ตร.นำกระบะคันเกิดเหตุยิง นศ.เทคโนฯ มาให้ตรวจสอบ – พ่อผู้ตายหวั่นไม่ได้รับความเป็นธรรม

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
35 ครั้ง

แชร์โพสนี้

ความคืบหน้ากรณีตำรวจชุดปราบปรามยาเสพติด กองกำกับการสืบสวนสอบนครบาล 4 ได้ทำการจับกุมผู้ต้องหาคดียาเสพติดจำนวน 5 คน โดยมีรถ จยย.ของเจ้าหน้าที่ขับประกบรถกระบะมาอีกชั้นหนึ่งระหว่างทางถูกกลุ่ม นายเอกชัย บุญรัตน์ อายุ 22 ปี นักเรียนเทคโนโลยีบางกะปิ ชั้นปีที่ 4 คณะช่างยนต์ ซึ่งกลับจากงานเลี้ยงของสถาบัน ใช้อาวุธปืนยิงเข้าใส่กลุ่มเจ้าหน้าที่ เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็นกลุ่มคู่อริ ก่อนจะเกิดการยิงต่อสู้กัน เป็นเหตุให้นายเอกชัยถูกยิงเสียชีวิต บริเวณซอยร่มเกล้า 6 เขตมีนบุรี กรุงเทพฯ เมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 11 กุมภาพันธ์นั้น

ล่าสุด ตำรวจชุดสืบสวน กองบังคับการตำรวจนครบาล 4 ได้นำรถมาสด้า 4 ประตู ไฮแรนเซอร์ สีบรอนซ์เงิน ทะเบียน ษห7672 กรุงเทพฯ ของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกิดการยิงปะทะกับนักเรียนช่างกลย่านมีนบุรี ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต เข้าตรวจหาวิถีกระสุนปืนและร่องรอยการยิง รวมถึงเก็บพยานหลักฐานอื่นๆเพิ่มเติม ที่สำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง สํานักงานตํารวจแห่งชาติ

มีรายงานว่าการตรวจพิสูจน์วิถีกระสุนในครั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบจำนวนกระสุนที่ถูกยิงไปที่รถกระบะ บริเวณประตูฝั่งคนขับทั้ง 5 นัด ว่าจะมีการยิงมาจากทิศทางเดียวกันหรือไม่ รวมทั้งระยะห่างไกลจากจุดยิงมากน้อยเพียงใด ซึ่งเบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการยิงหวังผลให้เสียชีวิต ต้องรอตรวจสอบพยานหลักฐานชิ้นอื่นๆเพิ่มเติม ซึ่งขณะนี้เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกลางได้รับพยานหลักฐานมาเพียงแค่รถยนต์กระบะเท่านั้น หลักฐานอื่นๆ เช่น ปลอกกระสุน หัวกระสุน ซึ่งขณะนี้อยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ที่ไปตรวจที่เกิดเหตุนั้น ยังไม่ได้รับมอบ ซึ่งหากได้รับพยานหลักฐานทั้งหมดแล้วก็อาจจะสามารถชี้ชัดได้ว่ารอยกระสุนปืนทั้ง 5 นัด มาจากปืนกระบอกเดียวกันหรือไม่ รวมถึงผู้ที่ก่อเหตุยิงมีกี่คน

ขณะที่ทางด้าน พันจ่าอากาศเอกนภัสกร บุญรัตน์ พ่อของผู้เสียชีวิต ได้เดินทางมาพร้อมครอบครัว เพื่อติดต่อขอรับศพบุตรชายเพื่อนำศพไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดลาดบัวขาว เขตสะพานสูง กรุงเทพฯ

พันจ่าอากาศเอกนภัสกร กล่าวว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางครอบครัวยังไม่ทราบรายละเอียดทั้งหมด เพราะตำรวจยังไม่ได้เรียกไปให้ข้อมูล ทราบแต่เพียงว่าตำรวจเป็นผู้ยิง จึงเกรงว่าครอบครัวอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ส่วนที่มีกระแสข่าวว่าบุตรชายเป็นฝ่ายลงมือยิงก่อนนั้น ขอให้มีการพิสูจน์ทราบจนเกิดความชัดเจน โดยส่วนตัวไม่เคยรู้มาก่อนว่าบุตรชายมีอาวุธปืน ยอมรับว่าเคยมีเหตุกระทบกระทั่งกับผู้อื่นบ้างตามประสาวัยรุ่น แต่เชื่อว่าไม่น่าร้ายแรง และฝากไปถึงตำรวจ ให้สืบสวนไปตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น หากบุตรชายเป็นฝ่ายเริ่มยิงก่อนก็พร้อมยอมรับ แต่ก็มองว่าเป็นการกระทำที่เกินกว่าเหตุ เพราะมีการยิงหลายนัด หวังให้ถึงแก่ชีวิต ขอให้ผู้ที่ก่อเหตุออกมายอมรับความจริงที่เกิดขึ้น

ทางด้าน พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ยืนยันว่าชายสวมเสื้อแดง เป็นตำรวจสังกัดกองบังคับการตำรวจนครบาล 4 จริง เบื้องต้นได้รับรายงานว่าก่อนเกิดเหตุชุดปราบปรามยาเสพติด ไปเชิญตัวกลุ่มวัยรุ่นต้องสงสัยที่อาจเกี่ยวข้องกับคดียาเสพติด เพื่อนำตัวมาขยายผลสอบปากคำ ที่สถานีตำรวจมีนบุรี แต่ขณะเดินทางกลับได้พบกับกลุ่มวัยรุ่นอีกกลุ่มหนึ่ง คาดเป็นคู่อริกับผู้ที่ถูกเชิญตัว ใช้อาวุธปืนยิงเข้ามาที่รถกระบะ ตำรวจนายดังกล่าวจึงใช้ปืนประจำกายยิงสวน เพื่อป้องกันตัวและปกป้องผู้ที่อยู่บนรถ ทั้งนี้ สั่งกำชับให้ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 4 ตรวจสอบให้ละเอียด

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.