ความเคลื่อนไหวทางเมือง – พท.ปราศัยปากน้ำ ลั่นแก้ปัญหาใน 6 เดือน , ‘ธนาธร’ ไม่หวั่นกระแสโจมตี เดินหน้าหาเสียงต่อไป

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
25 ครั้ง

แชร์โพสนี้

พรรคเพื่อไทย – เมื่อวันที่ 9 มี.ค.62 ที่ลานข้างโฮมโปร ศรีนครินทร์ จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย(พท.) เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ นำโดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ สามแคนดิเดตนายกฯพรรค นายภูมิธรรม เวชยชัย เลขาธิการพรรค นายพงษ์เทพ เทพกาญจนา นายปลอดประสพ สุรัสวดี ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง นายอดิศร เพียงเกษ พร้อมผู้สมัคร ส.ส. จ.สมุทรปราการ พรรคเพื่อไทย ทั้ง 7 เขต โดยมีประชาชนแห่ให้การต้อนรับ และร่วมรับฟังการปราศรัยครั้งนี้อย่างคึกคัก

โดย นายชัชชาติ กล่าวปราศรัยว่า การเลือกตั้งครั้งนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นการต่อสู้ระหว่างฝ่ายประชาธิปไตยและฝ่ายเผด็จการ พรรคเพื่อไทยต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยมาโดยตลอด แต่ก็มีบางฝ่ายอ้างเป็นประชาธิปไตย แต่ความจริงแล้วเป็นเผด็จการ ขอให้พี่น้องดูให้ดี เพราะเขาเป็นประชาธิปไตยแค่ปาก ทั้งนี้ปัญหาปากท้องกับประชาธิปไตยเป็นเรื่องเดียวกัน ประชาธิปไตยนั้นกินได้ โดยจากการเดินสายหาเสียง ประชาชนส่วนใหญ่พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีปัญหาเรื่องปากท้อง ไม่มีเงินใช้ ขายของไม่ได้ ยาเสพติดแพร่ระบาด ปัญหาเหล่านี้ต้องให้พรรคเพื่อไทยเข้ามาดำเนินการ รัฐบาลปัจจุบันไม่ดูแลประชาชน ผู้มีรายได้น้อย เพราะไม่ได้รับเลือกมาจากประชาชน จึงไปดูแลแต่คนตัวใหญ่ ตนได้รับรายงานว่า ในการเลือกตั้งครั้งนี้ มีการจ่ายเงินซื้อเสียง จึงอยากบอกให้ทราบว่า ไม่คุ้มเลยที่เราจะได้คนโกงเข้ามากอบโกยหากชนะเลือกตั้ง เพราะการเป็นหนี้บุญคุณนั้น จะทำลายประเทศในระยะยาว วันที่ 24 มี.ค.นี้ ขอชาวสมุทรปราการเลือกพรรคเพื่อไทยยกจังหวัด

“เศรษฐกิจไม่ดีในวันนี้เพราะ 1.นักลงทุนไม่มีความมั่นใจ ซึ่งสิ่งแรกที่พรรคเพื่อไทยจะทำ คือ เรียกความเชื่อมั่นจากนักลงทุน 2.ราคาพืชผลการเกษตรตกต่ำ 3.การบริหารจัดการเกี่ยวกับการลงทุนยังไม่ดีพอ ส่งผลให้ไม่สามารถเก็บภาษีได้มาก เงินไม่ตกถึงพี่น้องประชาชน ทั้งนี้พรรคเพื่อไทยมีนโยบายในการปรับหนี้ เติมทุน ลดภาษี เราจะสร้างเศรษฐีใหม่ เราเป็นพรรคที่เข้าใจอนาคต” นายชัชชาติ กล่าว

ด้าน คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวปราศรัยว่า 5 ปีที่ผ่านมาจนล้นอกแล้วหรือยัง มีความสุขหรือไม่กับรัฐบาลปัจจุบัน เมื่อพรรคเพื่อไทยเห็นประชาชนมีความทุกข์ เราก็ทุกข์ด้วย ดังนั้น 24 มี.ค.นี้ จึงเป็นวันปลดความทุกข์ของเรา เราจะแก้ไขปัญหาทันทีที่ได้เป็นรัฐบาล เช่นเดียวกับทุกครั้งที่ได้เป็นรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นพรรคไทยรักไทย หรือพรรคเพื่อไทย เราทำให้พี่น้องกระเป๋าตุงทุกครั้ง

