แชร์โพสนี้

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ถึงการนัดหารือกับพรรคการเมือง เพื่อปลดล็อกให้พรรคการเมืองทำกิจกรรมว่า ตอนนี้กำหนดไว้แล้ววันที่ 7 ธ.ค.นี้ ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต ส่วนการพูดคุยจะชัดเจนแค่ไหนก็ต้องคุยกันก่อนว่าจะเอาอย่างไร การปลดล็อกต้องมีการร่างกฎระเบียบให้ชัดเจน แต่จะทำให้เร็วที่สุด ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มีข้อขัดแย้งอะไร เข้าใจดี และบอกแล้วเมื่อกฎหมายต่างๆ ออกมาพร้อม เราก็จะมีการปลดล็อกบ้างอะไรบ้าง ตรงไหน ทั้งนี้เพื่อให้บ้านเมืองปลอดภัย

ผู้สื่อข่าวถามว่าก่อนหน้านี้นายกฯ เคยบอกว่าสนใจงานการเมือง ตอนนี้ตัดสินใจหรือยังว่าจะเข้าทำงานการเมืองในช่องทางใด นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ยัง ตอนนี้ยังฟังไม่ครบเลย เมื่อถามว่าจะสมัครสังกัดพรรคการเมืองใดหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ขอตอบอะไรทั้งสิ้น ขอดูกฎหมายก่อนว่าเป็นอย่างไร ซึ่งเขียนไว้แล้ว ถ้านายกฯ จะลงไปอยู่การเมืองจะต้องไปอยู่ตรงไหน ทำอะไรได้บ้าง ต้องไปดูตรงโน้น จะมาถามอะไรเรา ขณะเดียวกันเราก็ต้องปรึกษาฝ่ายกฎหมายว่าทำอะไรได้แค่ไหน

เมื่อถามถึงความชัดเจนในวันเลือกตั้ง นายกฯ กล่าวทันทีว่า ยังยืนยันเป็นเดือนก.พ. ตนไปเลื่อนตรงไหนสักอันหรือยัง เมื่อถามว่ามีพรรคการเมืองร้องมาที่คสช.หรือไม่ ให้ขยับวันเลือกตั้ง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เห็นแต่ทางหน้าหนังสือพิมพ์ ในส่วนของ คสช.ยังไม่เห็นอะไรทั้งสิ้น ก็เป็นเรื่องของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่จะไปว่ามา ตนไม่มีส่วนในการตัดสินตรงนี้ เมื่อถามว่า นายกฯ ไม่ตัดสินใจเข้าพรรคเพื่อที่จะเป็นคนในหรือ นายกฯ กล่าวว่า ไม่จำเป็น เมื่อถามต่อไปว่า เมื่อไหร่นายกฯ จะเปิดเผยความในใจ พล.อ.ประยุทธ์ ส่ายหัวปฏิเสธที่จะตอบคำถามดังกล่าว

เมื่อถามว่ารัฐมนตรีที่ไปทำงานพรรคพลังประชารัฐ ตอนนี้มีการตัดสินใจอย่างไรหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในทางกฎหมายบอกว่าไม่เป็นไร แต่เดี๋ยวทั้ง 4 รัฐมนตรีเขาจะดูเองว่าจะออกเมื่อไหร่ ยังไงก็แล้วแต่เขา เมื่อถามว่าหาก 4 รัฐมนตรีลาออกจากตำแหน่ง นายกฯ จะปรับคณะรัฐมนตรีหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ยังไม่ปรับ ไม่มีปรับ ไม่ปรับแล้ว จะปรับทำไม ตามกฎหมายถ้าไม่ปรับก็มีคนแทนได้

-ด้านพรรคพลังประชารัฐ(พปชร.)นายสุชาติตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ พร้อมนายศักดิ์ชาย ตันเจริญ รองประธานสภาจ.ฉะเชิงเทรา บุตรชาย นำอดีตส.ส.ฉะเชิงเทรา และสมาชิกในกลุ่มจ.ร้อยเอ็ด สกลนคร มหาสารคาม ยโสธร มุกดาหารนครพนม สมัครสมาชิกพรรคพปชร.

