบอย่างธรรมเนียมพระราชวังหลวงครั้งกรุงศรีอยุธยา เมื่อถึงรัชกาลที่ 3 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ปฏิสังขรณ์ใหม่ และเปลี่ยนหลังคาเป็นยอดปราสาท แล้วพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งสุทธาสวรรย์” ต่อมาในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้บูรณะ พร้อมพระราชทานนามว่า “พระที่นั่งสุทไธสวรรย์” ปัจจุบันเป็นที่เสด็จออกมหาสมาคมให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสพิเศษต่าง ๆ เช่น พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เมื่อปีพุทธศักราช 2493

เวลา 17.34 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา และสมเด็จพระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าทีปังกรรัศมีโชติ มหาวชิโรตมางกูร สิริวิบูลยราชกุมาร ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ คณะทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในการพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

โอกาสนี้ นางฉั่ว ซิ่ว ซาน เอกอัครราชทูตสาธารณรัฐสิงคโปร์ประจำประเทศไทย ในฐานะคณบดีคณะทูต เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท กราบบังคมทูลพระกรุณา ถวายพระพรชัยมงคล
โอกาสนี้ ทรงสัมผัสพระหัตถ์กับคณบดีคณะทูต ทรงมีพระราชปฏิสันถาร ในการนี้ พระราชทานเลี้ยงแก่คณะทูตานุทูต และกงสุลต่างประเทศประจำประเทศไทย และผู้แทนองค์การระหว่างประเทศในประเทศไทย ณ พระที่นั่งบรมราชสถิตยมโหฬาร

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.