พรรคการเมืองทยอยเปิดตัวผู้สมัคร – ลงพื้นที่พบปะประชาชน

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
32 ครั้ง

แชร์โพสนี้

วันนี้ (26 ม.ค.) เวลา 09.39 น. ที่วงเวียนใหญ่ ร.ท.ปรีชาพล พงษ์พานิช หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) นายจาตุรนต์ ฉายแสง ประธานกรรมการยุทธศาสตร์พรรค ทษช. นายฤภพ ชินวัตร รองหัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ น.ส.ชนิกา วงศ์นภาจันทร์ นายทะเบียนพรรค นายประภัสร์ จงสงวน กรรมการยุทธศาสตร์พรรค พร้อมด้วยคณะกรรมการบริหารพรรค และแกนนำพรรค ร่วมเปิดศูนย์ประสานงานพรรคไทยรักษาชาติ เขต 22 คลองสาน บางกอกใหญ่ ธนบุรี (ยกเว้นดาวคะนอง บุคคโล สำเหร่) พร้อมเปิดตัว น.ส.สราริน ชาลีวรรณ ว่าที่ผู้สมัครส.ส.กทม.เขต22 ด้วย

โดยเมื่อเดินทางมาถึงอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช วงเวียนใหญ่ ร.ท.ปรีชาพล นายจตุรนต์ พร้อมแกนนำพรรคได้ร่วมทำพิธีสักการะบวงสรวงอนุสาวรีย์สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช โดยพราหมณ์คเชนทร์ เพื่อความเป็นสิริมงคลเปิดศักราชใหม่ ปี 2562 และเป็นการเอาฤกษ์เอาชัยเพื่อสู้ศึกในสนามเลือกตั้ง แล้วจึงเปิดศูนย์ประสานงานพรรคไทยรักษาชาติ เขต 22

ด้านนายพงศ์เทพ เทพกาญจนา แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้เดินทางมาร่วมในพิธีบวงสรวงด้วย โดยนายพงศ์เทพ เปิดเผยว่า ตนเองรู้จักมักคุ้นกับคุณแม่ของผู้สมัครเขตนี้ จึงถูกเชิญมาร่วมงาน แต่อยู่ได้เพียงสักครู่ก็ต้องกลับแล้ว อย่างไรก็ตามตนยังเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทยอยู่

จากนั้น ร.ท. ปรีชาพล หัวหน้าพรรคไทยรักษาชาติ (ทษช.) ให้สัมภาษณ์ถึงความพร้อมของว่าที่ผู้สมัครพรรคไทยรักษาชาติ ในพื้นที่เขต 22 คลองสาน บางกอกใหญ่ ธนบุรี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเดิมเป็นฐานเสียงเก่าของพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ว่า เรื่องพื้นที่เก่าของใครนั้นเป็นเรื่องในอดีต ปัจจุบันตนเชื่อว่าประชาชนเปิดกว้าง และรอรับฟังเรื่องของนโยบายพรรคการเมือง ว่าผู้สมัครจะสามารถสื่อสารกับประชาชนได้มากน้อยแค่ไหน หากเลือกว่าที่ผู้สมัคร น.ส.สราริน ของพรรคไทยรักษาชาติแล้ว ถ้าพรรคเราได้เป็นแกนนำหรือร่วมจัดตั้งรัฐบาล ชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนจะดีขึ้นได้อย่างไร ตนเชื่อว่าประชาชนก็พร้อมที่จะเปิดใจและให้โอกาสผู้สมัครของพรรคไทยไทยรักษาชาติเช่นกัน

ด้านนายจาตุรนต์ กล่าวถึงนโยบายพรรคไทยรักษาชาตินั้น ว่าในวันที่ 29 ม.ค. นี้ จะเปิดตัวนโยบาย โดยในระหว่างนี้จะทยอยเปิดบางส่วนก่อน ภายใต้โจทย์ที่เราตั้งขึ้นว่า “ประเทศนี้ มีปัญหาสำคัญที่จะต้องแก้ 10 เรื่อง” ซึ่งเป็น 10 เรื่องที่ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเป็นปัญหา ดังนั้นพรรคไทยรักษาชาติ จะมีนโยบายแก้ปัญหาเหล่านั้น และจะเน้นเรื่องนโยบายแก้ปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดที่ประชาชนทั้งประเทศให้ความเห็นไว้

คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย(พท.) พร้อมด้วยว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นนทบุรี รวมถึงนายอุดมเดช รัตน เสถียร อดีต ส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย เดินทางมาที่วัดใหญ่สว่างอารมณ์ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เพื่อเข้านมัสการ เจ้าอาวาส(เจ้าคุณอ่าง) ก่อนเยี่ยมชมตลาดและแหล่งท่องเที่ยว ที่เกาะเกร็ด วัดไผ่ล้อม และเข้านมัสการพระประจำจังหวัด พระนนทมุณิณ และเจ้าคุณเจ้าอาวาสวัดปรมัย หลังจากนั้น จะเดินพบปะพ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดปากเกร็ด ถึงหน้าเทศบาลปากเกล็ด (ข้ามเรือฝั่งท่าน้ำปากเกร็ด)ได้เดินทักทายประชาชนพ่อค้าแม่ค้าภายในตลาด พร้อมแวะถ่ายภาพเป็นที่ระลึก เกือบทุกร้าน ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

