แชร์โพสนี้

เมื่อวันที่ 19 ก.ค. พล.ต.ต.ทินณะรัตน์ เพ็ชรพันธ์ศรี ผบก.ภ.จว.กาฬสินธุ์ สั่งการให้ พ.ต.อ.กิตติพงศ์ พันธ์ศรี ผกก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.ณัฐพงศ์ บึงบัว รองสว.กก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ ร.ต.อ.คำแผง เพ็ญประชุม รอง สว.กก.สส.ภ.จว.กาฬสินธุ์ พร้อมกับชุดสืบสวนกองกำกับการสืบสวนตำรวจภูธรกาฬสินธุ์ และชุดสืบสวน สภ.นามน จ.กาฬสินธุ์

 

เข้าจับกุมตัว น.ส.จิณณะ นิชคุณมั่น หรือหมอเดียร์ อายุ 31 ปี อดีตเภสัชกร เจ้าของคลินิกโอบีแคร์อยู่บ้านเลขที่ 65 หมู่ที่ 7 ต.สงเปือย อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ลูกสาวของนางวสภัสสร สุลำนาจ อายุ 52 ปีเจ้าของบริษัท ดี.ดี.คอสเมด จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของโรงงานผลิตยาลดความอ้วนและอาหารเสริมปลอมซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ที่ จ 154/2562

ในข้อหา “1.ร่วมกันผลิตและขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันตั้งโรงงานและประกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันผลิตและจำหน่ายอาหารปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันผลิต มีไว้ในความครอบครองเพื่อขายและขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท1 (ไซบูตามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต” หลังหลบหนีออกจากพื้นที่ อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ไปพักอาศัยอยู่ที่บ้านพักไม่มีเลขที่ หมู่บ้านบึงกาฬวิลล่า ต.วิศิษฐ์ อ.เมือง จ.บึงกาฬ และคาดว่ากำลังจะหลบหนีออกนอกประเทศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 18 ก.ค. เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้เข้าจับกุมตัวนายกฤชกร หรือต่อ บุตรวิเศษ อายุ 36 ปี ที่อยู่ 65 ม.7 ต.สงเปลือย อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ เลขที่ จ.152 / 2562 ซึ่งเป็นแฟนหนุ่มของนางวสภัสสร เจ้าของโรงงานได้ที่หน้าโกดังบ้านเลขที่ ม.204 ต.สงเปลือย อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ พร้อมเข้าจับกุมนายธนกร เลิศสงคราม อายุ 26 ปี ลูกชายนางวสภัสสร ซึ่งเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ จ.153/2562 ได้ที่หน้าร้านโรมัน เรสเตอรอง ถนนบ้านกอก หมู่ที่ 19 ถนนบ้านกอก ต.บ้านเป็ด อ.เมือง จ.ขอนแก่น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่นำผู้ต้องหาทั้ง 3 คนมาสอบสวนที่ สภ.นามน พร้อมแจ้งข้อกล่าวหา 1.ร่วมกันผลิตและขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต 2.ร่วมกันตั้งโรงงานและประกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต 3.ร่วมกันก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต 4.ร่วมกันผลิตและจำหน่ายอาหารปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต 5.ร่วมกันผลิต มีไว้ในความครอบครองเพื่อขายและขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภท 1 (ไซบูทรามีน) โดยไม่ได้รับอนุญาต

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 6 ก.ค. เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหาร ฝ่ายปกครอง และสาธารณสุข ได้เข้าตรวจค้นบริษัท ดีดี คอสเมด จำกัด เลขที่ 65 หมู่ที่ 7 ต.สงเปือย อ.นามน จ.กาฬสินธุ์ ซึ่งตั้งเป็นโรงงานผลิตอาหารเสริมจำพวกยาลดความอ้วน โดยผลการตรวจค้นพบเครื่องจักรที่ใช้ในการผลิต 15 เครื่อง ผลิตภัณฑ์ยาลดความอ้วนและสารไซบูตามีน ซึ่งเป็นวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 1

นอกจากนี้ยังทำการตรวจค้นบ้านเลขที่ 204/1 ม.8 ต.สงเปือย อ.นามน และอาคารไม่มีเลขที่ ม.5 พบผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ยาลดความอ้วน ยาแผนปัจจุบันปลอม เก็บอยู่จำนวนมากรวม 187 รายการ จึงจับกุมตัวนางวสภัสสร ซึ่งรับว่าเป็นเจ้าของโรงงาน พร้อมแจ้งข้อหาผลิตและขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตั้งโรงงานและประกอบกิจการโรงงานโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตและจำหน่ายอาหารปลอมโดยไม่ได้รับอนุญาต ผลิตและขายวัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทประเภทที่ 1 โดยไม่ได้รับอนุญาต

นางวสภัสสร ให้การรับสารภาพว่า โรงงานดังกล่าวมี น.ส.จิณณะ หรือเดียร์ นิชคุณมั่น ลูกสาว นายธนากร หรือดาฟ เลิศสงคราม ลูกชาย ร่วมเป็นหุ้นส่วน และมีนายกฤชกร หรือต่อ บุตรวิเศษ สามี ร่วมดำเนินการ โดยติดต่อสั่งซื้อไซบูทรามีนจากนายธวัชชัย ผาสุขศรี

