แชร์โพสนี้

โลกออนไลน์มีการแชร์ภาพ ชายคนหนึ่งถ่ายคู่กับสาวน้อยจากประเทศซิมบับเว ที่อยู่ภายในท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

 

 

โดยผู้โพสต์ระบุข้อความว่า “สาวน้อย Mashia จากซิมบับเว คนนี้ติดอยู่สนามบินกับพี่ชายและครอบครัวมาร่วมเกือบสามเดือน เนื่องจากสถานการณ์ไม่สงบภายในประเทศ แต่จิตใจพวกหนูเข้มแข็งมากๆ ไม่งอแง ไม่ดื้อ อาจมีซนบ้างตามประสาเด็ก วันนี้สัญญากันไว้ว่าจะมีของขวัญวันคริสต์มาสมาให้ หนูจะดูตื่นเต้นรึเปล่าไม่รู้แต่ที่รู้เจ้า Milan พี่ชายหนูดูตื่นเต้นมาก

Merry Christmas to Mashia ,Milan, Eden and Tanaka. To hope all of you back to your sweet home as soon. Nice to meet all of you guys” (แปลความได้ว่า สุขสันต์วันคริสมาสต์ มาเชีย ,มิลาน ,เอเด็น และ ทานากา หวังว่าพวกคุณคงจะได้กลับบ้านอันแสนอบอุ่นในเร็วๆนี้ ดีใจที่ได้พบพวกคุณ)

ต่อมาผู้โพสต์ได้เข้ามาคอมเมนต์อธิบายเพิ่มเติมว่า “น้องไม่สามารถออกไปข้องนอกได้ คือตอนนี้น้องๆและครอบครัวอยู่ภายในสนามบินขาออก แต่ไม่สามารถบินกลับประเทศได้เนื่องจากเกิดเหตุการณ์ทางการเมืองครับ แต่ว่าพนักงานภายในสนามบินก็ช่วยดูแลมีของเล่น ขนมพร้อมอาหารมาให้ทุกวัน”

โลกออนไลน์ต่างถึงกับยกเรื่องราวของสาวน้อยซิมบับเว คล้ายกับหนังฮอลีวู้ดชื่อดัง เรื่อง The Terminal ที่แสดงนำโดย ทอม แฮงค์ ที่ติดอยู่ในสนามบิน เนื่องจากเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าประเทศ จึงต้องใช้ชีวิตอยู่ในอาคารผู้โดยสาร

 

พันตำรวจเอกเชิงรณ ริมผดี รองผู้บังคับการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 2 ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เปิดเผยว่า จากการตรวจสอบครอบของเด็กสาวชาวซิมบับเว มีผู้ใหญ่ 4 คน และเด็ก 4 คน อายุตั้งแต่ 2 – 11 ขวบ อยู่ในการดูแลของสายการบิน ในเขตอาคารผู้โดยสาร ชั้นใน ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

เบื้องต้นทราบว่า ครอบครัวของเด็กสาวคนดังกล่าว เดินทางเข้าประเทศไทย ช่วงเดือน พ.ค. ด้วยวีซ่านักท่องเที่ยว และเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม จะเดินทางไปเมืองบาเซโลนา ประเทศสเปน ซึ่งต้องแวะต่อเครื่องที่เมืองเคียฟ ประเทศยูเครน ซึ่งทางสายการบินพบว่า ผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าวไม่มีวีซ่าเข้าประเทศสเปน จึงปฏิเสธการขึ้นเครื่อง และนำคนต่างชาติกลุ่มนี้มาพบเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเพื่อยกเลิกการเดินทาง

แต่เจ้าหน้าที่พบว่าผู้โดยสารกลุ่มดังกล่าว มีสถานะ over stay หรือ อยู่เกินกำหนดในไทยถึง 5 เดือน จึงดำเนินคดีและเปรียบเทียบปรับ แล้วไม่สามารถให้กลับเข้าประเทศได้ จึงได้ดำเนินการตามกฎหมายคนเข้าเมือง ให้สายการบินยูเครน รับตัวผู้โดยสารดังกล่าว กลับประเทศ ซิมบับเว ซึ่งเป็นประเทศบ้านเกิด แต่ปรากฏว่าทางผู้โดยสารไม่ยินยอมเดินทางกลับ เนื่องจากเกรงอันตรายจากสถานการณ์ความไม่สงบในประเทศ

จากนั้นผู้โดยสารกลุ่มนี้จึงได้ถูกส่งตัวจากยูเครนกลับมายังสุวรรณภูมิ โดยกลุ่มผู้โดยสารนี้ยังคงอยู่ในการดูแลของสายการบิน จากนั้นทางผู้โดยสารได้ยื่นเรื่องขอลี้ภัยไปยัง UN ซึ่งขณะนี้ทาง UN กำลังดำเนินการในขั้นตอนผู้ลี้ภัย และไม่ได้ควบคุมในห้อง Detention room ของสายการบินแต่อย่างใด

 

ข่าววันใหม่
  • ให้คุณทันข่าว ทันกระแส ทันที ในครอบครัว
  • ช่อง3 : HD 33
  • วันเเละเวลาออกอากาศ : จ.-ศ. เวลา 05.55 – 02.15 น. เเละ ส.-อา.เวลา 01.10-02.15 น.