บิ๊กพรรคการเมือง จัดปราศรัยใหญ่ ‘บิ๊กตู่’ ขึ้นเวทีช่วย พปชร. เรียกกระแสโค้งสุดท้าย – เวทีเพื่อไทย คนแห่ฟังเต็มความจุ

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
24 ครั้ง

แชร์โพสนี้

พรรคพลังประชารัฐ
 
บรรยากาศเวทีปราศรัยครั้งสุดท้ายของพรรคพลังประชารัฐ จัดขึ้นที่สนามเทพหัสดิน เป็นไปอย่างคึกคัก นำโดย นายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยกรรมการบริหารพรรค ปราศรัยใหญ่ช่วยผู้สมัครหาเสียง ช่วงโค้งสุดท้ายภายใต้ชื่องาน “เปิดใจประชารัฐ ร่วมใจประเทศไทยเป็นหนึ่งเดียว” แสดงพลังประกาศความพร้อมในช่วงโค้งสุดท้ายก่อนการเลือกตั้ง 
 
ส่วนไฮไลท์สำคัญเกิดขึ้นในช่วงเวลา 19.45 น. พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ได้ปรากฎตัวที่เวทีปราศรัยครั้งแรกในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางผู้สนับสนุนจำนวนมาก มอบดอกไม้ให้กำลังใจ พร้อมตะโกนลุงตู่สู้ๆ 
 
ขณะที่บนเวทีได้เปิดวิดิโอประมวลภาพ พล.อ.ประยุทธ์ ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีประกอบเพลง หยุดตรงนี้ที่เธอ ก่อนที่ พลเอกประยุทธ์ จะจับไมค์ร่วมร้องเพลง และปราศรัยกับประชาชนประมาณ 7 นาที 
 
โดยช่วงหนึ่ง ระบุสัญญาจะนำพาประชาชนทั้ง 77 จังหวัดเดินไปข้างหน้าให้มีอนาคตที่ดีกว่า ให้ทุกคนมีชีวิตที่ดีกว่าเดิม วันนี้มาเพื่อขอบคุณคนไทยทุกคนขอบคุณคนไทยทั้งประเทศในความร่วมมือที่ให้มา 5 ปี ตนรู้ว่าทุกคนเหนื่อย บางครั้งตนก็เหนื่อย แต่ตนเหนื่อยไม่ เพราะหากตนท้อประชาชนก็ยิ่งท้อกว่า ดังนั้นจะทำต่อไปให้ดีที่สุด 
 
ทั้งนี้ มีประชาชนตะโกนให้อยู่ต่อ 20 ปี แต่นายกฯบอกว่าเอา 24 มีนาคมนี้ให้ได้เสียก่อน พร้อมย่ำว่าอนาคตของประเทศต้องวางเป็นขั้นเป็นตอนไม่ใช่ให้ไปเรื่อยเปื่อยคงต้องมีวิธีการที่เหมาะสม
 
พลเอกประยุทธ์ กล่าวว่า ทุกคนต้องร่วมกันลดความขัดแย้ง และต้องมีความรักความสามัคคีคืนมา รักชาติรักศาสนา และ รักพระมหากษัตริย์ โดยให้คำมั่นพร้อมยอมตายเพื่อแผ่นดินเกิดให้ลูกหลานในอานคต พร้อมถามใครจะไปกับผมให้ลุกขึ้นยืน ประเทศจะไม่ล้มและไม่นั่งรอใคร เราต้องเดินไปข้างหน้า อีกทั้งขอให้ร่วมกันทำประวัติศาสตร์ที่ดี ส่วนประวัติศาสตร์ที่ไม่ดีถือเป็นบทเรียน อย่าให้ใครบอกล้มวันนี้แล้วทำวันหน้าเพราะจะไม่มีอนาคต
 
ในช่วงท้าย พลเอกประยุทธ์ ระบุต้องช่วยกันทำให้บ้านเมืองสงบปลอดภัย เพราะเรากำลังจะมีพระราชพิธีพระบรมราชาภิเษก ซึ่งแผ่นดินนี้เป็นแผ่นดินศักดิ์สิทธิ์ใครทรยศไม่ได้ ต้องสู้เพื่อรักษาชาติ ศาสนาและพระมหากษัตริย์
 
