แชร์โพสนี้

จากกรณีนางพัชรี ปั้นทอง ร้องทุกข์ว่า น.ส.พลอยนรินทร์ ผลิผล หรือ “น้องพลอย” ผู้เป็นลูกสาวหายตัวไปนานกว่า 3 ปี แต่คดีกลับไม่มีความคืบหน้า ก่อนที่นายพลกฤต วิเศษ ผู้ต้องหาเข้ามอบตัวกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร นำไปสู่การคลี่คลายคดีจนพบว่าน้องพลอยถูกนายพลกฤตอุ้มฆ่าเผานั่งยาง และมีการนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ซึ่งแม่น้องพลอยไม่ขออโหสิกรรมให้ผู้ต้องหา และครอบครัวไม่เชื่อว่าผู้ต้องหาลงมือเพียงคนเดียวนั้น

นายรณณรงค์ แก้วเพ็ชร์ ทนายความ ระบุถึงความคืบหน้าคดีว่า เนื่องจากตำรวจมีความยากลำบากในการไปเก็บหลักฐานเมื่อสามปีก่อนมาได้ อาทิ รถของกลางก็ไม่ได้เก็บ DNA ไว้ ไม่ได้ขอกล้องวงจรปิดหน้าค่ายทหาร เป็นต้น เลยทำให้คดีมีความติดขัด ส่วนวันที่ 15 ที่ผ่านมาที่มีการไปแจ้งความนั้น เราต้องการเอาผิดคนที่ให้การพักพิง ช่วยเหลือผู้กระทำความผิด ซึ่งมันมีการเชื่อมโยงบางอย่างในสำนวนที่พูดไม่ได้ ซึ่งตำรวจก็รู้ว่ามี แต่เพียงแค่ขยายผลก็จับได้ และ 1 ใน 2 คนร้ายก็สารภาพด้วย

เมื่อถามถึงการไปกองบังคับการตำรวจภูธรลพบุรี ทนายรณณรงค์ระบุว่าวันนี้ได้ความคาดหวังว่าตำรวจจะทำงานเต็มที่ มีคำสัญญาให้ แต่เขาขอเวลาเตรียมทีมงาน เตรียมคณะทำงานก่อน ซึ่งทางอยุธยาสืบไว้หมดแล้ว แต่ที่ๆได้ข้อมูลกลับมาเยอะเกินคาด คือได้จากทหารที่ช่วยเหลือแม่น้องพลอย ที่ค่ายทหารปืนใหญ่ลพบุรี เขาให้ข้อมูลมาเยอะมาก เขาตามเอกสารจากตำรวจท่าเรือมาเพื่อส่งผู้ต้องหาไปให้ตำรวจ ตามจนตำรวจต้องรับแจ้งความ แล้วเขายังสงสัยว่าทำไมตำรวจไม่เอากล้องวงจรปิดหน้าค่ายไปใช้เมื่้อ 3 ปีที่แล้ว ถ้าขอไปป่านนี้คงไม่ต้องลำบากขนาดนี้

ส่วนเรื่องรูปคดี ทนายรณณรงค์ให้ข้อมูลว่า เรามีพยานบอกว่ามีคนร้าย 3 คนยืนอยู่หน้าโรงงาน แต่พยานบุคคลจำไม่ได้ขนาดนั้น และจากการสืบสวนสอบสวนก็มีบุคคลที่ 4 ด้วย ถ้าสามปีที่แล้วร้อยเวรคนแรก ที่บอกว่าเดี๋ยวก็เอาหลานมาให้ ไปหากล้องหน้าค่ายมา อาจจะจับได้หมดทุกคนแล้วก็ได้ ซึ่งถือเป็นความบกพร่องอย่างแรก

ด้านคุณพัชรี ปั้นทอง คุณแม่น้องพลอยระบุว่า เขาทำคนเดียวไม่ได้ ด้วยสถานที่อะไรต่างๆ มันลำบาก ตอนที่ฆ่าน้องแล้วทำไมต้องโทรหาแม่ เขาบอกว่ากลัวแม่เสียใจ แต่เขาดูไม่ได้เสียใจกับการฆ่าน้อง ไปทำศัลยกรรม ยังไปใช้ชีวิตสุขสบาย แล้วก็โทรมาหาแม่ถึง 2 หน แม่ถามเขาว่าเป็นลูกผู้ชายมั้ย เอาน้องไปมั้ย เรายืนยันว่าเราไม่เอาเรื่อง ส่วนสถานการณ์ตอนนี้แม่ตั้งคำถามไว้ 3 ข้อกับทุกคนที่ไปร้องเรียนว่า ถ้าน้องสุขสบายหรือลำบาก น้องต้องกลับมา สอง ถ้าน้องโดนกักขัง อีกกี่ปีน้องถึงจะเป็นอิสระ สาม ถ้าน้องเสียชีวิต ใครจะเป็นคนรับผิดชอบ

