ความเคลื่อนไหวทางการเมือง หลายพรรคโหมหาเสียง เรียกคะแนนโค้งสุดท้ายเลือกตั้ง

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
46 ครั้ง

แชร์โพสนี้

วันที่ 15 มีนาคม 2562 เวลา 17.00 น. ที่เวทีปราศรัยสวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ร้อยเอ็ด กลางเมืองร้อยเอ็ด คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ประธานยุทธศาสตร์การเลือกตั้งพรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรคเพื่อไทย นายอดิศร เพียงเกษ นายวงศ์ศักดิ์ สวัสดิ์พาณิชย์ อดีตอธิบดีกรมการปกครอง และสมาชิกพรรคเพื่อไทย ลงพื้นที่ปราศรัยและพบปะพี่น้องประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 1 จจังหวัดร้อยเอ็ด พร้อมเปิดตัวนายวราวงษ์ พันธุ์ศิลา ว่าที่ผู้สมัคร สส.พรรคเพื่อไทย เขต 1. ร้อยเอ็ด , นายฉลาด ขามช่วง เขต 2, นายนิรมิตร สุจารี เขต 3, นายนิรันดร์ นาเมืองรักษ์ เขต 4 , น.ส.จิราพร สินธุไพร น้องใหม่ว่าที่ผู้สมัคร สส.เพื่อไทย เขต 5 ลูกสาวอดีตส.ส.นิสิต สินธุไพร , นายกิตติ สมทรัพย์ เขต 6, และนายศักดา คงเพชร เขต 7 พร้อมแนะนำผู้สมัครแบบบัญชีรายชื่อ พล.ต.อ.วิรุฬ พื้นแสน และนางนราภรณ์ ไวนิยมพงศ์ ท่ามกลางประชาชนชาวจังหวัดร้อยเอ็ดกว่า 1 หมื่นคน แห่มาเชียร์ให้เป็นนายกรัฐมนตรีมาแก้ปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำของประเทศ

ทั้งนี้กว่าคุณหญิงสุดารัตน์ จะแหวกฝูงชนที่แห่มาต้อนรับ ซึ่งขอถ่ายภาพ เซลฟี่ มอบมาลัย มอบดอกกุหลาบ ผ้าขาวม้า และสวมกอด ระยะทาง 100 เมตร เพื่อขึ้นเวทีต้องใช้เวลานานกว่า 30 นาที โดยทุกคนต่างยืนขึ้นและดิ้นเต้นไปตามจังหวะเพลงมาร์ชของพรรคเพื่อไทยอย่างสนุกสนานและมีความสุขกันถ้วนหน้าจนคุณหญิงสุดารัตน์ ก้าวขึ้นสู่เวทีปราศรัยจึงยุติลง โดยคุณหญิงสุดารัตน์ ปราศรัยตอนหนึ่งว่า จะพักหนี้เกษตรกร 3 ปี ส่วนราคาสินค้าเกษตรจะผลักดันให้ดีขึ้น ข้าวหอมมะลิตันละ 17,000 บาท ยางพารากิโลกรัมละ 60 บาท ซึ่ง “ไม่ต้องไปขายบนดาวอังคาร ” หรือแนะนำให้ไปปลูกหมามุ้ย ส่วนยาเสพติดเราเคยปราบเกลี้ยง แต่วันนี้ มีมาตรา44 ยังระบาด ยืนยันหากพรรคเพื่อไทยเป็นรัฐบาลจะเข้ามาแก้ปัญหายาเสพติดให้กับประชาชน และหากพรรคเพื่อไทยได้เป็นรัฐบาลจะแก้ทุกข์แก้จนให้ได้ใน 6 เดือน หากจะออกจากความทุกข์ 4-5 ปีต้องเลือกผู้สมัคร ส.ส.พรรคเพื่อไทย ถ้าวันที่ 24 มี.ค. ขอประชาชนเทคะแนนอย่างถล่มลายสกัดลุงตู่นั่งนายกฯต่อ แต่จะให้แน่ใจได้พรรคเพื่อไทยไปทำงาน ก็ขอให้เลือกพรรคเพื่อไทยยกจังหวัดร้อยเอ็ดเหมือนการเลือกตั้งทุกๆครั้งที่ผ่านมา

