ขอนแก่น-นักศึกษาคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ สาขาพัฒนาชุมชน มหาวิทยาลัยมหาสารคาม อายุ 22 ปี เข้าร้องเรียนต่อเลขาธิการ คสช. ปปท. และปปช. ว่าขณะเข้าฝึกงานตำแหน่งนักพัฒนาชุมชน ที่ศูนย์คุ้มครองคนไร้ที่พึ่งจังหวัดขอนแก่น พร้อมเพื่อนรวม 4 คน ถูกผู้อำนวยการฯ และเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเรื่องการเบิกเงินสงเคราะห์ผู้ยากไร้-ผู้ป่วยเอดส์ สั่งให้ร่วมปลอมแปลงเอกสารของทางราชการ และลงลายมือชื่อ แทนประชาชนในใบเสร็จรับเงิน รวมกว่า 2,000 ราย คิดเป็นยอดเงินรวมกว่า 6,900,000 บาท

โดยนักศึกษาคนดังกล่าว เปิดเผยว่า การร้องเรียนครั้งนี้ยอมรับว่ากลัวมาก แต่ครอบครัวนั้นให้กำลังใจและช่วยกันทุกคน ซึ่งเมื่อครั้งผู้ตรวจกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้ลงพื้นที่ตรวจงานที่ศูนย์ฯ ตน เองและเพื่อนอีก 3 คน ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนโดยตรง แต่ก็ไม่คืบหน้า ทุกอย่างที่ทำก็เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง และเพื่อประชาชนตามสิทธิที่ควรพึงจะได้ เพราะถ้าเราไม่ปกป้องสิทธิ์ของตัวเอง ไม่ทำเพื่อสังคม เราจะเป็นนักพัฒนาที่ดีได้อย่างไร

เรียนมาด้านนี้ และเข้าฝึกงานที่ศูนย์ฯก็เพราะต้องการเป็นนักพัฒนาที่ดี เรียนจบออกไปทำงานเพื่อสังคมและประชาชนผู้ยากไร้อีกหลายล้านคน ซึ่งตั้งแต่เดินหน้าร้องเรียน ควบคู่กับการเรียน และการทำวิจัย เพราะเรียนอยู่ปีที่ 4 แล้ว พอเกิดเรื่อง ผอ.ศูนย์ฯ และเจ้าหน้าที่ก็ตระเวนตามหาตัวที่บ้าน ไปหาที่มหาวิทยาลัย เพื่อขอทราบบ้านพักอาศัย ขอทราบที่อยู่ พ่อ แม่ ซึ่งไม่ทราบเจตนาของการค้นหาว่าต้องการอะไร แต่โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าจะไม่ปลอดภัย และอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแลในเรื่องความปลอดภัยของตนและคนในครอบครัวด้วย

ขณะที่ แม่ของนักศึกษาคนดังกล่าว เปิดเผยว่า โดยส่วนตัวรับไม่ได้กับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นกับลูกสาว โดยเฉพาะกับการที่ ลูกสาวกับเพื่อนนักศึกษาอีก 3 คน นำเรื่องที่เกิดขึ้นในขณะฝึกงานไปบอกกล่าวกับทางอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย แต่กลับถูกกล่าวหาว่าเป็นเด็กโกหก ในขณะเดียวกันเวลาพูดคุยซักถามรายละเอียดเรื่องที่เกิดขึ้นขณะฝึกงานกลับถามต่อหน้า เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ซึ่งเป็นคนสั่งให้ลูกและเพื่อนทำการปลอมลายมือชื่อชาวบ้าน ซึ่งลูกสาวและเพื่อนต่างไม่กล้าพูดความจริงเพราะกลัวว่าจะฝึกงานไม่จบ จึงไม่มีใครพูด

อาจารย์จึงสั่งให้ลูกสาวและเพื่อนกราบเท้าขอโทษเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ทั้งที่เป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง เพราะมีเอกสารหลักฐานชัดเจน โดยอาจารย์ควรที่จะปกป้องลูกศิษย์ตัวเอง และทำหน้าที่ของอาจารย์ให้ดีกว่านี้ โดยเรื่องที่เกิดขึ้นนี้ครอบครัวไม่พอใจอย่างมาก เป็นอาจารย์แท้ๆ ไม่ปกป้องลูกศิษย์ตัวเอง การตรวจสอบยังไม่เกิดขึ้น ก็ตัดสินว่าลูกศิษย์ตัวเองเป็นฝ่ายผิด เป็นเด็กโกหก มันน่าจะมีทางออกที่ดีกว่านี้ ไม่ใช่ให้เด็กกราบเท้าเพื่อให้เรื่องนั้นจบและเงียบไป นักศึกษาต้องออกมาต่อสู้ มาเรียกร้องสิทธิ์ของตนเอง และวันนี้มีการตรวจสอบทั้งระบบ มหาวิทยาลัยฯเองก็ควรที่จะปกป้องนิสิตของตัวเองด้วย

ข่าวเช้าวันหยุด

แม้จะเป็นวันเสาร์อาทิตย์ แต่ข่าวไม่เคยมีวันหยุด เพื่อให้เช้าวันหยุดสุดสัปดาห์ของทุกคนเป็นเช้าวันสบายๆ ที่ไม่ตกข่าว ออกอากาศทางช่อง 3 และ HD ช่อง 33 เวลา 06.55 – 7.25 น.

Comments

comments