“เราขอเวลาเพียง 6 เดือน ที่จะทำให้ทุกคนกระเป๋าตุง ขอให้ทุกคนอดทนทำภารกิจให้สำเร็จ จึงขอเสนอนโยบายปรับโครงสร้างหนึ้ของประชาชนทั้งหมด พร้อมกับเติมเงิน โดยมีสถาบันสร้างรายได้ให้กู้เงินในทุกจังหวัด และยังมีนโยบายลดภาษี เช่น น้ำมัน ค่าครองชีพ พรรคเพื่อไทยไม่เคยทอดทิ้งประชาชนตัวเล็ก พรรคเพื่อไทยเข้ามาช่วยคนจน เพื่อให้คนจนไปอุ้มคนรวย เราไม่คิดนโยบายเหมือนรัฐบาลปัจจุบัน ที่อุ้มคนรวยอย่างเจ้าสัวไม่กี่คน จนทำให้ประชาชนลำบากอย่างทุกวันนี้” คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าว

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวต่อว่า ในการเลือกตั้งตั้งนี้ ส.ว.มีสิทธิ์เลือกนายกฯได้ โดย ส.ว.เหล่านี้มาจากการคัดสรรของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม จากนั้น ส.ว.250 คน จะกลับไปเลือก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นนายกฯ แม้วันนี้กระเป๋าของประชาชนจะยังไม่ตุง แต่กระเป๋าของลุงนั้นตุง 250 แล้ว คล้ายเลียนแบบพม่า จึงขอให้ประชาชนเลือกพรรคเพื่อไทยอย่างถล่มทะลาย เราจะอยู่กับเขาต่อไปอีกได้อย่างไร เพราะแม้การเลือกตั้งก็ยังไม่เป็นไปด้วยความบริสุทธิ์ยุติธรรม เอาลุงคืนไป ทหารต้องออกไป เราต้องเอาเสียงของประชาชนมาชนะเสียง 250 ส.ว. ประชาชนต้องตัดสินใจเอาว่าจะอยู่อย่าง 4-5 ปีที่ผ่านมา ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ อยู่ต่อ หรือจะเลือกทางเดินใหม่ที่พ้นความทุกข์ยาก เอาลุงคืนไป เอาเงินในกระเป๋าคืนมา

พรรคพลังประชารัฐ – เมื่อวันที่ 9 มี.ค.62 แกนนำพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) นำโดย นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ, นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานยุทธศาสตร์ภาคอีสาน, นายอนุชา นาคาศัย ประธานยุทธศาสตร์ภาคกลาง และ นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล โฆษกพรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ จ.ขอนแก่น เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ หาเสียงในพื้นที่ตั้งแต่ช่วงเช้า ก่อนแกนนำพรรคจะขึ้นปราศรัยใหญ่ ณ พุทธมณฑลอีสาน อ.เมือง จ.ขอนแก่น ในช่วงเย็น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบรรยากาศงานปราศรัย ที่พุทธมณฑลอีสาน มีประชาชนในพื้นที่เข้าร่วมฟังการปราศรัยจนแน่นพื้นที่จัดงาน รวมจำนวนคนกว่า 3.5 หมื่นคน ทำให้การจราจรที่มุ่งหน้าสู่พื้นที่จัดงานติดยาวหลายกิโลเมตร ขณะที่แกนนำเดินเข้าสู่พื้นที่จัดงาน มีประชาชนจำนวนมากมอบพวงมาลัย และผูกผ้าขาวม้าคาดเอวให้ เพื่อแสดงสัญลักษณ์ของการให้กำลังใจ และสนับสนุนพรรคพลังประชารัฐ

จากนั้น นายสุริยะ นำกล่าวปราศรัย เชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐเป็นรัฐบาล เพื่อผลักดันนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน โดยเฉพาะนโยบายเร่งด่วน คือ แก้ปัญหาหนี้สินให้ประชาชนที่กู้เงินผ่านกองทุนหมู่บ้าน และยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน ผ่านนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ

ขณะที่ นายสนธิรัตน์ กล่าวขอบคุณประชาชนกว่า 3.5 หมื่นคน ที่ร่วมฟังการปราศรัย และให้กำลังใจพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้ตนลงพื้นที่ต่างๆ ฐานะตัวแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เนื่องจากมีหลายฝ่ายไม่ต้องการให้ พล.อ.ประยุทธ์ ลงพื้นที่ เพราะกลัวคะแนนนิยมของ พล.อ.ประยุทธ์ จะทำให้พรรคพลังประชารัฐชนะทุกเขตเลือกตั้งแบบถล่มทลาย ทั้งนี้พรรคพลังประชารัฐเตรียมสานต่อนโยบายสำคัญของรัฐบาลชุดปัจจุบัน โดยเฉพาะบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ นอกจากนั้นพรรคมีนโยบายที่ดีเพื่อประชาชน อาทิ มารดาประชารัฐ ตั้งครรภ์รับเงินช่วยเหลือทันที ผ่านบัตรสวัสดิการคนท้อง รวม 2.7 หมื่นบาท ตลอดการตั้งครรภ์ 9 เดือน, รับเงินช่วยเหลือ 1 หมื่นบาทเมื่อถึงวันคลอด และให้เงินสนับสนุน 2,000 บาทต่อเดือน ต่อเนื่อง 6 ปี