นอกจากนี้นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ และสมาชิกพรรค ได้ลงพื้นที่พบปะชาวบ้านที่เกาะเกร็ด จ.นนทบุรี โดยมีชาวบ้านพากันมาขอถ่ายรูปกับทั้งสองจำนวนมาก

นายชัชชาติ เผยถึงกรณีมีกระแสข่าวว่า พรรคเพื่อไทยได้สนับสนุนเป็นเบอร์หนึ่งในบัญชีรายชื่อนายกรัฐมนตรีว่า “ตอนนี้ยังไม่มีอะไรคืบหน้า ส่วนตัวคิดว่าคนกรุงเทพฯอาจจะรู้จักตนบ้าง แต่คนต่างจังหวัดยังไม่รู้จักตนมากพอ แต่หากพรรคเห็นว่าตนมีความเหมาะสม ก็ไม่ขัดข้องอะไรอยู่แล้ว”

อย่างไรก็ตามพรรคเพื่อไทยทำงานเป็นทีม เมื่อเข้าสู่สนาม การแข่งขันก็จะต้องมองที่นโยบายเป็นหลัก เชื่อว่าจุดแข็งเราไม่ได้อยู่ที่ตัวคน แต่อยู่ที่การทำงานร่วมกัน

พรรคเพื่อไทย คงไม่ได้มีเบอร์ 1 2 3 อะไร แม้จะมีการเสนอชื่อนายกทั้ง 3 ชื่อ แต่ก็เป็นเพียงชื่อในตะกร้า ที่สุดแล้วการทำงานต้องช่วยกัน เท่าที่ดูโพลโดยรวมแล้ว ผมเห็นว่าคนไทยไม่ได้รู้จักผมมากนัก แต่รู้จัก คุณหญิงสุดารัตน์ มากกว่าด้วยซ้ำ

ที่โรงแรมหรรษาเจบี อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา “พรรคประชาธิปัตย์” ได้ประชุมว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.14 จังหวัดภาคใต้ 50 เขต โดยมี นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรค และว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.เขต 50 คน และ ส.ส.แบบบัญชีรายชื่อประมาณ 6 คน เข้าร่วมภายในงาน

รายงานข่าวทราบว่า นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ได้ร่วมกับ นายวิรัตน์ ร่วมเย็น อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ จ.ระนอง ได้ชี้แจงข้อกฎหมาย และระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้ง และการปฏิบัติตัวของแกนนำในพื้นที่ เพื่อป้องกันการถูกฟ้องร้องและดำเนินคดี เนื่องจากการเลือกตั้งครั้งนี้มีการแข่งขันกันสูง จากว่าที่ผู้สมัครหลายสิบพรรค

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ ภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญที่เปลี่ยนไป คะแนนทุกคะแนนมีค่า เนื่องจากบัตรเลือกตั้งใบเดียว ไม่อนุญาตให้หลายใจ ให้ว่าที่ผู้สมัครไปทำความเข้าใจกับประชาชนให้มากที่สุด นำยุทธศาสตร์พรรค เนื่องจากพื้นที่ภาคใต้จุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์ แนวโน้มจะถูกหลายพรรคโจมตี

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์การหาเสียงเลือกตั้ง พรรคพลังประชารัฐ พร้อมด้วย นายธนกร วังบุญคงชนะ รองโฆษกพรรค นายสามารถ เจนชัยจิตรวนิช สมาชิกพรรคลงพื้นที่ อ.นครชัยศรี จ.นครปฐม เปิดศูนย์ของพรรคพลังประชารัฐ โดยมีประชาชนให้การต้อนรับเป็นจำนวนมาก

นายสมศักดิ์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้เพื่อมาพบปะว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค ว่ามีความคืบหน้าในการลงพื้นที่เป็นอย่างไร แต่วันนี้ชาวบ้านได้สะท้อนและต้องการให้พรรคพลังประชารัฐ เดินหน้าแก้ปัญหาในเรื่องข้าว ราคาอ้อย พืชเกษตรต่างๆ ผลักดันสัตว์เศรษฐกิจ ทุกอย่างที่เสนอมาอยู่ในแนวทางนโยบายของพรรคพลังประชารัฐ ที่ส่งเสริมให้คนทำธุรกิจ และมีอาชีพเสริม ในส่วนของ จ.นครปฐม ถือได้ว่า เป็นเมืองกระจายสินค้าได้ทุกภาค มีมหาวิทยาลัยถึง 3 แห่ง มีวัฒนธรรม และหากบ้านเมืองสงบสุขจังหวัดนครปฐม จะยิ่งดีขึ้นเพราะสามารถผลักดันให้เป็นเมืองท่องเที่ยวได้