ขณะที่ นายอุตตม กล่าวว่า การได้ร่วมกันจัดตั้งพรรคพลังประชารัฐเพราะต้องการเสนอตัวเข้ามาทำงาน และมีความมุ่งมั่น ทุกอย่างได้เดินตามวิถีประชาธิปไตยที่แท้จริงเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งภายใต้กติกาเดียวกัน แต่ก็ยังมีพรรคการเมืองใช้วาทกรรม ที่ขอเรียกว่า ใช้วาทกรรมแบบมักง่าย เอาดีเข้าตัวทำให้เกิดความสับสน พร้อมย้ำว่าไม่ได้มีการสืบทอดอำนาจแต่ได้สืบทอดงานที่เป็นประโยชน์กับประชาชน ขออย่าห่วงว่าจะกลับไปวังวนเดิม ยืนยันทางพลังประชารัฐนำเสนอนโยบายที่ตอบโจทย์ให้กับประชาชนในทุกด้าน และทราผ่านมารัฐบาลของพลเอกประยุทธ์ ก็ได้มีการแก้ไขปัญหาในหลายเรื่อง เรื่องปัญหาเร่งด่วนและยังได้สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ดังนั้นจึงขออย่าให้วาทกรรมทางการเมืองมาเบียดบังการตัดสินใจของพี่น้องประชาชน ต้องมาร่วมกันขับเคลื่อนประเทศให้คนไทยมีความสุข มีความสมหวัง
 
ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวปราศรัยว่า จากการเดินสายปราศรัยทุกประเทศพบว่าพี่น้องประชาชนทุกคนไม่อยากให้กลับไปเหมือนเดิมที่มีการเข่นฆ่ากัน แตกแยกกัน ด้วยวาทกรรม แต่โชคดีที่ยังมีสถาบันทหาร แม้จะโดนต่อว่า แต่หากไม่มีทหารประเทศก็คงวุ่นวายมากกว่านี้ ซึ่งช่วงใกล้เลือกตั้งก็จะมีวาทกรรมทางการเมืองที่หยิบยกมาและบอกว่ารัฐบาลทหารเป็นคนทำลายประเทศ ซึ่งไม่เป็นความจริง เพราะ 4 ปีที่ผ่านมาทำให้เห็นแล้วว่ารัฐบาลได้แก้ไขปัญหาในหลายด้าน เศรษฐกิจมีความแข็งแกร่ง ดังนั้น วันที่ 24 มีนาคมนี้ คือวันตัดสินอนาคตประเทศ เป็นวันต่อสู้ระบอบที่ฝังรากลึกมาอย่างยาวนาน พร้อมระบุว่า พล.อ. ประยุทธ์ ไม่ได้หลงอำนาจ หรือคิดสืบทอดอำนาจ แต่ท่านบอกว่า งานของชาติยังไม่เสร็จ และเห็นว่าบ้านเมืองยังเดินไปข้างหน้าไม่ได้ จึงอยากถามว่าจะเชื่อสัจจะชายชาติทหารหรือเชื่อลมปากนักการเมือง
 
พรรคประชาธิปัตย์
 
พรรคประชาธิปัตย์ จัดเวทีปราศัยใหญ่โค้งสุดท้าย ที่ลานคนเมือง โดยช่วงหนึ่งนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรค บอกว่า ขึ้นเวทีปราศรัยในครั้งนี้ เหมือนกันพรรคใหญ่พรรคหนึ่ง แคนดิเดทนายกขึ้นมาร้องเพลง และปราศรัยไม่กี่คำ ก็ลงจากเวที ดีเบตก็ไม่ขึ้น เข้าสภาแล้วจะเจออะไร
 
พรรคพลังประชารัฐออกนโยบายหลายอย่าง แต่สวนทาง กับแนวทางของพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ก็ไม่รู้ว่า หาก พลเอกประยุทธ์ ได้เป็นนายกฯ แล้วจะคุมพรรคพลังประชารัฐอยู่หรือไม่ 
 
