แชร์โพสนี้

จากกรณีหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิตขณะร้อยไหมที่ใบหน้า ณ คลินิกแห่งหนึ่งย่านทาวน์อินทาวน์ เบื้องต้นทราบว่าผู้ตายมารักษาด้วยการร้อยไหมบริเวณใบหน้า จากนั้นแพทย์ฉีดยาชาเพื่อรักษา ปรากฏว่าผู้ตายแพ้ยาและเสียชีวิตนั้น

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (12 ต.ค.) ตำรวจ สน.วังทองหลาง ระบุว่า แพทย์มีใบประกอบวิชาชีพอย่างถูกต้อง แต่ในส่วนของคลินิกยังไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล

จากการสอบสวนแพทย์ให้การว่าปกติผู้ป่วยเข้ามาที่คลินิกแห่งนี้ ครั้งนี้มาทำหน้า ร้อยไหม และฉีดโบท็อกซ์ ในวันเกิดเหตุผู้เสียชีวิตได้เดินทางมาที่คลินิกตั้งแต่เวลา 16.00น. หลังจากนั้นทีมแพทย์ได้ทำตามขั้นตอนคือใส่ยาชาแบบแปะที่ใบหน้าทิ้งไว้ 30 นาที จากนั้นจึงฉีดยาชาแบบเข็ม ฉีดเข็มละ 0.5 ซีซี ทั้งหมด 24 เข็ม ระหว่างที่รอให้ยาชาออกฤทธิ์ ผู้ช่วยพยาบาลแจ้งว่าคนไข้หมดสติ ความดันตก และริมฝีปากเริ่มเปลี่ยนเป็นสีเขียว แต่ยังหายใจอยู่ ทางแพทย์จึงทำการปั๊มหัวใจเป็นระยะเวลาหนึ่งแต่ไม่ดีขึ้นจึงเรียกกู้ชีพมาช่วยเหลือแต่ไม่ทันเสียชีวิตเสียก่อน

โดยทางตำรวจจะเรียก นพ. ธนพล ทองประเสริฐ แพทย์เจ้าของคลินิกมารับทราบข้อกล่าวหา “ประกอบสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 60,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนข้อหา “กระทำการโดยประมาททำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย” ซึ่งเป็นคดีอาญา  

ต่อมาที่สถาบันนิติเวชวิทยาโรงพยาบาลตำรวจ มีรายงานว่าครอบครัวของหญิงวัย 72 ปี ได้เข้าติดต่อขอรับศพ โดยทางญาติปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือข้อมูลกับสื่อมวลชน ซึ่งแพทย์นิติเวชวิทยา โรงพยาบาลตำรวจ เปิดเผยผลการผ่าชันสูตรพลิกศพสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากการตับแตกและพบว่ามีซี่โครงหัก ส่วนผลการตรวจพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ จากห้องแล็ปปฏิบัติการประมาณ 15 วัน

ด้าน นพ.ธงชัย กีรติหัตถยากร รองอธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ (สบส.) กระทรวงสาธารณสุข ได้กล่าวถึงกรณีดังกล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคลินิกดังกล่าว ไม่ได้ขออนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลจาก สบส. จึงเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติสถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐานเปิดสถานพยาบาลโดยมิได้รับอนุญาต มีระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ส่วนแพทย์ผู้ให้บริการนั้นจะส่งเรื่องให้แพทยสภาดำเนินการ

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าคลินิกดังกล่าวถือว่าเป็นคลินิกเถื่อน หรือเคยขออนุญาตมาก่อนหรือไม่ นพ.ธงชัย กล่าวว่า เดิมเจ้าของ ซึ่งเป็นแพทย์เคยขออนุญาตคลินิก แต่คนละแห่ง อยู่ใกล้ๆกัน แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อยู่ในคอนโดมิเนียม ซึ่งไม่ใช่คลินิก เข้าข่ายเป็นการกระทำของคลินิกที่ไม่ได้รับอนุญาตจึงมีความผิด ส่วนที่ว่าจะผิดมาตรฐานวิชาชีพแพทย์ หรือเป็นแพทย์จริงหรือไม่อย่างไร จะเป็นหน้าที่ของทางแพทยสภา ซึ่งจะส่งเรื่องให้ตรวจสอบต่อไป

ขณะที่ นพ.อภิรักษ์ ช่วงสุวนิช นายกสมาคมศัลยแพทย์ตกแต่งเสริมสวยแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การร้อยไหมถือเป็นการศัลยกรรมเล็กๆ ไม่ใช่การผ่าตัดใหญ่ และไหมที่ใช้จะมีหลายลักษณะอาจจะมีขอ มีเงี่ยง เพื่อเข้าไปเกาะเนื้อเยื่อ โดยตัวหัตถการ และไหมที่ใช้ไม่มีอันตรายถึงแก่ชีวิต เช่นเดียวกับการจะบอกว่าบริเวณใบหน้ามีเส้นประสาทจำนวนมาก หากได้รับผลกระทบก็ไม่ได้มีอันตรายถึงแก่ชีวิตเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การจะเกิดอันตรายกับชีวิตคิดว่าหลักๆ เกิดจากการใช้ยามากกว่า ซึ่งไม่น่าใช่ยาชา แต่อาจใช้ร่วมกับยาตัวอื่นหรือไม่ อันนี้ไม่ทราบ อาจเป็นยาระงับประสาท หรือยานอนหลับขึ้นอยู่กับแพทย์พิจารณาแต่ละราย แต่ในบางรายมีโรคประจำตัวก็ต้องระมัดระวัง อย่างผู้ป่วยโรคหัวใจ เป็นต้น ดังนั้นกรณีคุณหญิงวัย 72 ปี เสียชีวิตจากการร้อยไหมตามที่เป็นข่าว คาดการณ์ว่าอาจจะเกิดจากสาเหตุอื่น ไม่น่าจะมาจากการร้อยไหม เพราะปกติแล้วการร้อยไหมไม่ได้ส่งผลขนาดนั้น คนอายุมากก็ทำได้ แต่ก็ต้องพิจารณาว่ามีโรคประจำตัวหรือไม่ ซึ่งตรงนี้พูดยาก อยู่ที่การตรวจสอบด้วย

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.