แชร์โพสนี้

ฟุตบอลเอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2016 ที่สนามฟิลิปปินส์ สปอร์ตส์ สเตเดี้ยม ประเทศฟิลิปปินส์ กลุ่มเอ นัดสุดท้ายรอบแรก ฟิลิปปินส์เจ้าภาพชุดขาวที่ต้องการชัยชนะสถานเดียวเพื่อการันตีเข้ารอบรองชนะเลิศ พบกับ ช้างศึก ทีมชาติไทย ชุดน้ำเงิน ที่เข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่มไปแล้ว 
 
กุนซือเกียรติศักดิ์ เสนาเมือง เลือกโรเตชั่นผู้เล่นแทบทั้งทีม โดยพักตัวหลักไว้ข้างสนามถึง 10 คน ผู้รักษาประตูใช้สินทวีชัย หทัยรัตนกุล สวมปลอกแขนเป็นกัปตันทีม กองหลัง 3 คน ประกอบด้วย กรวิทย์ นามวิเศษ , ประวีณวัช บุณยงค์ , อดิศร พรหมรักษ์ วิงแบ๊กขวา-ซ้าย ศราวุฒิ มาสุข กับ พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ได้รับโอกาสวันนี้ กองกลาง 3 คน อดุล หละโสะ , ประกิต ดีพร้อม และชาริล ชัปปุยส์ ส่วนคู่กองหน้า เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ จับคู่กับ มงคล ทศไกร
 
ขณะที่เจ้าถิ่นส่งชุดที่ดีที่สุดลงสนาม เพื่อหวังล้มทีมชาติไทยให้ได้ โรแลนด์ มุลเลอร์ เฝ้าเสา กองหลัง 4 คนจากซ้ายไปขวา มาโกร์ อเลสซานโดร , เจฟฟรีย์ คริสเตียนส์ , อมานี อกีนัลโด้ , มาร์ติน สเตาเบิ้ล  กองกลาง ฟิล ยังฮัสแบนด์ กัปตันทีม , มานูเอล อ็อตต์ , สเตฟาน ชร็อค , ฮิคารุ มิเนกิชิ , เคนชิโร่ ดาเนียล และ ไมค์ อ็อตต์ เป็นกองหน้าตัวเป้า 
 
เกมเริ่มมา 6 นาที ไทยได้โอกาสทักทายก่อน จากจังหวะที่กองหลังเจ้าถิ่นลอยขึ้นสูง มงคล ทศไกรได้โอกาสล้มตัวยิงหน้ากรอบเขตโทษ แต่เป็น โรแลนด์ มุลเลอร์  พุ่งปัดบอลออกหลังไปได้ 2 นาทีถัดมา ฟิลิปปินส์ เกือบได้ประตูขึ้นนำ จากลูกเตะมุม มงคล ทศไกร โหม่งบอลผิดเหลี่ยม กระเด้งลงพื้นไปชนเสา ก่อนที่กองหลังไทยจะช่วยกันสกัดบอลออกไปได้ 
 
เกมแลกกันสนุกนาทีที่ 10 ไทยเกือบได้ประตู ประกิต ดีพร้อม จ่ายบอลทะลุช่อง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา หลุดเข้าไปยิงเสาแรก บอลชนเสาเหลี่ยมนอกอย่างน่าเสียดาย
 
นาที 26 ไทยเกือบได้ประตูอีกครั้ง เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ ยิงด้วยซ้ายหน้ากรอบเขตโทษระยะประมาณ 20 หลา บอลติดไซ้ก้อยเลี้ยวออกหลังชนิดได้ลุ้น 
 
นาที 32 จากจังหวะจ่ายบอลคืนหลังพลาดของ มงคล ทศไกร เข้าทางของ ฮิคารุ มิเนกิชิ ยิงสวนด้วยขวา สินทวีชัย ออกแรงบินปัดออกหลังไปได้ถัดมาอีก 3 นาที ไทยโต้กลับ ชาริล ชัปปุยส์ หลุดเข้าไปซัดด้วยขวา บอลพุ่งเรียด แต่ผู้รักษาประตูเจ้าถิ่นยังล้มตัวรับไว้ได้ทัน รูปเกมผลัดกันรุก-รับสนุก นาที 36 เจ้าถิ่นได้โอกาสยิงบ้าง สเตฟาน ชร็อค ซัดด้วยขวาบอลออกหลังติดไซ้ก้อยออกหลัง 
 