นายสุชาติ กล่าวภายสมัครสมาชิกว่า ที่มาร่วมงานกับพรรคพลังประชารัฐเพราะถือเป็นการยึดอำนาจคืนจากเผด็จการเพราะต้องการกลับไปสู่โหมดประชาธิปไตย หากไม่เริ่มทำพรรคการเมืองก็จะไม่มีการเลือกตั้งเสียที ในอนาคตจะใช้คำว่าเผด็จการหรือไม่เผด็จการไม่ได้

เพราะตอนนี้มีแต่ประชาธิปไตยและกำลังเข้าสู่โหมดการเลือกตั้ง และอีกเหตุผลที่มาร่วมกับพรรคนี้ เพราะการสนับสนุนนโยบายพัฒนาพื้นที่ภาคตะวันออกซึ่งสอดคล้องกับนโยบายระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออกหรืออีซีของรัฐบาล รวมถึงอดีตกลุ่มสามมิตรที่เป็นสมาชิกของพรรค ที่มาร่วมทำพรรคการเมืองเพื่อให้เกิดเลือกตั้งและเข้าสู่โหมดประชาธิปไตยโดยเร็วที่สุด

หลังจากนี้ จะไม่มีคำว่าเผด็จการ หรือหรือประชาธิปไตย เพราะจะมีแต่คำว่าประชาธิปไตยเท่านั้น เห็นว่าการมาเข้าร่วมพรรคครั้งนี้ ไม่มีการต่อรองเรื่องคดีความใดๆ เพราะตนไม่มีคดีติดตัว และทุกพรรคเมืองก็มีอะไรที่ดีเป็นของตัวเอง เราเป็นพรรคใหม่ต้องเจียมตัว พยายามสร้างความน่าเชื่อถือให้กับประชาชนให้มากที่สุด

เมื่อถามว่าคิดว่าพรรคพปชร.จะชนะการเลือกตั้ง และได้เสียงมาเป็นอันดับหนึ่งหรือไม่ นายสุชาติกะว่าทุกพรรคล้วนมั่นใจว่าตัวเองจะชนะ ท้ายแล้วขึ้นอยู่ว่าประชาชนจะเลือกใคร

จากนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอัครวัฒน์ อัศวเหม อดีตนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดสมุทรปราการ ลูกพี่ลูกน้องนายชนม์สวัสดิ์ อัศวเหม ประธานหอการค้าสมุทรปราการ นำสมาชิกในกลุ่มกว่า 10 คน อาทิ นายวรพร อัศวเหม ประธานสภาเทศบาล ตำบลบางปู นายต่อศักดิ์ อัศวเหม อดีตรองนายกเทศมนตรี นครสมุทรปราการ และนายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือกรุง ศรีวิไว เป็นต้น โดยมี นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รองหัวหน้าพรรค นายวิเชียร เชาวลิต ให้การต้อนรับ

นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้รู้สึกดีใจ ที่ได้นำตัวแทนนักการเมืองท้องถิ่นสมุทรปราการ เนื่องจากชุมชนและผู้นำท้องถิ่นในสมุทรปราการ ต่างเรียกร้องให้กลุ่มของเรามาร่วมงานกับพลังประชารัฐ เราได้ทำหน้าที่ในฐานะที่เป็นตัวแทนของประชาชน เพื่อประโยชน์ของท้องถิ่น

และหวังอย่างยิ่งว่า ในฐานะที่เรามาจากตัวแทนท้องถิ่นมีความเข้าใจดีว่าพรรคพลังประชารัฐ จะเป็นพรรคที่เป็นผู้นำให้กับท้องถิ่นสมุทรปราการให้มีความเข้มแข็งมากกว่าเดิม ทั้งนี้เราอยู่กับท้องถิ่นมาเป็นเวลากว่า 20 ปีได้พัฒนาท้องถิ่นมาพอสมควรแล้ว พรรคนี้ก็จะทำให้ท้องถิ่นเข้มแข็งมากขึ้น

เมื่อถามว่าในพื้นที่สมุทรปราการเสียงตอบรับจากประชาชน จะมีมากน้อยแค่ไหน นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาตามความต้องการของประชาชน กลุ่มนี้นำโดยนายชนม์สวัสดิ์ ซึ่งมีการปรึกษาหารือกันแล้ว วันนี้ต้องมาอยู่กับพรรคพลังประชารัฐอย่างเดียว

เพื่อให้สามารถทำงานได้อย่างคล่องตัวและเดินหน้าไปได้ การที่กลุ่มนี้ตัดสินใจมาอยู่กับพรรคมีเงื่อนไขใดๆที่เกี่ยวข้องกับคดีของนายชนม์สวัสดิ์หรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ไม่มีเงื่อนไขอะไร เรื่องคดีความก็ไม่มีไม่เกี่ยวกัน ยืนยันว่าเป็นความต้องการของประชาชนและผู้นำชุมชนที่อยากให้เรามา เมื่อถามว่า กระแสความนิยมของพรรคจะทำให้มั่นใจหรือไม่ 7 เขตในสมุทรปราการจะชนะการเลือกตั้งได้หรือไม่ นายอัครวัฒน์ กล่าวว่า ตนมั่นใจทุกเขต จะชนะการเลือกตั้งยกทีม

