แชร์โพสนี้

ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง แถลงผลการจับกุมหลังตำรวจกองปราบปราม และตำรวจภูธรภาค 7 นำกำลังเข้าจู่โจมห้องพักของ นายภาคิน จักรกาบาตร์ ภายในคอนโดมิเนียมหรู ย่านสนามบินน้ำ จังหวัดนนทบุรี พร้อมยึดของกลางทั้งเครื่องแบบทหาร เข็มติดยศ เอกสารข้าราชการ และ สิ่งลามกอนาจาร ไปตรวจสอบ เนื่องจากก่อนหน้านี้ตำรวจสืบทราบว่านายภาคิน มีพฤติการณ์แอบอ้างเป็นนายทหารติดตามขบวนเสด็จฯ ทำให้คนหลงเชื่อ และจะตระเวนหลอกหญิงสาวให้หลงรักและแต่งงานด้วย เพื่อหวังเงินและทรัพย์สิน 
 
โดยนายภาคิน รับสารภาพว่ากระทำมาแล้วประมาณ 5 ปี เพราะมีความใฝ่ฝันอยากเป็นนายทหารจึงหาซื้อเครื่องแบบ และยศ มาสวมใส่ตั้งแต่ร้อยตรีจนถึงยศพันตรีโดยไม่มีใครสงสัย เพราะทุกวันจะแต่งเครื่องแบบออกจากบ้านเหมือนไปทำงานตามปกติ ส่วนธุรกิจจริงๆคือการรับซื้อรถมือสอง โดยนำเงินที่หลอกลวงจากครอบครัวภรรยามาใช้เป็นเงินทุนในการซื้อรถ เมื่อขายได้แล้วจะนำเงินทุนไปคืนครอบครัวภรรยาทุกครั้ง ส่วนรูปถ่ายที่พบในห้องพัก รวมถึงบัตรประจำตัวข้าราชการทหาร ทำขึ้นเอง พร้อมยอมรับว่าเคยเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล มาแล้วหลายครั้ง เคยอ้างเป็นลูกบุญธรรมพลเอก ทรงกิตติ จักกาบาตร์ เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อ และ รับว่าเคยมีภรรยามาแล้ว 4 คน แต่ทั้งหมดไม่รู้ว่าตนไม่ใช่ทหาร ทั้งนี้ เรื่องแดงขึ้นเมื่อผู้เสียหายซึ่งเป็นพ่อตาของนายภาคิน เข้าแจ้งความในข้อหาลักทรัพย์หลังทราบข้อเท็จจริง เพราะเคยหลอกเงินครอบครัวไป 7 ล้านบาท อ้างนำไปทำธุรกิจ โดยตำรวจแจ้งข้อกล่าวหานายภาคิน ฐานลักทรัพย์ แต่งกายเลียนแบบทหาร ปลอมแปลงเอกสารทางราชการ และ แอบอ้างสถาบัน ผิดมาตรา 112
 
ส่วนอีกรายจับกุม นายวรพล มาวิมล หรือ นายชยพล พัสวีวรโชต ผู้ต้องหาที่อ้างตัวเป็น “เสธ.พล” อดีตนายทหารทำงานในวัง ซึ่งแอบอ้างว่ามีเส้นสาย วิ่งเต้น สามารถช่วยเหลือเข้าทำงานตามหน่วยงานต่างๆได้ โดยชุดสืบสวนได้แฝงตัวเฝ้าสังเกตพฤติกรรมจนมั่นใจว่า นายชลพล ทำผิดจริง จึงเข้าควบคุมตัวได้ที่จังหวัดเพชรบุรี อย่างไรก็ตาม นายชพพล ให้การปฏิเสธ อ้างว่าถูกใส่ความจากนายหน้าขายบ้านแห่งหนึ่งที่มีปัญหากัน อย่างไรก็ตาม ตำรวจมีพยานหลักฐานเพียงพอจะเอาผิดได้โดยเฉพาะคดีแอบอ้างสถาบันเบื้องสูงแสวงหาผลประโยชน์ให้ตนเอง ซึ่งเป็นความผิดตามมาตรา 112 หลังจากนี้จะแจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
 
ด้านพลตำรวจโท ฐิติราช บอกว่าปัจจุบันพบการกระทำผิดในลักษณะนี้เป็นจำนวนมาก ซึ่งสั่งการให้กองปราบปรามเร่งดำเนินการตรวจสอบในทุกพื้นที่ๆรับผิดชอบ เพื่อติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี เนื่องจากเป็นการกระทำที่ทำให้สถาบันเบื้องสูงได้รับความเสื่อมเสีย และ ฝากถึงคนที่ยังกระทำผิดในลักษณะนี้หากรู้ว่าตัวขอให้เลิก เพราะตำรวจจะติดตามตัวมาดำเนินคดีให้ได้ทุกราย
ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.