แชร์โพสนี้

จากกรณี น.ส.ช่อลัดดา อายุ 38ปี ถูกสามีใช้น้ำกรดสาด จากนั้นลูกสาวอายุ 12 ปี ซึ่งเป็นลูกติดจากฝ่ายหญิง ได้นำตัวผู้เป็นแม่ส่งโรงพยาบาลพระราม 2 แต่กลับถูกทางโรงพยาบาลปฏิเสธการรักษา และให้ไปรักษาที่โรงพยาบาลบางมดตามสิทธิ์ประกันสังคม ทั้งที่ขณะนั้นอาการทรุดลงแล้ว ก่อนที่จะเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาลอีกแห่งในเวลาต่อมา ล่าสุดมือสาดน้ำกรดถูกควบคุมตัวแล้ว สารภาพทำไปเพราะหึงหวง

พล.ต.ท.สุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น รรท.ผบช.น. เดินทางมายัง สน.ท่าข้าม เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีดังกล่าว พร้อมทั้งทำการสอบสวนนายคำตัน อายุ 50 ปี ผู้ต้องหาซึ่งเป็นสามีของผู้เสียชีวิต

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนแจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่น โดยผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา จากนั้นนายคำตัน ได้เปิดเผยกับสื่อมวลชนสั้นๆว่า “ผมขอโทษ ที่ทำไปเพราะความหึงหวง โดยน้ำกรดซื้อมาจากเพื่อนเมื่อ 2 วันก่อน”

จากการสอบสวนทราบว่า นายคำตันมีอาชีพขับรถแท็กซี่ ได้คบหากับผู้ตายมากว่า 7 ปี ซึ่งผู้ตายมีอาชีพเป็นพนักงานที่ห้างสรรพสินค้าย่านบางแค โดยทั้งคู่ต่างมีลูกติด 1 คน พักอยู่ร่วมกันในห้องพักที่เช่าในซอยบางขุนเทียนชายทะเล 6 ย่านแสมดำ โดยผู้ต้องหาอ้างว่าเมื่อเดือน เม.ย. พบว่าฝ่ายหญิงได้แอบไปคบหากับชายอื่นอีก 2 คน ซึ่งเป็นคนขับรถรับจ้างซูบารุ ย่านบางแค

ส่วนอีกคนเป็นพนักงานในห้างสรรพสินค้า ย่านบางแค จึงทำให้ช่วงหลังเกิดการทะเลาะกันบ่อยเรื่อยมา บางครั้งถึงขั้นรุนแรง จนก่อนเกิดเหตุ 2 วัน ได้ซื้อน้ำกรดจากเพื่อนที่ขับแท็กซี่ด้วยกันใส่ในขวดเหล้า ก่อนจะเอามาแอบไว้ในห้องพัก จากนั้นเกิดมีปากเสียงเรื่องความหึงหวง

ทำให้ช่วงเช้ามืดวันเกิดเหตุจึงตัดสินใจเทน้ำกรดใส่แก้วกาแฟซึ่งมีขนาดเท่ากับ 1 กระป๋องน้ำอัดลม ก่อนจะนำมาเทสาดเข้าที่ใบหน้าของภรรยา แล้วหลบหนีโดยเอาแก้วกาแฟไปทิ้งลงข้างล่างห้องพัก ก่อนจะหลบหนีไปกบดานอยู่ที่บ้านเพื่อนที่ จ.นครสวรรค์ ก่อนจะถูกตำรวจจับกุมได้ โดยผู้ต้องหากล่าวว่า ไม่ได้ตั้งใจให้ถึงขั้นเสียชีวิต แค่จะให้เสียโฉมเท่านั้น

จากนั้น ช่วงบ่าย ตำรวจ สน.ท่าข้าม คุมตัวผู้ต้องหาออกจากห้องขังเพื่อไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ใน 3 จุด ซึ่งระหว่างทำแผนได้มีญาติของผู้เสียชีวิตกรีดร้องอย่างดังว่า “ทำไมถึงฆ่าหลานกู” โดยมีลูกสาวผู้ตายกอดญาติคนดังกล่าวและพูดว่า “บ่เป็นหยั๋ง” จนญาติต้องเข้ามาช่วยปลอบว่าเขารับกรรมของเขาแล้ว

ด้านแพทย์โรงพยาบาลพระราม 2 ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงว่า ขณะที่คนไข้เข้ามาขอรับการรักษาทางโรงพยาบาล โดยบุรุษพยาบาล และพยาบาลในห้องฉุกเฉิน ได้ทำการรักษาเบื้องต้นด้วยการตรวจวัดสัญญาณชีพ ความดันโลหิต ชีพจร การหายใจ รวมถึงออกซิเจนในเลือด ซึ่งผลการตรวจพบว่าอยู่ในเกณฑ์ปกติ และมีสติสัมปชัญญะดี แต่คนไข้มีอาการแสบร้อนที่บาดแผล เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการพันแผล

จากนั้นประสานไปยังนายแพทย์พีระ คณานุวัฒน์ เนื่องจากเป็นแพทย์ด้านศัลยกรรม ที่มีอำนาจในการตัดสินใจให้คนไข้แอดมิด แต่เมื่อแจ้งสิทธิให้กับผู้ป่วย และแจ้งว่า แพทย์ให้ความเห็นต้องแอดมิด คนไข้กลับปฏิเสธการรักษา พร้อมขอไปรับการรักษาตามสิทธิ์ประกันสังคมกับโรงพยาบาลบางมด โดยประสงค์ที่จะเดินทางไปด้วยตนเอง

อย่างไรก็ตาม ทางโรงพยาบาลไม่ได้ปฏิเสธคนไข้ แต่ก็ไม่มีหลักฐานที่ลงนามยืนยันว่า คนไข้ปฏิเสธการรักษา มีเพียงการติดต่อประสานงานไปยัง รพ.บางมดเท่านั้น และการพูดคุยกับคนไข้และพยาบาลผู้รักษาเท่านั้น รวมถึงมีหลักฐานที่เป็นเวชระเบียน ทั้งรายชื่อแพทย์ รายชื่อพยาบาล ผู้ช่วยพยาบาล ในวันที่คนไข้เข้ามารับการรักษา และกล้องวงจรปิดเส้นทางเดินที่คนไข้เข้ามารับการรักษา ซึ่งได้มอบให้หน่วยงานที่เข้ามาตรวจสอบของกระทรวงสาธารณสุขไปแล้ว ทั้งนี้ทางโรงพยาบาลขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวผู้เสียชีวิต พร้อมยืนยันว่าโรงพยาบาลให้การรักษาเต็มที่ และไม่ได้ปฏิเสธ

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.