เกมเข้าสู่ช่วงนาทีสุดท้ายครึ่งแรก เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ โยนบอลจากริมเส้นฝั่งซ้ายไปเสาสอง มงคล ทศไกร ได้เทคตัวขึ้นโหม่งคนเดียว แต่บอลโหนข้ามคานออกไปอย่างน่าเสียดาย จบครึ่งแรก สกอร์เสมอกันอยู่ที่ 0-0
 
กลับมาสู้กันต่อในครึ่งหลัง เกมยังคงคู่คี่สูสี เจ้าบ้านพยายามเปิดเกมบุกเข้าใส่ แต่จังหวะจบก็ยังไม่ถึงกับจะแจ้ง นาทีที่ 54 มานูเอล อ็อตต์ ได้โอกาสยิงไกลด้วยขวา บอลเหินข้ามคานออกไป 
 
ผ่านมานาที 57 ช้างศึกพลาดโอกาสได้ประตูขึ้นนำอย่างน่าเสียดาย ศราวุฒิ มาสุข ยกบอลข้ามไลน์กองหลัง เกริกฤทธิ์ หลุดเข้าไปยิงติดตัว ผู้รักษาประตูฟิลิปปินส์ อย่างน่าเสียดาย นาทีถัดมาเจ้าถิ่นสวนขึ้นมาจากการขึ้นเกมของ 2 ตัวสำรอง เจมส์ ยังฮัสแบนด์ ครอสบอลจากด้านข้าง มิซาก บาฮาโดรัน ขึ้นโหม่งตัดหน้า สินทวีชัย บอลข้ามคานออกไปหวุดหวิด
 
นาที 68 เจ้าถิ่นได้โอกาสทอง จากลูกฟรีคิก ฟิล ยังฮัสแบนด์ กึ่งยิงกึ่งผ่านเข้าไปหน้าประตู สินทวีชัย ชกบอลออกมาหน้ากรอบเขตโทษมาเข้าทางของสเตฟาน ชร็อค ซัดด้วยขวาบอลพุ่งเข้ากรอบ สินทวีชัย รับบอลกระฉอกก่อนตามมาตะคลุบเอาไว้ได้ได้ทัน 
 
นาที 71 ไทยได้ฟรีคิก จากจังหวะเล่นเร็ว ชาริล ชัปปุยส์ จ่ายให้ ศราวุฒิ มาสุข หลุดเข้าไปกึ่งยิงกึ่งผ่านบอลผ่านหน้าประตูไม่มีใครเข้าชาร์จถึง ไทยพลาดโอกาสขึ้นนำ ถัดมา 2 นาที ไทยได้ฟรีคิกหน้ากรอบเขตโทษ ประกิต ดีพร้อม ปั่นด้วยซ้าย บอลข้ามคานออกไป 
 
เกมผ่านมาถึงนาทีที่ 75 ไทยเกือบได้ประตูอีกครั้ง พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา ยกบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษให้ เกริกฤทธิ์ ทวีกาญจน์ วอลเลย์ด้วยขวาแบบไม่จับบอลไปเข้าหน้าต่าง ตาข่ายไหวชนิดที่แฟนบอลไทยเฮนึกว่าบอลเข้าประตูไปแล้ว 
 
จนกระทั่งหน้าทีที่ 81 ช้างศึกได้ประตูขึ้นนำ จากจังหวะสวนกลับ ประกิต ดีพร้อม จ่ายบอลทะลุช่องให้กับ ศราวุฒิ มาสุข หลุดกับดักล้ำหน้าเข้าไปยิงสวนตัวโรแลนด์ มุลเลอร์ นายทวารเจ้าถิ่นเข้าประตูไป ไทยขึ้นนำ 1-0 
 
นาทีสุดท้าย ฟิลิปปินส์บุกหนัก และได้โอกาสยิงหน้ากรอบเขตโทษ เจมส์ ยังฮัสแบนด์ แต่เป็น สินทวีชัย กระโดดปัดข้ามคานออกไปได้ 
 
ช่วงทดเวลาบาดเจ็บไทยพลาดได้ประตูที่ 2 สิโรจน์ ฉัตรทอง ตัวสำรองโซโล่เดี่ยวกระชากหลบผู้เล่นฟิลิปปินส์เข้าไปยิงจ่อๆ ติดเซฟโรแลนด์ มุลเลอร์ เหลือเชื่อ
 
จบเกม ช้างศึก บุกเอาชนะฟิลิปปินส์ 1-0 ไทยชนะรวดมี 9 คะแนนเต็ม ส่งผลให้ฟิลิปินส์ตกรอบทันที เนื่องจากผลอีกคู่อินโดนีเซีย พลิกกลับมาแซงเอาชนะสิงคโปร์ไปได้ 2-1 เข้ารอบตามไทยไปในฐานะอันดับที่ 2 ของสายเอ 
ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.