บรรยากาศงานฟุตบอลประเพณี มธ.-จุฬาฯ ‘ธนาธร-ชัชชาติ’ ร่วมงาน นศ.แห่ขอเซลฟี่

วันที่โพส
จำนวนผู้เข้าชม
9 ครั้ง

แชร์โพสนี้

เมื่อวานนี้ (9 ก.พ.) ที่สนามศุภชลาศัย มีการแข่งขันฟุตบอลประเพณีธรรมศาสตร์-จุฬาฯ ครั้งที่ 73 ซึ่งตามธรรมเนียมก่อนเข้าสู่การแข่งขัน จะมีการเดินพาเหรดขบวนล้อการเมือง โดยปีนี้ หลายฝ่ายต่างจับตามองเนื่องจากใกล้วันเลือกตั้ง ท่ามกลางการเคลื่อนไหวทางการเมืองที่คุกรุ่น ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ออกมาระบุว่าไม่เคยสั่งห้าม เพียงแต่ขอความร่วมมือ อย่าแสดงออกเกินเลย จนส่งผลให้ประเทศชาติเกิดความเสียหาย

สำหรับ ม.ธรรมศาสตร์ ปีนี้มีความน่าสนใจตั้งแต่แสตนด์เชียร์ที่มีป้ายแสดงหมายเลข 2582 อยู่ ด้านบนของแสตนด์ฯ พร้อมแปรอักษรเป็นรูปตัวการ์ตูนโดเรม่อนมีข้อความว่า “สวัสดี เรามา จากโลกอนาคต” ชวนให้ตีความว่าเป็นตัวเลขของปี พ.ศ. และอาจเกี่ยวข้องกับประเด็น ยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี ขบวนล้อการเมืองของ ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งเป็นจุดสร้างสีสันอย่างโดดเด่นให้กับงานฟุตบอลประเพณีฯ ในปีนี้มีจำนวนหุ่นทั้งหมด 4 ตัวแต่ละตัวสะท้อนประเด็นทางสังคมและการเมืองแตกต่างกัน

ส่วนแรกของขบวนสะท้อนประเด็นที่ทางการไทยจับกุมและดำเนินคดีกับนายฮาคีม อัลอาไรบี อดีตนักฟุตบอลบาห์เรนซึ่งได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากประเทศออสเตรเลีย โดยนักศึกษาถือป้ายผ้าว่า #SaveHakeem ตามมาด้วยป้ายผ้า “หนีไป” และมีมาสคอตล้อ เป็นชายร่างสูงถือลูกบอลเข้าสนาม สวมชุดสีน้ำตาลแก่ ๆ และมีโซ่คล้องที่ข้อมือ ทั้งนี้กลุ่มล้อฯ มีความเห็นว่าหากประเทศ ไทยได้ส่งเขากลับไปยังดินแดนอันเป็นที่ ๆ เขาหนีตายมานั้น ต่อไปนี้ไทยคงไม่ใช่ที่สำหรับ ผู้หนีร้อนมาพึ่งเย็น และภาพลักษณ์ของไทยทั้งในด้านมนุษยธรรมกับด้านกีฬา คงจะด่างพร้อยไปอีกนาน

หุ่นตัวที่ 2 “Game of Trade” สะท้อนประเด็นการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างประเทศอย่างเรื่อง สงครามการค้าของ 2 มหาอำนาจ สหรัฐอเมริกาและสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยมีหมีพูห์ตัวจ้ำม่ำ และกัปตันผู้มีโล่ทวิตเตอร์เป็นอาวุธ คล้ายจะสื่อว่าเป็นประธานาธิบดีสีจิ้นผิง และนายโดนัลด์ ทรัมป์ พร้อมกำแพงที่สื่อถึงกำแพงภาษี โดยนักศึกษาถือป้ายผ้า 4 ผืน มีข้อความว่า “อันกัปตันถือโล่กำแพงล้อม หมีพูห์ย่อมโต้ตอบสมศักดิ์ศรี บริวารพันธมิตรต่างถูกพลี สงครามนี้ใคร จักนั่งบัลลังก์เงิน”