“พรรคพลังประชารัฐไม่ขี้โม้ และไม่เคยมีเรื่องคดโกง เห็นได้จากนโยบายบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่เงินในบัตรส่งตรงถึงมือประชาชนอย่างแท้จริงทุกสตางค์ ทั้งนี้วันที่ 24 มี.ค.นี้ เป็นวันเปลี่ยนแปลงประเทศ หากเลือกแบบเก่าจะได้แบบเก่า แต่หากอยากได้ของใหม่ อยากได้ความสงบและนโยบายที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ต้องเลือกพรรคพลังประชารัฐ ทั้งนี้ผมขอให้จำเบอร์ผู้สมัครให้ดี เพราะแต่ละเขตได้หมายเลขไม่เหมือนกัน แต่หากจำไม่ได้ต้องมองหาโลโก้รังผึ้ง สัญลักษณ์ของพรรคพลังประชารัฐ” นายสนธิรัตน์ กล่าว

ด้าน นายอนุชา กล่าวปราศรัยเชิญชวนให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้เป็นรัฐบาล แก้ปัญหาความยากจนของประชาชน ทั้งนี้วันที่ 24 มี.ค.นี้ ไม่มีใครบังคับให้ประชาชนเลือกพรรคการเมืองใดได้ เพราะเป็นการใช้สิทธิตามระบอบประชาธิปไตย และหากพรรคพลังประชารัฐจะได้เป็นรัฐบาล เป็นเพราะความต้องการของประชาชน

“ผลการเลือกตั้ง คือ คำตอบจากคนทั้งประเทศ ไม่มีประเด็นที่บอกว่าเลือกฝ่ายประชาธิปไตยหรือฝ่ายเผด็จการ เพราะหลังการเลือกตั้ง คือ การตัดสินใจของประชาชน ขอให้ประชาชนเลือกพรรคพลังประชารัฐ เพื่อร่วมมือพาประเทศไปสู่การพัฒนา และจับมือประชาชนก้าวพ้นความยากจน ไปพร้อมกับพรรคพลังประชารัฐ” นายอนุชา กล่าว

ขณะที่ นายกอบศักดิ์ กล่าวปราศรัยว่า จากการลงพื้นที่ที่เขื่อนอุบลรัตน์และรับฟังข้อมูลว่า ปี 62 น้ำจะแล้งหนัก ชาวนาไม่สามารถทำนาปรังได้ ซึ่งการแก้ปัญหาน้ำแล้ง พล.อ.ประยุทธ์ รับฟังและพร้อมแก้ปัญหา ขณะที่พรรคพลังประชารัฐพร้อมขับเคลื่อน ผ่านโครงการโขง-ชี-มูล เพื่อผันน้ำจากแม่น้ำโขงลงสู่แม่น้ำชี และผลักดันเข้าสู่เขื่อนอุบลรัตน์ เพื่อให้เกษตรกรได้รับประโยชน์ รวมถึงจะสร้างโครงการประตูระบายน้ำ, โครงการเติมน้ำในเขื่อน เช่น ผลักดันน้ำจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์สู่ลำตะคอง ให้ประชาชนได้รับประโยชน์ ทั้งนี้ในวันที่ 24 มี.ค.นี้ ตนขอให้ประชาชนเลือกผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐ เพื่อให้ได้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และให้ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นนายกฯ รวมถึงได้ ส.ส.เขต และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อ เข้าไปมีส่วนร่วมพัฒนาประเทศ.

พรรคอนาคตใหม่ที่ลานเอนกประสงค์ ชุมชนสันโค้งน้อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ได้นำผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) ทั้งระบบบัญชีรายชื่อบางส่วนและผู้สมัครระบบเขตจากพื้นที่จังหวัดเชียงราย จำนวน 7 คน และจากจังหวัดพะเยา จำนวน 3 คน ขึ้นปราศรัยหาเสียงโดยเริ่มต้นด้วยผู้สมัครส.ส.จากเขตต่างขึ้นเวทีปราศรัยก่อน โดยนายธนาธรหัวหน้าพรรคได้ขึ้นเวทีปราศรัยเป็นคนสุดท้าย ซึ่งผู้ปราศรัยต่างแสดงทัศนะเกี่ยวกับการเมือง เพื่อขอคะแนนเสียงจากประชาชนโดยเนื้อหาส่วนใหญ่ระบุว่ามุ่งจะแก้ไขปัญหาต่างๆ ของสังคมไทยโดยเฉพาะเศรษฐกิจและความเป็นอยู่รวมทั้งต่อต้านรัฐบาลที่มาจากอำนาจเผด็จการ และคัดค้านการเกณฑ์ทหารทำให้คนเสียโอกาสทางเศรษฐกิจ ขณะที่บรรยากาศของการเปิดเวทีปราศรัยนั้นพบว่ามีประชาชนให้ความสนใจเดินทางมารับฟังเป็นจำนวนมาก

