แชร์โพสนี้

จากกรณี นายสุชีพ ศรสังข์ อายุ 41 ปี ใช้อาวุธปืนขนาด 9 มม. ก่อเหตุยิงคนในครอบครัวของภรรยาและลูกตัวเองพร้อมคู่เขย ก่อนจ่อขมับปลิดชีพตัวเองตายรวม 7 ศพ กลางดึกเมื่อวานนี้ ที่ ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร ขณะรวมญาติกินเลี้ยงสังสรรค์เคาท์ดาวน์ปีใหม่

หลังเกิดเหตุเมื่อวานนี้ ( 1 ม.ค.) ญาติของผู้เสียชีวิตได้นำศพนางงุด อ่อนมุกข์ อายุ 71 ปี ,นางรัชพร อ่อนมุกข์ อายุ 50 ปี ,นางสาวผกามาศ อ่อนมุกข์ อายุ 47 ปี ,เด็กหญิงชนัญธิดา ศรสังข์ อายุ 6 ปี และเด็กชายกษิเดช ศรสังข์ อายุ 9 ปี ไปตั้งบำเพ็ญกุศลเพื่อสวดพระอภิธรรม ที่สำนักสงฆ์ปะติมะวนาราม หมู่ 7 ต.พะโต๊ะ อ.พะโต๊ะ จ.ชุมพร โดยทั้ง 5 ศพ เป็นแม่ยาย พี่เมีย ลูกชายวัย 9 ขวบ และลูกสาววัย 6 ขวบ ของนายสุชีพ ผู้ก่อเหตุท่ามกลางบรรยากาศความเศร้าโศกเสียใจของบรรดาญาติ ๆ และเพื่อนบ้านที่มาช่วยกันจัดงานศพ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงที่นายสุชีพติดคุก ภรรยาได้ไปทำงานที่กรุงเทพฯ เพราะทนพฤติกรรมของนายสุชีพไม่ไหว หลังเกิดเรื่องได้เดินทางมาร่วมสวดพระอภิธรรมศพด้วย แต่ไม่ให้สัมภาษณ์กับสื่อและพยายามหลบกล้องอยู่ตลอดเวลา หลังพระสวดเสร็จก็ขึ้นรถขับออกจากวัดไป ผู้สื่อข่าวถามว่ามีปัญหาอะไรกับครอบครัวหรือไม่ แต่ทางญาติไม่ขอพูด

ด้านตัวแทนญาติบอกว่า น้องชายของตนกับผู้ก่อเหตุ ซึ่งเป็นคู่เขยกันไม่เคยมีปัญหาอะไรกัน ที่ผ่านมาตนเองรู้จักกับนายชูชีพ เพียงผิวเผินไม่สนิทมากเท่าที่ควร ปกติผู้ก่อเหตุเป็นคนพูดจาไพเพราะ นอบน้อมเจอใครจะยกมือไหว้ก่อนเสมอ แม้มีประวัติติดคุกแต่ก็ชอบช่วยงานสังคม เพราะอยากกลับตัวเป็นคนดี แต่อาจมีปัญหากับญาติฝ่ายภรรยาไม่ให้การยอมรับ ส่วนภรรยาของนายสุชีพไม่ได้อยู่ด้วยกัน อาจเป็นสาเหตุให้เกิดความเครียดก่อเหตุดังกล่าวขึ้น ไม่น่าเชื่อว่าจะมาก่อเหตุได้ถึงขนาดนี้ ฆ่าได้กระทั่งลูกของตนเองซึ่งไม่รู้เรื่องอะไรด้วย

“ทราบจากญาติว่า ก่อนเกิดเหตุนายชูชีพ ถูกนางงุด ซึ่งเป็นแม่ยาย ต่อว่าต่อหน้านายวิจิตรและนายทินกร ที่กำลังนั่งฉลองปีใหม่อยู่หน้าบ้าน อาจทำให้นายชูชีพ อายและคับแค้นใจ จึงขับรถยนต์ออกจากบ้านไปนั่งดื่มเบียร์คนเดียวจนเมาได้ที่แล้วขับรถกลับมาแล้วก่อเหตุดังกล่าว” ญาติกล่าว