เมื่อถามว่าหลังตำรวจได้เรียกสอบพ่อและภรรยาของผู้ต้องหา ตำรวจมีการแจ้งอะไรกับแม่หรือไม่ นางพัชรีตอบว่ามี ตำรวจแจ้งว่าจะมีการสอบพ่อและภรรยาผู้ต้องหา ซึ่งแม่ไม่เคยเอ่ยว่าสงสัยพ่อเขา แต่น้องหายวันพุธ วันศุกร์พ่อเขาเป็นคนเอารถไปขาย จากนั้นแม่เอาหลักฐานไปให้เขาดู เขาก็ยืนยันว่าไม่รู้ไม่เห็นลูกเขา แล้วพ่อเขาเป็นคนไปเอารถออกจากโรงพักท่าเรือ แต่เขาไม่เคยมาคุยกับแม่เลย แม่คิดเอาเองว่าพ่อผู้ต้องหาไปบอกตำรวจว่าแม่น่ะแรงไปหน่อย ถึงขั้นไปแจ้งความ แม่สัมผัสได้ว่าพนักงานสอบสวนโอนอ่อนไปทางพ่อผู้ต้องหา แม้แต่ตอนที่พ่อผู้ต้องหาเอารถออกจากโรงพัก พนักงานสอบสวนรายนี้ก็ไม่ได้แจ้งแม่ แม่เห็นเอง

ขณะที่ทหารที่ช่วยเหลือแม่มาตลอดก็ช่วยเต็มที่ บอกว่าถ้าผิดก็ไม่เอาไว้ และแม่ก็ยังมั่นใจว่า คนผิดต้องเอาผิดได้ สามปีเขายังเหลือจุดบอดนิดหน่อยให้จับได้เลย แม่เชื่อว่าถ้าไม่มีอะไรเอาผิดเขาได้ ก็ยังมีกฎแห่งกรรมที่ทำงานกับเขาได้

ด้านคุณวิชา ผลิผล คุณพ่อน้องพลอย ระบุว่าก็ไม่เชื่อเช่นกันว่าผู้ต้องหาจะทำคนเดียวได้ ยิ่งตอนกลางคืนการก่อเหตุยิ่งลำบาก แล้วที่ที่ไปจอดรถไว้ก็เป็นทางชัน เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ วันที่คุยโทรศัพท์กับผู้ต้องหา ผู้ต้องหาจะมากราบขอขมาผม แต่ผมบอกว่าให้ไปกราบขอขมาน้องพลอยเถอะ เพราะเอสเป็นคนทำน้องพลอย ไม่ใช่พ่อทำ พร้อมบอกว่าผมเสียใจ ผมขอโทษ ส่วนเรื่องคดีผมคิดว่ามันไม่ตัน เพราะจากการไปพบกับทหารก็บอกว่าจะช่วยเหลือเต็มที่ คนผิดจะไม่เลี้ยงไว้

 

—————————————————————————————————

ดีเบต (Debate) โต้เหตุผล ค้นความจริง

“ดีเบต เพราะเราเชื่อว่า เหตุผล และ ความจริง จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น”

[ พิเศษสุด ] ผู้ชมสามารถร่วมดีเบตระหว่างออกอากาศสดในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ​​​ทางช่อง 3  และช่อง 33 HD เวลา 16.40 – 17.00 น. จันทร์ – ศุกร์ ผ่านทาง 3 ช่องทาง
1. Facebook @bectero.tv
2. YouTube.com @BECTERO.TV
3. Official LINE เรื่องเล่าเช้านี้
ผู้ดำเนินรายการ : ภาษิต อภิญญาวาท
ชมสดพร้อมกันผ่าน Facebook Live และ YouTube Live “BECTERO.TV”
และชมย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์  www.bectero.tv