หุ่นตัวที่ 3 “พลัง.ประสาน.ช่วย.รัฐทหาร” โดยตัวหุ่นมีลักษณะเป็นเครื่องสูบน้ำสีฟ้าขนาดใหญ่ กลุ่มล้อฯ อธิบายแนวคิดว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่การตั้ง พรรคการเมือง ต้องดูดนักการเมือง ส.ส.เก่า หรือผู้กว้างขวางในท้องที่ต่าง ๆ มาอยู่ในสังกัด ทว่าในสถานการณ์ที่รัฐบาลจะหันมาเล่นเกมการเมือง พวกเขาย่อมใช้พลังทรัพยากรของรัฐที่มหาศาลในการดูดนักการเมือง โดยไม่สนว่านักการเมืองเหล่านั้น จะเคยเป็นมิตรหรือเป็นศัตรู แม้ว่าเดิมทีจะเคยด่านักการเมืองเหล่านั้นว่าเป็น นักการเมืองน้ำเน่า โดยนักศึกษาถือป้ายผ้าระบุข้อความว่า “เคยหาญหักนักการเมืองเคืองใจนัก มากลับหลักสร้างพรรคหนุนหมุนมอเตอร์ เปิดเครื่องกลพลังดูดสูดนะเออ ดูเสร่อของเคย ทิ้งกลับชิงมา”

หุ่นตัวที่ 4 “เลือกตั้งไม่ผิด ผิดที่สัญญา” โดยตัวหุ่นมีลักษณะเป็นหีบหย่อนบัตรเลือกตั้ง และมีป้ายผลเลือกตั้งอยู่ด้านหลังเขียนว่า “ผลการลากตั้ง เขต 44 นายวุฒิ สภาทาส มีคะแนนเสียง 250”

กลุ่มล้อฯ อธิบายแนวคิดว่า การเลือกตั้งถือเป็นปัจจัยหลักในระบบประชาธิปไตย และเพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม จึงต้องมีการกำหนดกติกาขึ้น แต่ในบ้านเมืองของเรา การเลือกตั้งไม่ได้เป็นการแสดงออกถึงอำนาจของประชาชน แต่กลับเป็นเครื่องมือรองรับการสืบทอดอำนาจ ไม่ว่าจะเป็นการผัดวันประกันพรุ่งการเลือกตั้งไปเรื่อย ๆ สรรหากฏกติกาที่จะทำให้ ตนเองได้เปรียบที่สุด ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือการที่รัฐบาลแต่งตั้งวุฒิสภา 250 คน เพื่อให้มาโหวตรับรองนายกฯ ที่อาจจะไม่ได้เป็นแม้แต่ ส.ส. กฎกติกาเช่นนี้มีแต่จะสร้างความเสียหายแก่สังคมไทยในระยะยาว

ปิดท้ายด้วยหุ่น “เขารัฐ ท.” หุ่นมีลักษณะเป็นใบหน้าของ 4 บุคคล บางคนสวมแว่น บางคนไม่สวมแว่น ซึ่งก่อนเข้าสนาม กลุ่มล้อฯ ได้นำหน้ากากอนามัย N95 มาสวมให้กับ 4 ใบหน้า ก่อนถอดออกเมื่อเข้าสู่สนาม พร้อมถือป้ายผ้าระบุข้อความว่า “คสช.อยู่ยั้ง ยืนยง ไทยย่อมทุกข์มั่นคง ทั่วหล้า ฝากมรดกโดยตรงให้แก่ราษฎร เป็นบทเรียนภายหน้า เมื่อสิ้นเผด็จการ”

ซึ่งกลุ่มล้อฯ อธิบายว่า อนุสาวรีย์คือสิ่งที่สร้างขึ้นเพื่อเชิดชูวีรกรรมหรือผลงานของบุคคลสำคัญในอดีต เช่น ภูเขารัชมอร์ในสหรัฐ ที่เป็นหน้าของประธานาธิบดีทั้ง 4 ที่ทำคุณประโยชน์ให้ชาติ แต่ในรัฐไทยการจะจดจำใครในด้านใด ก็ต้องดูมรดกที่เขาสร้างไว้ เช่น ม.44 ที่เป็นดังหลักศิลาที่ให้อำนาจนายกฯ อยู่เหนือกฎหมายทั้งปวง หรือรัฐธรรมนูญฉบับที่ร่างเองกับมือ เรือดำน้ำ รถไฟจีนแดงฯลฯ

“มรดกที่พวกเขาทิ้งไว้ อาจจะยังไม่มากพอเท่ากับระยะเวลาที่พวกเขาอยากจะผูกขาดอำนาจ ผ่านสิ่งที่เรียกว่าแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี จะกลายเป็นมรดกระยะยาว เปรียบได้กับภูเขาที่แกะสลักบุคคลทั้งสี่เอาไว้ และจะเป็นมรดกชิ้นใหญ่อยู่คู่สังคมไทยไปอีกนาน”