ขณะที่ศพนายสุชีพ ผู้ก่อเหตุ ญาติได้นิมนต์พระสงฆ์ไปทำพิธีเชิญวิญญาณ ก่อนรับกลับบ้านเกิดที่ จ.นครศรีธรรมราช  โดยลุงของผู้ก่อเหตุ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุนายสุชีพ เคยมาปรึกษาปัญหาครอบครัวกับตน หลังจากที่พ้นโทษคดีพยายามฆ่ามาแล้ว โดยบอกว่าครอบครัวฝั่งภรรยาและภรรยา ไม่ยอมรับที่เขาเป็นคนขี้คุก พยายามกีดกันทุกอย่างแม้กระทั่งลูก จนดูเหมือนเป็นคนน่ารังเกียจ

ซึ่งตนบอกกับหลานชายไปว่า หากไม่สบายใจก็ให้กลับมาอยู่บ้าน แต่นายสุชีพ ให้เหตุผลว่า ต้องรับผิดชอบหลาย  ต้องทำงานหาเงินมาเลี้ยงลูก 2 คน และผ่อนรถ ล่าสุดหลานชาย ได้ไปเหมาสวนเก็บมังคุดที่ จ.นครศรีธรรมราช ไว้  ไม่ทันได้ไปเก็บก็มาก่อเหตุดังกล่าวเสียก่อน

“ที่บอกว่าหลานชายอยู่บ้านไม่ทำอะไรนั้น เรื่องนี้ หลานชายบอกกับตนว่า ทางบ้านของภรรยา ซึ่งเปิดเป็นร้านเสริมสวย จะให้เขาซึ่งเป็นผู้ชายไปช่วยทำอะไรได้ จึงอยากขอความเป็นธรรมให้กับหลานชายด้วย ถึงแม้จะเป็นผู้ก่อเหตุ แต่อย่างน้อยให้สังคมรู้ว่าอะไรเป็นอะไร” ญาติมือยิงกล่าว

จากการตรวจสอบประวัตินายสุชีพ ผู้ก่อเหตุ เคยถูกจับคดียักยอกทรัพย์ในตัวเมืองชุมพร มีประวัติพัวพันยาเสพติด เพิ่งพ้นโทษคดีพยายามฆ่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ จ.นครศรีธรรมราช  โดยออกจากคุกมาเมื่อวันที่ 20 พ.ย.60  แล้วกลับมาอยู่บ้านหลังเกิดเหตุซึ่งเปิดเป็นร้านเสริมสวย  โดยอยู่กับนางงุด แม่ยาย และลูกอีก 2 คน

ตามรายงานระบุว่า นายสุชีพ มีนิสัยเกเร ไม่ยอมทำงาน เอาแต่ดื่มเหล้าดื่มเบียร์  พูดจาไม่ดีกับคนในครอบครัวของภรรยา กล่าวหาว่าคนในครอบครัวรังเกียจ เคยขู่ฆ่ายกครัวบ่อยครั้ง กระทั่งลงมือก่อเหตุสลดดังกล่าว กลายเป็นข่าวสะเทือนใจในคืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่

ผู้สื่อข่าวได้พูดคุยกับนายทินกร อ่อนมุกข์ อายุ 33 ปี น้องเขยผู้ก่อเหตุ  ได้รับบาดเจ็บถูกยิงที่หน้าท้อง กระสุนแฉลบออกสีข้างด้านขวา รอดชีวิตจากเหตุการณ์นี้เพราะแกล้งตาย เล่าว่า ตนพร้อมด้วยนางรัชพร ซึ่งเป็นพี่สาว และนายวิจิตร พี่เขย ทำงานอยู่กรุงเทพฯ ได้เดินทางมาเยี่ยมแม่คือนางงุด ที่บ้านหลังเกิดเหตุช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ตั้งแต่วันที่ 29 ธ.ค. ที่ผ่านมา และเตรียมทำบุญครบ 3 ปี ที่พ่อเสียชีวิตซึ่งตรงกับวันปีใหม่ แต่มาเกิดเหตุเศร้าเสียก่อน