บางช่วง นายอภิสิทธิ์ บอกว่า มรดกที่ได้รับจากรัฐบาลชุดนี้ คือประชาธิปไตยที่แก้ไขไม่ได้แล้ว แต่น่าเสียดายที่พรรคอื่น ใช้การเลือกตั้งครั้งนี้ ให้ประชาชนเป็นหมากในตาราง เล่นสงครามบีบประชาชนให้เลือกข้าง ระหว่างความโกรธกับความกลัว พรรคหนึ่งได้ยินคำว่าทุจริต ก็เหมือนโดนน้ำร้อนสาด บางพรรคพูดจริงจังแต่พอนั่งในสถากลับไม่ทำ ขณะที่อีกฝ่ายหนึ่งอยู่กับความกลัว กลัวไปหมด ทั้งระบอบทักษิณ กลัวบ้านเมืองวุ่นวาย บอกว่าข้าพเจ้าเท่านั้น บ้านเมืองถึงจะสงบ ถามหน่อยว่าพฤติกรรมของพรรคนี้ต่างจากระบอบทักษิณหรือไม่ เอาอำนาจรัฐเอาเปรียบเลือกตั้งหรือไม่ เคยบอกว่าบางคนเป็นคนไม่ดี แต่คนเหล่านี้ไปอยู่กับพรรคที่สนับสนุน พลเอกประยุทธ์ กลายเป็นคนดี วันนี้หมดเวลาของเผด็จการ หมดเวลาคนโกง ถึงเวลาเดินหน้าประชาธิปไตยสุจริตกันแล้ว 
 
ขอทำนายไว้เลยว่าหลังเลือกตั้ง พรรคกลุ่มอำนาจเก่าที่แตกแบงค์พัน ค้ากำไรเกินควร จะได้ ส.ส.เขต มากกว่าบัญชีรายชื่อ 
 
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างการปราศรัยของนายชวน หลีกภัย ปรากฏว่า ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล หัวหน้าพรรครวมพลังประชาชาติไทย(รปช.) ซึ่งเป็นบิดาของ ม.ล.อภิมงคล โสณกุล ผู้สมัคร ส.ส.กทม.ของพรรค ปชป. มายืนอยู่หน้าเวทีด้วย โดยหม่อมเต่า บอกว่า มาฟังเพื่อหาความรู้เพิ่มเติม
 
พรรคเพื่อไทย
 
พรรคเพื่อไทยเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ก่อนการเลือกตั้ง ที่สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง อาคารกีฬาเวสน์ 2 ภายใต้แคมเปญ “เลือกเพื่อไทยให้ถล่มทลายเป็นผู้นำจัดตั้งรัฐบาล” มีแกนนำพรรคตบเท้าขึ้นเวทีอย่างพร้อมเพรียงนำโดย 3 แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ นายชัยเกษม นิติสิริ รวมถึงผู้สมัคร สส.กทม.ของพรรคร่วมขึ้นเวทีด้วยขณะที่ประชาชนมาร่วมฟังปราศรัยเป็นจำนวนมากเต็มความจุของพื้นที่ทั้งด้านล่างและบนอัฒจันทร์
 
คุณหญิงสุดารัตน์ บอกว่า ตลอดเวลาที่ทำงานการเมืองมานานกว่า 27 ปี เริ่มชีวิตการเมืองที่ไม่ง่าย พอเลือกตั้งเสร็จก็มีคณะรัฐประหารเกิดขึ้นคล้ายกับรัฐประหารที่ผ่านมา มีการร่างรัฐธรรมนูญเอื้อให้คนนอกมาเป็นนายกฯ จนเกิดการต่อต้านของประชาชน เกิดเป็นพฤษภาทมิฬ ตัวละครคล้ายกันมาก ผบ.ทหารสูงสุดขณะนั้นนามสกุลเดียวกับ ผบ.ทบ.คนปัจจุบัน คนร่างรัฐธรรมนูญก็ชื่อนายมีชัย ฤชุพันธุ์ วันนั้นฝ่ายประชาชนเป็นฝ่ายชนะ วันนี้นายมีชัยมีการพัฒนาเพราะนอกจากเปิดทางนายกฯคนนอกแล้ว ยังมี ส.ว. 250 คนมาร่วมเลือกนายกฯ เส้นทางการเมืองของตนไม่เคยโรยด้วยกลีบกุหลาบ มีแต่การต่อสู้ แต่มายืนอยู่ตรงนี้ได้ เพราะกำลังใจจากพี่น้องทุกคน เพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลขอเวลา 6 เดือนในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจให้ได้ เวลาของพรรคเพื่อไทยเดินตรงเพราะนาฬิกาไม่ได้ไปยืมใครมา
 