ภายหลังปราศรัยแล้วคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ได้ลงเวที เพื่อพบปะพี่น้องประชาชนที่มานั่งรอฟังคำปราศรัยอย่างใกล้ชิด พร้อมถ่ายรูปกับประชาชนและว่าที่ผู้สมัคร สส.ของพรรคในพื้นที่ โดยประชาชนส่วนใหญ่ได้คล้องมาลัยดาวเรือง คล้องผ้าขาวม้า และมอบดอกกุหลาบให้กำลังใจ บางรายโผเข้ากอด และขอถ่ายรูปด้วยความดีใจ ก่อนเดินทางเพื่อไปขึ้นเครื่องบินที่ท่าอากาศยานร้อยเอ็ด เที่ยวบินแอร์เอเซีย ร้อยเอ็ด-ดอนเมือง กลับกรุงเทพมหานคร เมื่อเวลา 19.45น.

เมื่อเวลา17.30 น. วันที่ 15 มี.ค. 62 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ น.ส. จิตภัสร์ กฤดากร รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้ลงพื้นที่เวทีปราศรัย ชุมชนคลองสาม ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี เพื่อช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคประชาธิปัตย์ ทั้ง 6 เขตเลือกตั้ง ประกอบด้วยนายเอกชัย นาคบุรินทร์ เขต 1 นายกฤชกุศล ส่องแสง เขต 2 นายณฤทธิ์ นาควงษม์ เขต 3 ดร.เกียรติศักดิ์ ส่องแสง เขต 4 นางพัณณ์ชิตา วันสิริภักดิ์ เขต 5 และนายอานนท์ นุ่นสูข เขต 6 ซึ่งมีประชาชนมาร่วมฟังการปราศรัยกว่าพันคน โดยมีการขึ้นปราศรัยของผู้สมัครส.ส.สลับกับรองหน้าพรรคประชาธิปัตย์

กระทั่งเวลา 18.00 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ในความเป็นนักการเมืองที่ต้องรับผิดชอบกับประชาชน ประชาธิปัตย์เป็นพรรคการเมืองและเป็นทางเลือกที่พูดเรื่องนโยบายครบถ้วนที่สุด การเลือกตั้งในครั้งนี้แบ่งออกเป็น 3 ขั้วชัดเจน ประชาธิปัตย์ เพื่อไทย พลังประชารัฐ ซึ่งก็ชูนโยบายตามสไตล์ของแต่ละพรรคแต่ทำไม่ได้ อย่างเช่นพรรคเพื่อไทยชูนโยบาย 6 เดือน แก้ปัญหาราคาข้าว เพื่อช่วยเหลือชาวนา จะเห็นได้ว่าการแก้ปัญหาราคาของพรรคเพื่อไม่สามารถทำได้ ที่ทำได้คือหนี้ได้สร้างเอาไวในเรื่องรับจำนำราคาข้าวจนมีหนี้พอกพูนนับแสนล้าน ส่วนพรรคพลังประชารัฐคิดไม่เป็นในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ทุกวันนี้สินค้า แพงขึ้นแพงขึ้นชัดเจนว่าการแก้จนลำดับแรกนี่คือการทำให้พี่น้องส่วนใหญ่มีรายได้ที่มั่นคงเสียตอนนี้ นโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ชัดเจน แก้จน สร้างคน สร้างชาติ อย่างเช่นข้าวตอนนี้เราจะประกันที่ 10,000 บาทถ้าพี่น้องเกษตรกรขายข้าวได้ราคาสูงสุดว่า 7000 บาทรัฐบาลก็จะโอนเงินมาให้อีก 3,000 บาทที่เป็นส่วนต่างให้เกษตรกรมีรายได้เสมือนขายข้าวได้ 10,000 บาท

