แชร์โพสนี้

ผู้ใช้เฟซบุ๊ก เจ้าหญิง เจ้าชาย โพสต์ภาพผู้ป่วยนอนสวมท่อออกซิเจนไม่ได้สติอยู่บนเตียงของโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง ในประเทศไต้หวัน ตามร่างกายมีสายไฟที่ใช้ทางการแพทย์ระโยงระยางทั่วร่างกาย และภาพบัญชีธนาคารที่เป็นแม่ของแรงงานคนดังกล่าว พร้อมระบุข้อความว่า “คนไทยด้วยกัน ช่วยกัน 09090xxxxx คนงานไทยในไทหนาน เขตชินหยิงกินอาหารเป็นพิษ นอนหมดสติรับการรักษาตัวอยู่โรงพยาบาล ฉีแหม๋..เหลียวหยิง นานเกือบสองเดือนแล้วค่ะ ซึ่งการเจ็บป่วยของคนงานคนนี้ไม่ใด้เกิดในเวลางาน

การรักษาของประกันสังคมจึงมีขีดจำกัด ค่ารักษาพระยาบาล ค่าหมอ ค่ายา บางส่วนคนไข้ต้องจ่ายเอง และค่าตั๋วเครื่องบินที่จะพาคนป่วยกลับไปรักษาตัวต่อที่เมืองไทยเราไม่มีเงินพอค่ะ พ่อแม่คนป่วยก็แค่ชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง ไม่มีเงินจะรับลูกชายกลับใด้ จึงใคร่ขอความเมตตาจากผู้ใจบุญมานะที่นี้ค่ะ เราคนไทยด้วยกันช่วยกันนะค่ะ หากผู้มีจิตรศัทราร่วมบริจากกับน้องใด้ที่ โรงพยาบาล ฉีแหม๋ แผนกสงเคราะห์ หรือกรมแรงงานช่วยเหลือคนงานไทยค่ะ ขอบคุณค่ะ”

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านเทื่อมน้อย ต.เขือน้ำ อ.บ้านผือ บ้านของแรงงานไทยที่ป่วยที่ไต้หวันคนดังกล่าว ทราบชื่อว่า นายฉัตรชัย ขุริดี พบ นายประยงค์ ขุริดี อายุ 59 ปี นางทองวัน ขุริดี อายุ 55 ปี น.ส.อภิญญา เยาวลักษณ์ อายุ 39 ปี พ่อแม่และภรรยาของ นายฉัตรชัย ที่อยู่ที่บ้าน หน้าตาไม่สบายใจ ด้วยความเป็นห่วงลูกชายและสามี

น.ส.อภิญญา ภรรยานายฉัตรชัย เล่าว่า หลังสามีไปทำงานโรงงานที่ไต้หวัน จะติดต่อพูดคุยกันทางไลน์ทุกวัน กระทั่งเดือนมีนาคม สามีโทรมาบอกว่า ปวดท้อง และปวดหัว หลังจากวันหยุดสามีและเพื่อนคนงานไทย 9 คน ออกไปหาเก็บหอยคล้ายกับหอยเชอรี่ในคลอง นำมาทำก้อยกินกัน ทั้งที่หัวหน้างานเคยอบรมแจ้งแรงงานไทยแล้วว่า อย่ากินปลาและหอยในคลองธรรมชาติ เพราะมีสารเคมีเยอะ ซึ่งคนไต้หวันจะกินปลาเลี้ยง และปลาทะเล เท่านั้น หลังจากนั้น 2 วัน สามีและเพื่อนอาการก็ยังไม่ดีขึ้น จึงพากันไปหาหมอของโรงงาน ได้ยามากินประมาณ 1 สัปดาห์ อาการยังไม่หาย จึงไปหาหมอที่โรงพยาบาลบอกหมอว่า เก็บหอยในคลองมากิน หมอจึงให้นอนโรงพยาบาลทั้งหมด ขณะนอนอยู่ในโรงพยาบาลยังไลน์คุยกันอยู่ โดยตนบอกสามีให้ขอนายจ้างกับบ้าน แต่นายจ้างยังไม่อนุญาต หลังจากก็ไม่สามารถติดต่อสามีได้

“ขณะรอโทรศัพท์สามี มีเพื่อนคนงานไทยโทรศัพท์มาบอกว่า สามีหมดสติไม่รู้สึกตัว รักษาตัวในห้องไอซียู ส่วนเพื่อนคนงานอีก 8 คน ก็อาการหนักแต่ไม่เท่าสามี ทางพ่อแม่เป็นห่วง จึงยืมเงินกู้นอกระบบ 5 หมื่นบาท ดอกเบี้ยร้อยละ 10 เป็นค่าตั๋วเครื่องบินและค่ากินอยู่ ให้ไปดูอาการสามีที่ไต้หวัน เมื่อไปถึงพบว่าสามีนอนไม่ได้สติในห้องไอซียู ต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ เจาะคอให้อาการทางสายยาง หมอบอกว่าสามีกินหอยดิบทำให้พยาธิเข้าไปในร่างกาย เส้นเลือด และขึ้นสมอง พยาธิได้กัดกินสมองไปแล้วบางส่วน ไม่มีโอกาสฟื้น แต่ยังไม่ตาย ต้องกลายเป็นเจ้าชายนิทรา เพราะเป็นคนหนุ่มร่างกายแข็งแรง แพทย์บอกให้ตนและพ่อแม่ทำใจ ตนอยู่ดูแลสามี 1 เดือน วีซ่าหมดอายุ จึงต้องเดินทางกลับ”