จากการตรวจสอบเส้นทางการเงินของเจ้าหน้าที่พบว่ามีการโอนเงินจากบัญชีของนางวสภัสสรไปยังบัญชีนายธนากร 117 ครั้ง เป็นเงิน 7,165,000 บาท มีการโอนเงินจากบัญชีนายธนากรไปยังบัญชีของนางวสภัสสร 30 ครั้ง เป็นเงิน 1,170,000 บาท มีการโอนเงินจากบัญชีของ น.ส.จิณณะ ไปยังบัญชีของนางวสภัสสร จำนนวน 79 ครั้ง เป็นเงิน 6,196,117 บาท

มีการโอนเงินจากบัญชีนางวสภัสสรไปยังบัญชีนายธวัชชัยจำนวน 79 ครั้ง เป็นเงิน 3,142,395 บาท มีการโอนเงินจากบัญชีนายธวัชชัยไปยังบัญชีของนายอภิชาติ สืบศรี จำนวน 8 ครั้ง เป็นเงิน 938,000 บาท เจ้าหน้าที่จึงดำเนินการรวบรมพยานหลักฐานขอหมายจับจากศาลและจับกุมตัวได้ดังกล่าว

ต่อมาเวลา 16.30 น. พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รอง ผบ.ตร. เดินทางมาสอบปากคำผู้ต้องหาทั้งหมดด้วยตนเอง ซึ่งก่อนสอบปากคำได้ประชุมทีมสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดกาฬสินธุ์ และชุดสืบสวน สภ.นามน และพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี โดยเรียกผู้ต้องหาซึ่งถูกจับทั้ง 3 ราย รวมถึง “หมอเดียร์” มาสอบปากคำ แต่ทั้งหมดให้การภาคเสธ จึงไปค้นห้องพักภายในหอพักในย่านมหาวิทยาลัยราชภัฏกาฬสินธุ์

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่ จ.กาฬสินธุ์ ถือว่าทำงานคลี่คลายคดีนี้ได้อย่างรวดเร็ว จากวันแรกถึงวันนี้สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้ทั้งหมด 6 ราย คือ 1.นางต้อย เจ้าของโรงงาน มีนายต่อและนายดาฟ รวมไปถึงผู้ที่ส่งไซบูทรามีน จะมีผู้ต้องหา 2 ราย คือนายอภิชาติและนายธวัชชัย ที่ถูกจับไปก่อนหน้านี้ ล่าสุด คือ หมอเดียร์ ที่ถูกจับกุมได้ในวันนี้ที่ ถือว่าการขยายผลมีความสมบูรณ์มาก

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนผู้ต้องหาทุกคนให้ข้อมูลดีมาก สามารถรู้เส้นทางในการส่งผลิตและขายได้เป็นอย่างดี แม้ทั้งหมดจะให้การภาคเสธ แต่คำให้การกลับเป็นประโยชน์ที่ทำให้รู้ว่ามีผู้ใดเกี่ยวข้องบ้าง ในส่วนที่ หมอเดียร์ หลบหนีไปและถูกจับที่ จ.บึงกาฬ ซึ่งเป็นบ้านแฟนนั้น แต่หลังจากมาให้การถือว่าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะนี้กำลังตรวจสอบธุรกรรมในการเบิกจ่ายเงินหมุนเวียนทั้งหมด และรวบรวมหลักฐานเพื่อดำเนินคดีตามข้อเท็จจริง โดยใช้หลักนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับผู้เสียหายด้วย

พล.ต.อ.วิระชัย กล่าวอีกว่า จากการสอบสวนได้ข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า ในจำนวนการค้าส่งมีการกระจายยาผสมไซบูทรามีนไปในหลายจังหวัด ทั้งการขายปลีกและส่ง รวมไปถึงการทะลักออกของเครือข่ายของตัวยาที่ยังกระจายไปยังประเทศเพื่อนบ้าน ฝากถึงพี่น้องประชาชนทุกคนว่า สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักไม่ว่าจะเป็นหญิงหรือชายควรระมัดระวังในการซื้อยาลดน้ำหนักทางออนไลน์ เพราะในกลุ่มผู้ต้องหานี้ยอมรับว่าตัวยาทุกตัวจะผสมไซบูทรามีน เมื่อรับประทานเข้าไปจะทำให้เสียชีวิต โดยความเสี่ยงนั้นจะอยู่ในอัตรากลุ่มที่มีสุขภาพแข็งแรง หากกินประจำจะเสียชีวิตใน 45 วัน

ส่วนคนที่มีร่างกายอ่อนแอก็จะเสียชีวิตลงได้ใน 7-10 วัน ซึ่งกรณีนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญและมีความเป็นห่วงเป็นอย่างมาก จึงขอให้พี่น้องประชาชนที่มีก็ให้หยุดรับประทานและนำตัวยานี้มาส่งให้เจ้าหน้าที่ ยืนยันว่าตำรวจจะทำทุกวิถีทางในการหยุดยั้งเครือข่ายนี้ให้ได้

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.