คืนเกิดเหตุกำลังนั่งดื่มสังสรรค์ปีใหม่หน้าบ้านอย่างสนุกสนาน นายสุชีพ พี่เขยได้ขับรถยนต์ มาจอดในโรงเก็บรถข้างบ้าน จากนั้นเดินเข้าบ้านด้วยอาการเมาสุราแล้วเข้ามาหาเรื่อง ส่งเสียงโวยวายพูดว่า “กูอยู่ที่นี่กูช่วยทุกอย่างแต่ไม่มีความดีเลยสักอย่าง ทำไมพวกมึงไม่ชอบหน้ากู” แล้วเกิดการโต้เถียงด่าทอกัน นายสุชีพถามนายวิจิตรว่า “พี่มีปัญหากับอะไรกับผม” จากนั้นหันหน้ามาหาตนพูดว่า”มองหน้ากูทำไมจะเอายังไงกับ กูงั้นเอางี้ดีกว่า” พร้อมทั้งชักอาวุธปืนออกมาจากเอวแล้วยิงลั่นไกไล่ยิงทีละคน

โดยยิงนายวิจิตร คู่เขยเป็นคนแรก ซึ่งนั่งอยู่ม้าหินอ่อนหน้าบ้าน ฟุบลงกับพื้นเสียชีวิตคาที่ แล้วหันมายิงใส่ตนถูกที่ท้อง 1 นัด จนล้มลงแต่ตนแกล้งตาย จากนั้นวิ่งไปยิงนางงุด แม่ของตนและนางสาวผกามาศ พี่สาว ที่นั่งอยู่บนโซฟา  แล้วไล่ยิงนางรัชพร ที่วิ่งหนีเสียชีวิตอยู่หน้าห้องนอน  และเข้าไปยิงลูกชายวัย 9 ขวบและลูกสาววัย 6 ขวบ ของตัวเอง ซึ่งนอนหลับอยู่ในห้องนอน จากนั้นนายสุชีพใช้ปืนกระบอกเดียวกันจ่อยิงขมับตัวเองตายตามล้มทับลูกทั้ง 2 คน บนเตียงนอน

“นายสุชีพ เคยขู่ว่าจะฆ่าทิ้งทั้งบ้านแล้วจะยิงตัวเองตายตาม คิดว่าเขาพูดเล่นแล้ววันหนึ่งมันก็เกิดขึ้นจริง เวลาทะเลาะกันก็จะพูดอย่างนี้เป็นประจำ นายสุชีพจะพกปืนติดตัวตลอด อยู่บ้านไม่เคยช่วยเหลืออะไรสักอย่าง ผ่อนค่ารถก็ไปขอเงินภรรยามาส่งค่างวด ก่อนหน้านี้พี่สาวของตนก็เคยถูกนายสุชีพ ยิงบาดเจ็บถึง 2 ครั้ง ทุกวันนี้นายสุชีพอยู่บ้านของตนในนามพ่อของลูกเท่านั้น พี่สาวพยายามขอเลิกแต่เขาไม่ยอมเลิก ขู่ว่า “วันไหนที่เลิกวันนั้นแหละวันตายของมึง” นายทินกร กล่าว

ช่วงหัวค่ำที่ผ่านมาผู้สื่อข่าวย้อนกลับไปที่บ้านหลังเกิดเหตุ พบว่าทางญาติได้ขนที่นอน โซฟา ข้าวของเปื้อนเลือดในบ้านออกมาทำความสะอาดโดยกองทิ้งไว้บริเวณหน้าบ้าน สอบถามเพื่อนบ้านเล่าว่า ตอนกลางวันก่อนเกิดเหตุนายสุชีพ ยังได้ไปช่วยเป็นคณะกรรมการตัดสินเรือพายในหมู่หมู่บ้าน ไม่คาดคิดว่าจะก่อเหตุอย่างนี้ ก่อนหน้านี้นายสุชีพเคยพูดว่า”ถ้าไม่มีความสุขก็ตายด้วยกันทั้งหมด” เขาพูดบ่อยมาก หลังออกจากคุกก็มาอยู่บ้านหลังเกิดเหตุเพื่อรอภรรยา แต่ทางครอบครัวภรรยาก็พยายามกีดกันบีบให้ออกจากบ้าน

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.