“พรรคพลังประชารัฐไม่ใช่พรรคทหาร แต่เวลานี้เราได้รวบรวมคนที่มีความสามารถในทุกด้าน อาทิ เกษตร ธุรกิจ มารวมกันเพื่อจะทำให้พี่น้องประชาชนอยู่ดีกินดี ผมอยากให้ทุกคนเดินทางสายกลางก้าวข้ามความขัดแย้งเพราะหากบ้านเมืองไม่สงบอีกประเทศจะอยู่ในวังวนเดิม” นายสมศักดิ์กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อถามว่าพรรคพลังประชารัฐ จะสามารถปักธงได้ ส.ส.ยกจังหวัดนครปฐม หรือไม่ นายสมศักดิ์ กล่าวว่า ผู้สมัครของเราทั้ง 5 เขต ขยันพบปะชาวบ้านแบบเคาะประตูบ้าน ทุกคนทุ่มเท ตนไม่สามารถไปโม้โอ้อวดว่าจะเหมายกจังหวัด แต่ส่วนตัวเชื่อว่าพรรคพลังประชารัฐ จะมี ส.ส. ใน จ.นครปฐม แน่นอน

เมื่อถามว่า การลงพื้นที่เวลานี้มักถูกโจมตี บางครั้งมีการจัดฉากนำวีดีโอ ไม่มีประชาชนเข้าฟังปราศรัย นายสมศักดิ์ กล่าวว่าเป็นเรื่องปกติ ตนเป็นผู้ไปชี้แจงนโยบายต่างๆ ในหลายจังหวัดทั่วทุกภูมิภาค เป็นรื่องธรรมดาที่จะต้องถูกโจมตี เตะตัดขา แต่การถูกกระทำแบบนี้ทำให้เห็นว่าคะแนนนิยมของพรรคพลังประชารัฐดีขึ้น ฝ่ายตรงข้ามจึงเล่นเกมใต้ดิน

“ไม่เคยท้อแท้ หรือรู้สึกอะไร ยิ่งทำร้ายเราเท่าไหร่ นั้นคือแรงผลักดันผมจะเดินหน้า ผมไม่เคยกลัว เราเดินมาถูกทาง การเมืองเป็นเรื่องปกติของการป้ายสี มันเกิดขึ้นมาตลอด แต่ผมและพรรคต้องระมัดระวังไม่ผลีผลาม เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่ จ.มหาสารคาม เราตอบโต้ได้ชัดเจน เรามีหลักฐานที่เป็นวิดีโอ และภาพนิ่ง ประชาชนจึงรู้ว่าเวลานี้ พรรคพลังประชารัฐถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว เพราะแนวทางของพรรคชัดเจนเราไม่ต้องการให้ประเทศจมปลักในจุดเดิม” แกนนำพรรคพลังประชารัฐ กล่าว

ทางด้าน นายธนกร กล่าวว่า จากการลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนในภาคเหนือและภาคอีสาน พบว่า พี่น้องประชาชนส่วนใหญ่ต้องการให้พรรคพลังประชารัฐเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ในบัญชีผู้ที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีของพรรคด้วยเหตุผล 2 ประการคือ 1.ผลงานที่ผ่านมาไม่ว่าจะเป็นโครงการบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ค่าตอบแทน อสม. เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ การช่วยเหลือพี่น้องเกษตรกรไม่ว่าจะเป็นข้าว ยางพารา ปาล์ม และอีอีซี 2.ลุงตู่ไม่เป็นคู่ขัดแย้งกับพรรคการเมืองใด ที่ผ่านมาเรามีสองขั้วการเมืองที่มีปัญหาความขัดแย้งมาโดยตลอด นำมาซึ่งวิกฤติของประเทศ

“ทุกอย่างอยู่ที่มติของกรรมการบริหารพรรค แต่ส่วนตัวแล้วผมมองว่าลุงตู่มีความเหมาะสมในทุกด้านที่จะเป็นนายกฯ เป็นอดีตทหารที่รักชาติ รักประชาชนและเทิดทูนสถาบัน ผมจึงอยากให้ลุงตู่เป็นนายกฯ ต่อไป” นายธนกรกล่าว

ที่ห้องโคราช ฮอลล์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา นครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาพรรคชาติพัฒนา (ชพน.) พร้อมด้วย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนาและคณะกรรมการบริหารพรรค ทั้ง พล.อ.ฐิติวัจน์ กำลังเอก รองหัวหน้าพรรคฯ , นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล ที่ปรึกษาพรรคฯ และผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคฯ , นายดล เหตะกูล เลขาธิการพรรคฯ , พ.อ.วินัย สมพงษ์ ที่ปรึกษาพรรคฯ และ“ น้องวิว” นางเยาวภา บุรพลชัย โฆษกพรรคฯ ได้ร่วมแถลงเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดนครราชสีมาทั้ง 14 เขตเลือกตั้ง ของพรรคชาติพัฒนา เป็นครั้งแรก พร้อม แถลงนโยบายพรรคเพื่อพัฒนาโคราช อย่างเป็นทางการ

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.