แชร์โพสนี้

จากกรณี นายวิระพล สุขผล หรือ หลวงปู่เณรคำ ฉัตติโต อดีตเจ้าอาววาสวัดป่าขันติธรรม ซึ่งตกเป็นข่าวกรณีนั่งเครื่องบินเจ็ตส่วนตัว และใช้ของแบรนด์เนม จนมีการตรวจสอบพฤติกรรม พบความผิดปกติหลายอย่าง ตกเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ถึง 8 ข้อหา ทั้งฟอกเงิน หลีกเลี่ยงภาษี กระทำชำเราเด็กหญิง พรากผู้เยาว์ ยาเสพติด ผิด พรบ.คอมพิวเตอร์ และใช้วุฒิการศึกษาปลอม พร้อมทั้งมีการสั่งอายัดทรัพย์สิน มูลค่ากว่า 200 ล้านบาท ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินทางหลบหนีออกนอกประเทศ

ขณะที่ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ระบุว่า นายวิรพลสิ้นสุดจากความเป็นพระแล้ว เนื่องจากคณะกรรมการสอบสวนอธิกรณ์พระวิรพลในข้อกล่าวหาเสพเมถุน ในปี 2556 มีมติให้อดีตหลวงปู่เณรคำอาบัติปาราชิกขาดจากความเป็นพระภิกษุไปแล้ว

กระทั่งล่าสุด ศาลแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ได้มีคำสั่งให้ส่งตัว นายวิระพล ผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง กระทำชำเราผู้เยาว์ และฟอกเงิน เป็นผู้ร้ายข้ามแดน กลับมาดำเนินคดีในประเทศไทย โดยอัยการสูงสุดได้ประสานงานกับทางการสหรัฐฯ ตามพ.ร.บ.ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ.2535 เพื่อขอตัวเป็นผู้ร้ายข้ามแดน ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน พ.ศ.2551 ตั้งแต่ปี 2559

ทนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลาย ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ระบุว่า ย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ.2556 ตนเองได้ร้องให้มีการตรวจสอบเณรคำ เนื่องจากตั้งข้อสงสัยในการนำเงินจำนวนมากมาติดที่ต้นกฐิน รวมทั้งเป็นผู้ประสานไปยังสำนักช่างสิบหมู่ของกรมศิลปากรเข้าตรวจสอบพระแก้วมรกต ที่อ้างว่าทำมาจากหยกและทองคำ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด อีกทั้งการสร้างพระแก้วมรกตยังต้องขอพระบรมราชานุญาตก่อนด้วย ซึ่งเณรคำไม่ได้มีการขอแต่อย่างใด

เณรคำ ถือว่ามีความผิดในทางสงฆ์ฐานเสพเมถุน ในขณะที่สิทธิตามกฎหมายถือว่ายังเป็นผู้บริสุทธิ์ หากว่าศาลยังไม่มีคำพิพากษา ทั้งนี้จากที่มีรายงานว่าเณรคำห่มจีวรขึ้นเครื่องมาจากสหรัฐฯ หากแต่งกายในลักษณะดังกล่าวลงเครื่องที่เมืองไทย ก็ต้องจับตาดูว่าเป็นการแต่งกายเลียนแบบสงฆ์หรือไม่

ส่วนตัวทนายสงกานต์ คาดว่าสาเหตุที่ดีเอสไอดำเนินคดีเณรคำแต่เพียงผู้เดียว เนื่องจากต้องการจัดการกับตัวการก่อน และคดีนี้จะหลุดหรือไม่ขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและพยานบุคคลที่มี จึงต้องการให้เจ้าหน้าที่ดูแลคุ้มครองพยานเป็นอย่างดี

 “เอาผิด ‘เณรคำ’ ทำได้หรือไม่?” 
ความคิดเห็นจากผู้ชมรายการ ระบุว่า ทำได้ 89% และ ทำไม่ได้ 11%
 
—————————————————————————————————

ดีเบต (Debate) โต้เหตุผล ค้นความจริง

“ดีเบต เพราะเราเชื่อว่า เหตุผล และ ความจริง จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น”

[ พิเศษสุด ] ผู้ชมสามารถร่วมดีเบตระหว่างออกอากาศสดในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ​​​ทางช่อง 3  และช่อง 33 HD เวลา 16.40 – 17.00 น. จันทร์ – ศุกร์ ผ่านทาง 3 ช่องทาง
1. Facebook @bectero.tv
2. YouTube.com @BECTERO.TV
3. Official LINE เรื่องเล่าเช้านี้
ผู้ดำเนินรายการ : ภาษิต อภิญญาวาท
ชมสดพร้อมกันผ่าน Facebook Live และ YouTube Live “BECTERO.TV”
และชมย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์  www.bectero.tv