ขณะที่นายกรุงศรีวิไล สุทินเผือก หรือกรุง ศรีวิไล”อดีตส.ส. สมุทรปราการ พรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า เหตุผลที่ตัดสินใจร่วมกับกลุ่มสมุทรปราการก้าวหน้าและสมัครสมาชิกพรรคพลังประชารัฐ เพราะนายชมน์สวัสดิ์ไม่เคยทิ้งพื้นที่และประชาชน

-ด้านพรรคภูมิใจไทย(ภท.) นายคมกฤษ ฉัตรมาลีรัตน์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง นำคณะสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดระนอง รวม 12 คน สมัครสมาชิกพรรคภูมิใจไทย พร้อมประกาศลงสมัครชิงพื้นที่จังหวัดระยอง ในนามพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้การต้อนรับ พร้อมสวมเสื้อพรรคให้กับผู้สมัครสมาชิก

นอกจากนี้บรรยากาศที่พรรคภูมิใจไทย ยังมีผู้สมัครต่างทยอยเดินทางมาสมัครอย่างต่อเนื่อง เช่น นายสุรศักดิ์ พันธุ์เจริญวรกุล อดีต ส.ส.พระนครศรีอยุธยา พรรคเพื่อไทย นายสันติ สมบัติ หรือ เต๋อ เชิญยิ้ม นักแสดงตลกชื่อดัง เป็นต้น

นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่า จะคัดเลือกผู้ที่เข้มแข็งที่สุดลงสมัครในแต่ละพื้นที่ ไม่กังวลพื้นที่ทับซ้อน ยอมรับว่าในบางพื้นที่ขณะนี้มีผู้สมัครเกินกว่า 1 คน ก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะจะทำให้เกิดการแข่งขัน และจะต้องคัดสรรผู้สมัครที่แข็งแกร่งที่สุด ขณะที่ปัญหาเลือดไหลผู้สมัครลาออกหลังพื้นที่ทับซ้อนนั้น ตนไม่กังวล เพราะพรรคมีระบบตรวจสอบและประเมินความนิยมผู้สมัครอย่างชัดเจน ส่วนหลังจากวันนี้ จะมีบิ๊กเนมมาสมัครหรือไม่อีกนั้น ผู้ที่มาสมัครถือเป็นบิ๊กเนมทั้งหมด จะพยายามส่งให้ได้มากที่สุด แต่จะถึง 350 เขต หรือไม่นั้น ยังไม่ชัด แต่คนที่จะส่งต้องมีโอกาสชนะ ไม่ใช่ส่งเพื่อเก็บคะแนน

-ด้านพรรคชาติพัฒนา มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่เป็นครั้งแรก โดย นายเทวัญ ลิปตพัลลภ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา แถลงหลังการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ นายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ เป็นประธานที่ปรึกษาพรรค และมีที่ปรึกษาอีก 7 คน ประกอบด้วย นพ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล อดีตหัวหน้าพรรค ร.ต.ประพาส ลิมปะพันธุ์ อดีตรองหัวหน้าพรรค พ.อ.วินัย สมพงษ์ อดีต รมว.คมนาคม นายสุเมธ ศรีพงษ์ อดีต ส.ว.นครราชสีมา นายพงษ์พิช รุ่งเป้า อดีต ส.ส.นครราชสีมา นายพงศ์อุดม ตรีสุขี อดีต ส.ส.อยุธยา และนายมนตรี แก้วแพง อดีตรองนายกเทศมนตรีเมืองคอหงส์ จ.สงขลา เพื่อให้คำปรึกษาทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ กีฬาและเรื่องอื่นๆ ต่อกรรมการบริหารพรรค เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการบริหารงานและวางแผนการทำงานให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศ

จากนั้นเวลา 11.30 น. ที่บ้านพักนายสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ซอยราชวิถี 20 นายเทวัญ ลิปตพัลลภ นำคณะกรรมการบริหารพรรค เข้าพบ นายสุวัจน์ เพื่อเชิญเป็นประธานที่ปรึกษาพรรค โดยนายสุวัจน์ กล่าวว่า ขอบคุณพรรคชาติพัฒนาที่ให้เกียรติ ตนและคณะที่ปรึกษาหลายท่านทำงานอยู่กับพรรคมานาน เรายินดีช่วยให้คำปรึกษา และช่วยสนับสนุนงานให้กับคณะกรรมการบริหารพรรคชุดใหม่ และเป็นนิมิตหมายที่ดีที่พรรคได้เปลี่ยนโฉม ได้คนรุ่นใหม่เข้ามาทำงาน ถือเป็นยุคใหม่ของพรรค ตอบสนองความต้องการของประชาชนที่ต้องการได้นักการเมืองรุ่นใหม่ สร้างความปรองดองไม่มีความขัดแย้งอีกต่อไป รวมทั้งนำนโยบาย หันหน้าเข้าหากัน และ No problem ของ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ อดีตนายกฯ มาใช้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่เปิดกว้างเพื่อคนรุ่นใหม่นำประเทศสู่การปฏิรูป วันนี้โลกเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วไปตามกระแสเทคโนโลยีใหม่ ดังนั้นเราต้องปรับบทบาทให้ทันโลก ซึ่งจะไม่ใช่ยุค 4 จีแล้วแต่กำลังจะเป็น 5 จี ตนคาดหวังกับคนรุ่นใหม่แต่บางครั้งเรื่องการเมืองมีความซับซ้อน ต้องใช้ประสบการณ์มาตัดสินใจ ดังนั้นพวกเราจึงต้องช่วยให้คำปรึกษา และน่าจะเป็นความลงตัวที่มีทั้งคนรุ่นใหม่และรุ่นเก่า

เมื่อถามถึงโรดแม็ปการเลือกตั้ง นายสุวัจน์ กล่าวว่า ขณะนี้ตนมองว่า ถนนทุกสายวิ่งเข้าสู่การเลือกตั้ง เชื่อว่าการเลือกตั้งจะมีตามกรอบเดิม ยังไม่มีปัจจัยที่จำเป็นทำให้การเลือกตั้งต้องเลื่อน ส่วนการคลายล็อกน่าจะอีกไม่นานนี้ เพราะผู้ใหญ่ในรัฐบาลพูดไว้ชัดเจน ตอนนี้ทุกพรรคทราบกติกาและเตรียมความพร้อมอยู่แล้ว แต่ตนอยากขอให้ทุกพรรคช่วยกันประคับประคองให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างเรียบร้อย และยอมรับผลการเลือกตั้ง จัดตั้งรัฐบาลที่ได้รับความยอมรับจากนานาชาติ เพราะการเมืองเป็นความหวังในการแก้ปัญหาเรื่องปากท้องและเศรษฐกิจ ทั้งนี้ จากการพบปะพูดคุยกับชาวบ้าน ส่วนใหญ่เขายังไม่เข้าใจกฎหมายการเลือกตั้ง โดยเฉพาะเรื่องบัตรใบเดียว การคำนวณคะแนน และการเลือกนายกฯ ดังนั้นเรื่องนี้ กกต.หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องรีบประชาสัมพันธ์ ทำให้ชาวบ้านเข้าใจ เพราะหากกติกาชัดเจน ทุกคนเข้าใจ การเลือกตั้งจะเป็นที่ยอมรับ

นายสุวัจน์ กล่าวอีกว่า ส่วนพรรคจะเสนอชื่อตนเป็น 1 ใน 3 รายชื่อนายกฯ หรือไม่ คงต้องประชุมพรรคหารือกันก่อนว่า จะเสนอใครบ้าง แต่ส่วนตัวไม่ได้อยากมีตำแหน่งอะไรทางการเมือง การเป็นที่ปรึกษานี้เพื่อหวังช่วยงานพรรคและประเทศ

เมื่อถามว่า พื้นที่ฐานเสียงของพรรคอย่าง จ.นครราชสีมา มีหลายพรรคจ้องเข้ามาได้เก้าอี้ ส.ส. นายสุวัจน์ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่ดีที่หลายพรรคเข้ามาแข่งกัน ทำให้ประชาชนมีทางเลือกมากขึ้น และอยากให้หลายๆ พรรคมาแข่งขันกันเรื่องนโยบาย ตนไม่ได้หนักใจอะไร เพราะเชื่อว่าพรรคเตรียมพร้อมตัวผู้สมัครที่ทำพื้นที่มาอย่างต่อเนื่อง ผูกพันและเข้าใจปัญหาของคนโคราช ทั้งนี้ จะแพ้หรือชนะไม่สำคัญ ขอเพียงคนโคราชได้สิ่งดีๆ ก็พอ

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.