จากนั้น นายชัชชาติ กล่าวย้ำว่าอนาคตของประเทศได้หยุดลงมาเกือบ 5 ปีแล้วตั้งแต่มีการรัฐประหาร ถ้าเปรียบเหมือนคนเป็นไส้ติ่งกำลังจะแตกแล้วให้มาแค่บัตรคนจน ให้มาแค่ยาแก้ปวด มันแก้ปัญหาไม่ได้ เรื่องประชาธิปไตยทุกอย่างต้องตรวจสอบได้ ที่ผ่านมาตรวจสอบได้ไหม นี่คือเหตุผลที่เราจะปล่อยให้อยู่ต่อไม่ได้ ต้องเลือกพรรคเพื่อไทย
 
พรรคอนาคตใหม่ 
 
เวทีปราศรัยใหญ่ ครั้งสุดท้าย ของพรรคอนาคตใหม่ จัดขึ้นที่อาคารกีฬาเวสน์2 สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง มีประชาชน คนรุ่นใหม่จำนวนมากเข้าร่วมฟังการปราศรัย โดยพรรคอนาคตใหม่เปิดโอกาสให้ ตัวแทนผู้สมัคร ส.ส. ของพรรคในแต่ละภาคร่วมปราศรัยแสดงวิสัยทัศน์ทางการเมือง 
 
นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรค กล่าวว่า วันนี้เรามาจัดปราศรัยคนเยอะมาก สงสัยอนาคตใหม่คงจะมาเป็นที่หนึ่ง มีข่าวดีกับข่าวร้ายจะมาบอก ข่าวดีคือไม่มีชื่อ พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็นแคนดิเดตนายกฯ แต่ข่าวร้ายคือมีชื่อลุงเป็นแคนดิเดตนายกฯ
 
พรรคเลือกที่ทำตามวิถีประชาธิปไตย การรัฐประหารไม่ใช่ทางลัด เปรียบเทียบก็คือ เหมือนกับการวิ่งมาราธอน ที่ต้องรักษาความเร็วความมุ่งมั่น อนาคตใหม่คือการวิ่งมาราธอน ไม่ใช่การวิ่งร้อยเมตร ที่ใส่ทีเดียวจนจบ อนาคตแบบนี้สร้างไม่ได้ด้วยระบอบเผด็จการ จะโค่นล้มเผด็จการ สร้างประชาธิปไตย จะต้องดึงพวกเขาให้กลับมาศรัทธาระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง 
 
ดังนั้น ธนาธร จะไม่เป็นนายกฯของคนเสื้อแดง จะไม่เป็นนายกฯของคนเสื้อเหลือง แต่จะเป็นนายกฯของทุกคน ผมไม่ได้บอกให้ทุกคนมาปรองดองอย่างไร้เเดียงสา และหลงลืมความอยุติธรรมในอดีต เราไม่อาจบังคับทุกคนให้คิดเหมือนกัน ความแตกต่างเป็นเรื่องสวยงาม คนที่เป็นศัตรูของประชาชน เป็นปรปักษ์กับระบอบประชาธิปไตย นี้คือศัตรูที่แท้จริง พอแล้วกลับการยิงคนตายกลางเมือง โดยไม่มีคนรับผิดชอบ พอแล้วกับการศึกษาที่ไม่เอาไหน 
ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.