ซึ่งนโยบายของพรรคเพื่อไทยก็ยุคจำนำข้าวและสุดท้ายคนทำนโยบายถูกศาลตัดสินว่าทุจริตติดคุกมีการยึดทรัพย์วันนี้พรรคเพื่อไทยก็ยังหาเสียงต่ออีก 6 เดือนจะทำราคาข้าวดีขึ้น ความต่างในความพร้อมจะมาแก้ปัญหาให้กับพี่น้องมองได้ชัดเจน

นายกรัฐมนตรีที่ชื่อพลเอกประยุทธ์ร่อนหนังสือเตือนทุกพรรคการเมืองเวลาหาเสียงให้คำนึงถึงเรื่องภาระงบประมาณให้คำนึงถึงเรื่องผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจทั้งหลาย ผมว่าความจริงท่านไม่ต้องส่งหนังสือถึงทุกคนแหละครับท่านควรจะส่งหนังสือถึงพลังประชารัฐพรรคเดียวเพราะเป็นพรรคที่กำลังจะลักคนอื่นเอานโยบายซึ่งตัวเองไม่เคยปฏิบัติมา 5 ปีแต่เห็นคนอื่นจะทำอะไรก็บวกตัวเลขเข้าไปเพื่อมาเร้าใจประชาชนแต่ประชาชนรู้หมดแล้ว รับบาลก็ทำไม่ได้ ถ้าทำได้ทำไมรัฐบาลนี้สามารถทำให้คนจนในประเทศไทยซึ่งสมัยผมเป็นนายกมีเพียง 7 ล้านคนวันนี้กลายเป็น 14 ล้านคน ซึ่ง 5 ปี รัฐบาลของพลเอกประยุทธ ทำคนจนเพิ่มอีก 7 คน เป็นตัวเลขรัฐบาลเองไม่ใช่ตัวเลขที่ผมกล่าวหามาจากไหน

เลือกพรรคประชาธิปัตย์ เงินผู้อายุเพิ่มเป็น 1,000 บาท เงิน อสม. เพิ่ม 1,000 บาท เงินผู้พิการจาก 800 บาท เพิ่มเป็น 1,000 บาท ซึ่งพรรคประชาธิปัตย์ แก้จน สร้างคนสร้างชาติ ช่วยเลือก ส.ส.จากพรรคประชาธิปัตย์ในจังหวัดปทุมธานี ทั้งหมด 6 เขต

พรรคพลังประชารัฐ เปิดเวทีปราศรัยใหญ่ในพื้นที่ฝั่งธนบุรี จัดขึ้นภายในสนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติบางมด เขตทุ่งครุ นำโดยนายอุตตม สาวนายน หัวหน้าพรรค – นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ เลขาธิการพรรค และนายพุฒิพงษ์ ปุณณกันต์ ประธานยุทธศาสตร์กรุงเทพมหานครพรรค ท่ามกลางประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจจำนวนมาก

ไฮไลท์สำคัญ มีการเปิดคลิป พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ในฐานะแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค ซึ่งถือเป็นครั้งแรกในกทม.และต่อเนื่องจากเวทีจังหวัดสุโขทัย เพื่อสื่อสารถึงประชาชน ช่วงหนึ่งระบุ ไม่เคยท้อแท้ เพราะเมื่อไหร่ที่ท้อแสดงว่าเราจะไม่เดินไปข้างหน้า ซึ่งวันนี้ต้องปรับให้ทำงานกับทุกคน เพราะเป็นรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง มาจากคนหลายหลายฝ่าย ดังนั้นหากเลือกคนดีเข้ามาในสภาเราก็จะได้รัฐบาล ได้ ครม.ที่มีประสิทธิภาพ ทำเพื่อประชาชน ทำประโยชน์เพื่อประชาชนไม่ใช่ผลประโยชน์ พร้อมเดินไปกับผมหรือยัง จะก้าวไปข้างหน้ากับผมหรือยัง เพราะเราจะต้องทำต่อจากของเดิมที่ทำมท หลายอย่างต้องเริ่มใหม่ หลายอย่างต้องเพิ่มขึ้น แต่ต้องช่วยกันด้วย 2 มือ 68 ล้านหัวใจเดินไปด้วยกันข้างหน้า ไม่ร่วมมือก็ไม่สำเร็จ ก็อยากให้ทุกคนเชื่อมั่น ในเมื่อทุกคนเชื่อมั่นผมมา 5 ปีแล้ว ช่วงเวลาแห่งความยากลำบากในการแก้ปัญหาแต่มีอนาคต เรากำลังทำเพื่ออนาคต อนาคตมันต้องทำวันนี้ ไม่ใช่ไปหวังเอาข้างหน้าอย่างเดียว และต้องต่อยอดจากอดีตที่เราทำมาแล้วมันถึงจะเดินหน้าต่อไป ทั้งนี้ ย้ำว่า อะไรดีก็ทำต่อ อะไรที่ไม่ดีก็ไม่ทำ โอเคนะครับร่วมมือกับเรานะครับ ยิ้ม ยิ้มหวานๆ ให้กัน เราต้องไม่ทะเลาะกันอีก ฉีกยิ้มกว้างๆ ผมเองก็ยิ้มมากขึ้นในตอนนี้ ผมเห็นในความสำเร็จบ้างเห็นความร่วมมือเห็นรอยยิ้มของประชาชนมากๆ ผมก็ยิ้มออก เราอย่าไปทำหน้าบึ้งตึงใส่กันอีกเลย ผมต้องการความรัก ความสามัคคีไปด้วยกัน ขอความสุขขอความรักขอความสามัคคีกลับมาเถอะครับ ให้ประเทศไทย ให้ตัวเรา ให้ครอบครัวเรา ให้สังคมเรา เกิดความอบอุ่นไปในวันข้างหน้า นั่นแหละครับเขาเรียกว่าอนาคต เห็นด้วยกับผมไหม เราต้องเดินหน้าไปด้วยกัน พอใจหรือไม่ รอได้ไหม แบบบางเพลงเขาพูดว่ารักแล้วรอหน่อย รักแล้วรักนานๆ ขอบคุณครับ สวัสดีครับ

โดยนายอุตตม กล่าวปราศรัยว่า การมาพบพี่น้องชาวฝั่งธน ถือเป็นเวทีแรกในเขต กทม.พรรคพลังประชารัฐ เป็นพรรคน้องใหม่ แต่ใจโต พร้อมเอาแรงกายแรงสมองเข้ามาทำงานให้ประชาชน ซึ่งชาวฝั่งธนรู้ดีว่าที่ผ่านมามีโอกาสแต่ก็พลาดไปหลายอย่าง ถึงเวลาแล้วที่จะเปลี่ยนแปลง จึงขอโอกาสอาสามาทำงานรับใช้ โดยเสนอนโยบายที่ได้รับฟังเสียงจากประชาชน ยืนยัน พรรค มีบุคคลากรที่ดี มีคุณสมบัติ มาด้วยใจ มีนโยบายที่ตอบโจทย์การแก้ปัญหา สามารถพัฒนาชุมชน ทำได้จริง และไม่มีปัญหา พร้อมระบุว่า วันนี้ไม่เห็นการสร้างวาทกรรม โดยเฉพาะการสืบทอดอำนาจ ย้ำว่าคงไม่ใช่ แต่เป็นการสืบทอดลุงตู่ มาเป็นผู้นำจากการเลือกตั้งของประชาชน เพื่อนำพาประเทศไปข้างหน้า