ขณะที่ขบวนพาเหรดฝั่ง จุฬาฯ มาภายใต้แนวคิด “ปลุกเสียงที่มีพลัง ให้ดังยิ่งกว่าที่เคย” เน้นสะท้อนปัญหาทางสังคมและการเมืองเช่นกัน เริ่มขบวนด้วยกระต่ายมีขนสีรุ้ง 7 สี สื่อถึงควาหลากหลายทางเพศ เปรียบเสมือนจิ๊กซอว์ หากเรียนรู้ที่จะอยู่รวมกันก็สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข ขบวนนำเสนอเรื่องสีผิวบ่งบอกถึงความเท่าเทียมกันของมนุษย์ ในขบวนประกอบด้วยกลุ่มคนสีผิวต่าง ๆ ไม่ว่าภายนอกจะเป็นสีผิวอะไรแต่ภายในก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน สามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ ขบวนที่บ่งบอกถึงความเป็นอยู่และฐานะที่แตกต่างกัน ทั้งรายได้ วิถีชีวิต อาชีพ รวมถึงสิทธิที่ไม่เท่าเทียมกันในสังคม สื่อให้ทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกัน,ขบวนที่สื่อถึงคนรุ่นใหม่ซึ่งเดินออกจากกรอบสี่เหลี่ยมและผ้าผืนใหญ่สีเขียว ที่ไม่สามารถกลบเสียงของประชาชนได้ โดยระบุข้อความบนผืนผ้าว่า “ทุกสิทธิ์ทุกเสียงของทุกคนมีค่าการด่าไม่ได้ช่วยอะไร”

จากนั้นตามมาด้วยหุ่นที่สะท้อนประเด็นต่าง ๆ ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ทั้งหุ่นที่กำลังนั่งร่วมกินโต๊ะจีนมื้อใหญ่ที่มีประเทศไทยถูกแบ่งเป็นชิ้นส่วน แสดงให้เห็นถึงการแบ่งผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุนใหญ่ และมีบัตรคนจนวางอยู่ข้าง ๆ หุ่น หุ่นพินอคคิโอนั่งบนหีบบัตรเลือกตั้ง หยอกล้อด้วยข้อความ “มาไร่หนูสิ” และหุ่นจำลองตู้เอทีเอ็มที่มีเงินไหลออกมา พร้อมป้ายข้อความเงินภาษีเท่ากับทุนหาเสียง ก่อนปิดท้ายขบวนด้วยข้อความ “ทุกสิทธิ์ทุกเสียงของทุกคนมีค่า” นอกจากนี้สิ่งที่จับตามองคือการแปรอักษรของนักศึกษาทั้ง 2 สถาบัน ซึ่งเป็นอีกหนึ่งสีสันงานฟุตบอลประเพณีครั้งนี้

ภายหลังเสร็จสิ้นขบวนล้อการเมือง นายพิพิธพงศ์ คำนนท์ ประธานและโฆษกกลุ่มล้อการเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ก่อนหุ่นตัวสุดท้ายจะเข้าสนามมีเพื่อนนักศึกษาขอให้ระงับการแสดง เนื่องจากกังวลเรื่องความปลอดภัยและการถูกดำเนินคดีภายหลังนำเสนอ เนื่องจากมีสัญลักษณ์ที่กระทบต่อความมั่นคง อย่างไรก็ตามหลังจากปรับความเข้าใจ ประมาณ 10 นาที หุ่นตัวสุดท้ายจึงเดินสู่สนามได้ โดยไม่มีเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเข้าระงับแต่อย่างใด ส่วนขบวนหุ่นล้อการเมือง ตนคาดหวังว่าจะเป็นการเปิดพื้นที่ให้คนในสังคมถกเถียงถึงปัญหาและนำไปสู่ทางออก รวมถึงจุดร่วมเพื่อให้ประเทศก้าวต่อไปข้างหน้าได้

ส่วนผลการแข่งขันฟุตบอลปรากฏว่าจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เอาชนะมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2-1 โดยอภิวัฒน์ งั่วลำหิน ยิงจุดโทษให้จุฬาฯ ขึ้นนำ จากนั้นสารัช อยู่เย็น ก็ยิงจุดโทษตีเสมอให้ธรรมศาสตร์ ก่อนที่จุฬาฯ จะได้ประตูชัยจากกรวิทย์ นามวิเศษ ช่วงท้ายเกมจุฬาฯ เหลือ 10 คน รัตนากร ใหม่คามิ โดนใบเหลืองที่ 2 เป็นใบแดง จบเกมจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเอาชนะ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ 2-1 คว้าแชมป์ฟุตบอลประเพณี ครั้งที่ 73 ไปครอง

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.