แชร์โพสนี้

 
     ย้อนกลับไปเมื่อปลายปี พ.ศ.2555 เจ้าของไร่สับปะรดที่ จ. เพชรบุรี ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.เมืองนนทบุรี หลังพบกระบะโตโยต้ารุ่นไทเกอร์สีเทา ของลูกชายและลูกสะใภ้ที่หายตัวไปนานกว่า 3 ปี ซุกซ่อนอยู่ที่บ้านร้างของ พ.ต.อ.นพ.สุพัฒน์ เลาหะวัฒนะ ซึ่งในตอนนั้นเป็นอายุรแพทย์ โรงพยาบาลตำรวจ จ.นนทบุรี ต่อมามีการขุดพบโครงกระดูกมนุษย์ 3 โครงที่ไร่ของหมอสุพัฒน์ จ.เพชรบุรี ตรวจพิสูจน์ทางดีเอ็นเอพบเป็นโครงกระดูกของสามี-ภรรยา และแรงงานเมียนมา ที่ถูกหมอสุพัฒน์สังหารเมื่อประมาณเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2547 เนื่องจากไม่พอใจที่ผู้ตายสนิทสนมกับภรรยาคนที่ 3
 
       พนักงานอัยการ จ.เพชรบุรี สั่งฟ้องหมอสุพัฒน์ 3 คดี คือข้อหาค้ามนุษย์ ลักทรัพย์ และฆ่าผู้อื่นโดยปิดบังอำพรางศพ แต่ระหว่างพิจารณาคดีในปี พ.ศ.2555 หมอสุพัฒน์ได้หลบหนีไประเทศเมียนมา ระหว่างประกันตัวชั้นอุทธรณ์ ก่อนถูกเจ้าหน้าที่เมียนมาจับกุมขณะพักอยู่ภายในบ้านกับภรรยาชาวเมียนมา และต้องรับโทษคุมขังที่ประเทศเมียนมา 6 เดือน ในคดีลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย 
 
       จนกระทั่งล่าสุดในวันที่ 25 พ.ค.ที่ผ่านมา จึงถูกส่งตัวกลับมาให้ทางการไทยดำเนินคดีต่อไป โดยศาล จ.เพชรบุรี พิพากษาให้ประหารชีวิตตามคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ ต้องส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำกลางบางขวาง เนื่องจากอำนาจการคุมขังผู้ต้องโทษของเรือนจำกลางเพชรบุรี สำหรับผู้ต้องโทษไม่เกิน 20 ปี ส่วนผู้ต้องโทษเกินจาก 20 ปี ไปจนถึงตลอดชีวิต จะส่งตัวไปรับโทษที่เรือนจำกลางนครปฐม และกรณีโทษประหารชีวิต ส่งไปเรือนจำกลางบางขวางตามลำดับ
 
        ขณะที่ทางครอบครัวของเหยื่อ มั่นใจว่าลูกชายและลูกสะใภ้ไม่มีชีวิตอยู่แล้ว แต่ยังคงไม่ทราบข่าวที่แน่ชัดของทั้งคู่ เพราะแม้ว่าเวลาจะผ่านมานานกว่า 8 ปีแล้วก็ตาม แต่หมอสุพัฒน์ก็ยังไม่ยอมปริปากบอก
 
      คุณสว่าง นุ่มจุ้ย พ่อผู้เสียชีวิต เล่าว่า ตนเองตัดสินใจไปถามหมอสุพัฒน์ตั้งแต่ที่ลูกหายตัวไป เนื่องจากเชื่อว่ามีความเกี่ยวข้องกัน จากความไม่พอใจเรื่องงานตัดไม้ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แต่อีกฝ่ายกลับบอกปฎิเสธ ลูกสาวได้พูดคุยกับคุณสุเทพ พี่ชายหมอสุพัฒน์ พบว่ารถของลูกชายไปจอดอยู่ที่บ้านของแม่หมอสุพัฒน์ ตนเองจึงเดินทางไปดูและแน่ใจว่าเป็นรถของลูกชาย ทั้งนี้เมื่อถามหาความจริงกลับถูกข่มขู่และพูดจารุนแรง
 
     เมื่อพบโครงกระดูก เชื่อทันทีว่าเป็นศพของลูกชาย เพราะเสื้อที่ใส่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน แต่ผลตรวจออกมากลับไม่ใช่ ตนเองจึงอยากขอเข้าเยี่ยมหมอซึ่งถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำ เพื่อถามว่า “เอาลูกผมไปไว้ที่ไหน ผมต้องทำวิธีไหนให้ได้พบลูก” แม้ว่าไม่มีความหวังแล้ว คิดเสมอว่าลูกชายเสียชีวิตแล้วแน่นอน เพียงแค่อยากพบศพลูกชาย
 
     ตนเองรู้ความจริงว่าหมอสุพัฒน์หนีไปอยู่พม่าแต่พูดไม่ได้ เนื่องจากเขามีอิทธิพลเยอะกว่าเราที่เป็นผู้น้อย เขามีคนคอยดูแลแต่เราไม่มี ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาครอบครัวต้องหลบหนีไปจาก จ.เพชรบุรี จนกระทั่งหมอสุพัฒน์ถูกจับกุมจึงกลับมาทำกินได้ตามเดิม
 
     ทั้งนี้ แม้ว่าหมอสุพัฒน์จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแล้ว แต่ยังรู้สึกว่าตนเองยังไม่ได้รับความยุติธรรม เนื่องจากคดีไม่คลี่คลาย ทั้งที่มีวัตถุพยานคือรถยนต์ของลูกชายตนเองที่เข้าไปจอดอยู่ภายในบ้านของแม่หมอสุพัฒน์ให้สอบสวน แต่ทางเจ้าหน้าที่กลับยังไม่สอบสวนให้เต็มที่
 
 
————————————————————————————————————

ดีเบต (Debate) โต้เหตุผล ค้นความจริง

“ดีเบต เพราะเราเชื่อว่า เหตุผล และ ความจริง จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น”

[ พิเศษสุด ] ผู้ชมสามารถร่วมดีเบตระหว่างออกอากาศสดในรายการเรื่องเด่นเย็นนี้ ​​​ทางช่อง 3  และช่อง 33 HD เวลา 16.40 – 17.00 น. จันทร์ – ศุกร์ ผ่านทาง 3 ช่องทาง
1. Facebook @bectero.tv
2. YouTube.com @BECTERO.TV
3. Official LINE เรื่องเล่าเช้านี้
 
ผู้ดำเนินรายการ : สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ ( นิ้วกลม )
ชมสดพร้อมกันผ่าน Facebook Live และ YouTube Live “BECTERO.TV”
และชมย้อนหลังได้ที่เว็บไซต์  www.bectero.tv