ด้านนายสนธิรัตน์ กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ เป็นการเลือกตั้งที่สำคัญ เป็นการคืนประชาธิปไตย ประชาชนไม่ให้บ้านเมืองกลับไปเป็นเหมือนเดิม ทั้งนี้ การที่พรรคพลังประชารัฐ ต้องเกิดขึ้นเพราะการเมือง 2 ขั้วที่ต่อสู้กันมายาวนาน และทำประเทศหยุดนิ่งมา 10 กว่าปี พรรค จึงต้องอาสามาเป็นทางออกของประเทศ ไม่ให้ติดทางตันอีก อีกทั้งพรรคพลังประชารัฐเห็นว่าประเทศจะเดินมาถึงตรงนี้จึงได้ตัดสินใจเชิญ พล.อ.ประยุทธ์มาเป็นแคนดิเดต นายกรัฐมนตรีเพราะบ้านเมืองต้องการผู้นำที่เข้มแข็งและจริงใจกับประชาชน ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับ ประชาชนเป็นผู้ตัดสินใจอนาคตของประเทศ

ขณะที่ นายพุทธิพงษ์ ยืนยันว่า จากนี้พรรคพลังประชารัฐ จะทำให้ คนฝั่งธนและฝั่งพระนครต้องเท่าเทียมกัน ไม่เป็นลูกเมียน้อยเหมือนในอดีต พร้อมระบุว่า ผู้สมัคร ส.ส. ฝั่งธน เป็นคนมีคุณภาพทุกคน และขอให้คนฝั่งธนสร้างปรากฎการณ์ใหม่ด้วยการไม่เลือกผู้แทนที่เป็นนักเลง และขี้โกง แต่จะต้องได้นักการเมืองที่เป็นคนรุ่นใหม่มาเป็นผูแทน นอกจากนี้ พรรคพลังประชารัฐจะผลักดันนโยบายเปิดตลาดนัดประชารัฐทั่วทั้งกรุงเทพฯ ให้เป็นระบบ เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้าได้มีที่ขายของ และพร้อมดูแลคนฝั่งธน

ค่ำวันนี้ (15 มีนาคม 2562) ที่ตลาดเซฟวัน อำเภอเมือง จังหวัดนครราชสีมา พรรคภูมิใจไทย โดยการนำของนายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรค และแกนนำพรรค อาทิ นายสรอรรถ กลิ่นประทุม รองหัวหน้าพรรค นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค และนายเศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ โฆษกพรรคภูมิใจไทย ได้เปิดเวทีปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้ง 14 เขตเลือกตั้ง และผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อในพื้นที่จังหวัดนครราชสีมา ท่ามกลางประชาชนจาก 32 อำเภอของจังหวัดนครราชสีมาเดินทางมาฟังการปราศรัยนับหมื่นคน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงเวลาประมาณ 18.30 น. ขณะที่นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยกำลังพูดปราศรัยอยู่บนเวทีนำเสนอนโยบายของพรรคเรื่องการส่งเสริมชาวบ้านปลูกกัญชาเสรี เพื่อพัฒนาสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศ และมีแกนนำของพรรค และผู้สมัคร ส.ส.ของพรรคทั้ง 14 เขตเลือกตั้ง รวมทั้งผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อนั่งอยู่บนเวทีปราศรัย ได้มีลมพัดกรรโชกมาบริเวณเวทีปราศรัย เจ้าหน้าที่ที่ดูแลเวที และเครื่องเสียงต่างพากันไปจับขาโครงเหล็กนั่งร้านที่ใช้ติดป้ายไวนิลข้อความขนาดใหญ่บนเวทีปราศรัย แต่เนื่องจากลมพัดแรงมากจึงทำให้โครงเหล็กนั่งร้านพังถล่มลงมาด้านหลังเวทีทันที สร้างความแตกตื่นให้กับประชาชนที่มาฟังการปราศรัย รวมทั้งแกนนำ และผู้สมัคร ส.ส.ที่อยู่บนเวทีต่างก็พากันตกใจไปตามๆกัน โชคดีที่ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด แต่โครงเหล็กได้ล้มทับรถยนต์ 3 คันของแกนนำพรรคที่จอดอยู่ด้านหลังเวทีปราศรัยได้รับความเสียหาย ประกอบด้วย รถยนต์ยี่ห้อ โฟล์คสวาเก้น สีดำ หมายเลขทะเบียน ฮย 4997 กรุงเทพมหานคร ของนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รถยนต์ยี่ห้อโฟล์ค สวาเก้น สีบอร์นเงิน หมายเลขทะเบียน นข 1111 นครราชสีมา ของนายมนัส ศรีบงกช ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ และรถยนต์แวน ยี่ห้อฟอร์ด รุ่นเอฟเวอร์เรต สีขาว หมายเลขทะเบียนป้ายแดง ณ 8242 กรุงเทพมหานคร ของนายมานิต นาคจันทึก ผู้สมัคร ส.ส.ระบบบัญชีรายชื่อ ทำให้รถทั้ง 3 คันหลังคาบุบได้รับความเสียหาย แต่อย่างไรก็ตามการปราศรัยของนายศักดิ์สยาม ก็ยังคงดำเนินต่อไป 