ด้านนายธนาธร กล่าวว่าภาคเหนือมีสิ่งที่สามารถนำมาพัฒนาเพื่อให้ชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้นโดยเฉพาะการแปรรูปทางการเกษตร เช่น ลำไย ยางพารา ข้าว ฯลฯ เพื่อเพิ่มมูลค่าเพราะเมื่อแปรรูปแล้วได้ราคาที่ดีกว่ามาก ควรมีการพัฒนาระบบสาธารณูปโภคให้มากเพื่อเชื่อมโยงการคมนาคมโดยเฉพาะเมื่ออ้างว่าต้องการพัฒนาเมืองท่องเที่ยว ฯลฯ อย่างไรก็ตาม สิ่งเหล่านี้จะทำไม่ได้เพราะการปกครองในปัจจุบันรวมศูนย์อำนาจอยู่ที่ส่วนกลาง และอำนาจอยู่ในมือคนกลุ่มเดียวก็ย่อมเอื้อประโยชน์ให้กลุ่มตนหรือทำในสิ่งที่ประชาชนไม่ต้องการ เมื่อต้องเลือกตั้งเพราะไม่สามาถเลื่อนเวลาออกไปได้ก็มีการเอาใจประชาชน โดยนายธนาธร กล่าวว่ากรณีที่มีกระแสข่าวโจมตีไปต่างๆ นานา นั้นตนขอทำหน้าที่่ต่อไปโดยไม่ขอใส่ใจและต้องเดินหน้าต่อไป เพราะบางอย่างเราควบคุมไม่ได้

พรรคประชาธิปัตย์ – นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ลงพื้นที่หาเสียงช่วยลูกพรรคที่ชลบุรี คาดเลือกตั้งในครั้งนี้คะแนนเสียงดีขึ้น ยันไม่สนใจคะแนนเสียงจาก ทษช. ขอเดินหน้านโยบายพรรค และอยากให้ สว ทำหน้าที่เคารพสิทธิของประชาชน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายชวนนท์ อินทรโกมาลย์สุต ได้ลงพื้นที่ จ.ชลบุรี เพื่อช่วยผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งหาเสียงทั้ง 8 เขต โดยเริ่มต้นที่ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จากนั้นได้เดินทางมาที่ร้านกาแฟเดอะฟอร์เรสต้าร์ การ์เด้นคาเฟ่ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี และต้องรีบไปช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงในพื้นที่ อ.พนัสนิคม จ.ชลบุรี ก่อนที่จะมาที่อำเภอบ้านบึง และปิดท้ายขึ้นเวทีปราศรัยใหญ่ที่บริเวณหน้าอำเภอเมืองชลบุรี อ.เมือง จ.ชลบุรี มีประชาชนจำนวนกว่า 2 พันรอฟังคำปราศรัย โดย นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ กล่าวว่าการลงพื้นที่ช่วยลูกพรรคหาเสียงในครั้งนี้ เนื่องจากชาวชลบุรีและพรรคประชาธิปัตย์ผูกพันกันมานาน คะแนนของพรรคเยอะมาก เพียงแต่ว่าในระบบเขตเลือกตั้งหลายสมัยที่พลาดไป แต่การเลือกตั้งครั้งนี้คาดว่าจะได้คะแนนเพิ่มมากขึ้น

ส่วนกรณีการยุบพรรคไทยรักษาชาติ ในส่วนคะแนนที่หายไปนั้น พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้มองว่าผู้ใช้สิทธิ์จะเทคะแนนเสียงมาให้พรรคประชาธิปัตย์ แต่จะมองในจุดที่พรรคประชาธิปัตย์เดินหน้าในการหาเสียงมากกว่า และยังพูดถึงเรื่อง สว อยากให้ตระหนักว่าเป็นตัวแทนปวงชนชาวไทย เพราะรัฐธรรมนูญบัญญัติไว้อย่างนั้น ขอให้เคารพสิทธิในการแสดงออกของขบวนการของการเลือกตั้ง อย่าไปฝืนเจตนารมย์ของประชาชนผ่านการเลือกตั้ง นอกจากนี้ขณะที่ปราศรัยอยู่บนเวทีนายอภิสิทธิ์ ยังได้พูดติดตลกว่าได้ไปหาเสียงที่สุโขทัย มีแม่ค้าในตลาดสดได้ตะโกนเรียก พร้อมบอกว่าขอให้ช่วยอะไร1 คือ ฉันต้องการทีวันศุกร์กลางคืนของฉันคืนคืนมา ทำเอาเรียกเสียงฮากันทั้งเวที

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.