แชร์โพสนี้

จากกรณีเหตุการชายคลุ้มคลั่งเข้าทำร้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจ ที่ จ.ชัยภูมิ จนสุดท้ายชายคนดังกล่าวเสียชีวิต ซึ่งญาติเชื่อว่าสาเหตุของการเสียชีวิตเกิดจากการถูกตำรวจซ้อม ขณะที่ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 ตรวจสอยถึงเหตุ และดูแลเร่งรัดคดีนี้ พร้อมทั้งให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

หลังจากที่ ร้อยตำรวจตรีวิทยา อาจหาญ รองสารวัตรปราบปราม สภ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ ถูกนายวายุ กัญญประสิทธิ์ อายุ 27 ปี ซึ่งมีอาการคลุ้มคลั่งอาระวาดทำร้ายร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส ขณะที่เข้าระงับเหตุ บริเวณถนนสายวังใหญ่-หนองบัวเเดง บ้านแหลม อ.ภักดีชุมพล จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2561

พลตำรวจโทปิยะ อุทาโย รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พลตำรวจเอกจักรทิพย์ ชันจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และผู้บังคับการจังหวัดชัยภูมิ ตรวจสอบเหตุและดูแลเร่งรัดคดี โดยกำชับให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย เบื้องต้น ทราบว่ามีการแยกคดีเป็น 2 คดี คือ คดีทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ตำรวจบาดเจ็บ และกรณีที่นายวายุ เสียชีวิต ขณะอยู่ในการควบคุมของเจ้าหน้าที่ ซึ่งการเสียชีวิตของผู้ต้องหาต้องรอผลการชันสูตรจากแพทย์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ และการรวบรวมพยานหลักฐานของพนักงานสอบสวน

ส่วนกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกทำร้ายร่างกาย ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งการให้นำเฮลิคอปเตอร์ไปรับตัวมารักษาที่โรงพยาบาลตำรวจเมื่อวานนี้ ซึ่งทันทีที่เข้าพักรักษาตัว ทางผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติพร้อมคณะ ได้ไปเยี่ยมที่โรงพยาบาลตำรวจด้วยตนเอง

ขณะที่ทางด้าน นายประดิษฐ์ กัญญาประสิทธิ์ อายุ 50 ปี บิดาของนายวายุ พร้อมกับพันตำรวจโทกฤษฎา ชฎาแก้ว รองผู้กำกับสืบสวนสอบสวน สภ. ภักดีชุมพล ได้เดินทางมารับศพนายวายุ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ โดยนายประดิษฐ์ ยังติดใจถึงสาเหตุการเสียชีวิตของลูกชาย โดยเชื่อว่าตำรวจใช้ไม้หน้าสามตีลูกชายจนเสียชีวิต เนื่องจากตัวเองเป็นคนแรกที่เข้าไปยับยั้งเหตุการณ์ที่ลูกชายใช้ไม่ทำร้ายตำรวจจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างนั้นตำรวจที่ชื่อเอก ได้ใช้ไม้หน้าสามกระหน่ำตีลูกชายประมาณ 5 ครั้ง โดยที่ลูกชายไม่ได้ตอบโต้หรือคุ้มคลั่ง ก่อนที่จะถูกควบคุมตัวไปยัง สภ. ภักดีชุมพล ระหว่างที่ถูกคุมตัวภายในห้องขัง ทางครอบครัวได้นำยาแก้ปวดไปให้นายวายุรับประทาน จนกระทั่งมาทราบข่าวอีกครั้งในตอนเช้าว่าลูกชายเสียชีวิต จึงอยากเรียกร้องขอความเป็นธรรมไปยังผู้ที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินคดีอย่างเป็นกลาง

นายประดิษฐ์ ยอมรับว่า ลูกชายติดยาเสพติดจริง และติดมานานแล้ว รวมทั้งคุ้มคลั่งจากการติดยาเสพติด ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกดำเนินคดี จนกระทั่งวันเกิดเหตุ เกิดอาการคุ้มคลั่งและใช้อาวุธไล่ทำร้ายตำรวจ พร้อมยอมรับว่า หลังเกิดเหตุตัวเองเป็นคนให้ตำรวจควบคุมตัวลูกชายไปที่โรงพัก แทนที่จะพาไปส่งโรงพยาบาล เพราะเกรงว่าลูกชายจะคุ้มคลั่งไปอาละวาดคนที่อยู่ในโรงพยาบาล

ซึ่งทาง พันตำรวจโทกฤษฎา ยืนยันว่าตำรวจไม่ได้ทำร้ายร่างกาย หรือซ้อมนายวายุบนโรงพักจนเสียชีวิตระหว่างการควบคุมของตำรวจ ตามที่มีกระแสข่าว ประเด็นสำคัญที่ทางแพทย์จะต้องตรวจ คือ สารเคมีที่ตกค้างในร่างกายของนายวายุ โดยเฉพาะสารเสพติดที่นายวายุเสพจนเกิดอาการคุ้มคลั่ง และยาที่ญาตินำไปให้นายวายุรับประทานก่อนที่จะเสียชีวิต โดยแพทย์ที่ชันสูตรจะต้องเป็นผู้ชี้ชัดว่านายวายุเสียชีวิตจากสาเหตุการถูกทำร้ายร่างกาย หรือว่าเสียชีวิตจากยาที่รับประทานไป

แพทย์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เผยผลการผ่าชันสูตรพลิกศพ ถึงสาเหตุการเสียชีวิตของนายวายุ เบื้องต้นระบุว่าเกิดกระโหลกศรีษะแตก มีเลือดคลั่งในเหยื่อบุสมอง จากการถูกกระทบกระแทก

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.