จากนั้นนายอนุทิน หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ขึ้นปราศรัยบนเวทีโดยบอกว่า นายศักดิ์สยาม เลขาธิการพรรคของตนมาแรง ทำให้ตนต้องแหงนหน้ามองขึ้นไปบนฟ้า แสดงให้เห็นว่าพรรคภูมิใจไทยพร้อมทำงานให้กับชาวโคราช ซึ่งตนเองก็มีบ้านอยู่ที่โคราช และพร้อมที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี และเป็นผู้นำในการพัฒนาโคราชให้เจริญก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น ตามนโยบายของพรรคภูมิใจไทยจึงขอให้ชาวโคราชเลือกผู้สมัครของพรรคภูมิใจไทยทั้ง 14 เขตเลือกตั้ง

 

ยิ่งใกล้โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง การลงพื้นที่หาเสียงของแต่ละพรรคยิ่งเข้มข้น โดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์วันนี้ลงพื้นที่หาเสียงตลาดบางแค ไปเจออะไรลองได้ดูกัน

ซึ่งภายหลังเกิดเหตุ นายอภิสิทธิ์ บอกว่าแม่ค้าที่ชูป้ายไล่ คือพี่สาวภรรยานายโกวิทย์ ธารณา อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ที่ลาออกเพราะนายโกวิทย์ ไม่พอใจพรรคที่ไม่ส่งลงสมัคร ส.ส.และพรรคจะให้เป็นรองรองผู้ว่า กทม.สมัยหน้า จึงลาออกไปช่วยงาน ส.ส.พรรคพลังประชารัฐแทน

ส่วนนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ หัวหน้าพรรคอนาคตใหม่ ลงพื้นที่ช่วยผู้สมัคร ส.ส.หาเสียงที่วัดหนองแขม มีประชาชนขอถ่ายรูปเซลฟี่ ชี้การตีความสถานะเจ้าหน้าที่รัฐ ของพลเอกประยุทธ์ ขึ้นอยู่กับฝ่ายใดเป็นผู้ถืออำนาจ เรียกร้อง กกต.แสดงความเป็นมืออาชีพจัดการเลือกตั้งโปร่งใส 

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ออกสารเรียกร้องให้พรรคการเมืองแสดงธรรมาภิบาลความโปร่งใส ความรับผิดชอบ กรณีที่ชูนโยบายต่างๆจะต้องชี้แจงว่า จะนำเงินงบประมาณมาจากไหน อยู่ในวินัยการเงินการคลังหรือไม่ เพราะหากเรายังหารายได้ให้รัฐไม่เพียงพอ ก็ไม่สามารถทำตามนโยบาย ที่พรรคการเมืองหาเสียงไว้ได้

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.