น.ส.อภิญญา เล่าอีกว่า ส่วนเพื่อนสามีอีก 8 คน อาการดีขึ้น เพราะกินหอยสุก หมอให้ออกจากโรงพยาบาล นายจ้างอนุญาตให้กลับมารักษาตัวที่บ้านในไทย เมื่อหายดีจึงจะให้กลับไปทำงาน แต่ทั้งหมดยังมีอาการขาอ่อนแรง ส่วนสามีของตนกินหอยดิบอาการจึงหนัก หมอบอกว่าหากไม่ต้องการให้ทรมาน ก็สามารถดึงออกซิเจนออก แต่ตนรักสามี อีกทั้งพ่อแม่ยังทำใจไม่ได้ อยากจะนำตัวกลับมารักษาที่บ้าน ถึงจะเป็นเจ้าชายนิทราก็จะดูแลกันเอง แต่ค่าเดินใช้จ่ายเดินทางกลับแพง เพราะต้องเดินทางแบบคนป่วยทางเครื่องบินเช่าเหมาลำราคา 5 แสนบาท ค่ารักษาพยาบาลอีกจำนวนหนึ่ง

“สามีก็รู้ว่าเขาไม่ให้กินหอยกินปลาในคลอง แต่ก็ต้องกิน เพราะต้องการประหยัดเงินค่าอาหาร เพื่อจะได้มีเงินส่งกลับมาใช้หนี้ทางบ้าน เงินเดือนรวมโอทีได้เพียง 2 หมื่นกว่าบาท ที่ไปเพราะว่ายังได้เป็นเงินก้อนดีกว่าอยู่ที่บ้านได้เงินไม่แน่นอน จึงต้องประหยัดทุกทาง ที่เขากินหอย เพราะก็มีคนงานไทยเคยกินอยู่ แต่ไม่เป็นอะไร สามีจึงหากินบ้าง จนต้องป่วยเข้าโรงพยาบาล ตอนนี้สิทธิในการรักษาตัวจากโรงงานก็หมดแล้ว แต่ยังมีมูลนิธิแรงงานไทยที่ไต้หวัน และกลุ่มแรงงานไทยได้บริจาคเงินช่วยเหลือมาบ้าง ซึ่งเงินส่วนเกินจากการประกันสังคมที่นั่น เราต้องจ่ายเอง โดยทางบริษัทที่จัดส่ง หน่วยงานจัดหางาน และสถานฑูต ก็มาดูแลให้บางส่วน จึงอยากวอนรัฐบาล ผู้ใจบุญช่วยเหลือ ช่วยเหลือนำสามีกลับมารักษาตัวที่บ้าน ให้ภรรยา พ่อแม่ และญาติพี่น้อง ได้ดูแลกันในวาระสุดท้ายด้วย”

นายประยงค์ และนางทองวัน พ่อและแม่นายฉัตรชัย เล่าว่า มีอาชีพรับจ้าง มีลูกชาย 3 คน นายฉัตรชัยเป็นคนที่ 2 เพิ่งแต่งงาน ซึ่งเขาเคยไปทำงานที่ไต้หวันมาแล้ว 2 ปี ครั้งนี้ได้สมัครไปทำงานโรงงานผลิตขวดน้ำหอม พ่อและแม่ได้ยืมโฉนดที่นา 30 ไร่ จากยายไปจำนองนายทุน 85,000 บาท ดอกเบี้ยร้อยละ 6 เป็นค่าใช้จ่ายเดินทางไปเมื่อพฤศจิกายน 2561 ได้เงินเดือน 17,000 บาท หากมีงานโอทีจะได้ 25,000 บาท เพิ่งส่งเงินมาได้เพียงเดือนเดียว 1 หมื่นบาท ก็มาป่วยหนัก ตอนนี้ห่วงลูกมาก ทำอะไรก็ไม่ได้ ไปดูแลก็ไม่ได้เพราะอยู่ไกล ได้แต่รอฟังข่าวจากเพื่อนคนงานและญาติที่อยู่ที่นั่น ใจอยากนำลูกกลับมาบ้าน แม้ว่าจะไม่รู้สึกตัว และมีแค่ลมหายใจก็ตาม แต่เพราะเป็นคนจน หาเช้ากินค่ำ จึงอยากวอนให้ผู้ใจบุญช่วยเหลือนำลูกชายกลับมาบ้านให้ด้วย

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.