ถ้าพูดถึงกีฬาเซปักตะกร้อ แน่นอนว่าทุกคนต้องเคยได้ยินและรู้จักกับร้อยตรีพรชัย เค้าแก้ว หรือปุ้ย นักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทยจากเมืองหมอแคนวัย 36 ปี เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์ 7 สมัย และ เอเชียนเกมส์ 4 สมัย ถือเป็นหนึ่งในกำลังสำคัญของนักตะกร้อทีมชาติไทย ที่ช่วยให้วงการลูกหวายไทยครองความยิ่งใหญ่มาอย่างยาวนานกว่า 2 ทศวรรษ

เจ้าปุ้ย เริ่มหันมาสนใจกีฬาเซปักตะกร้ออย่างจริงจังเมื่ออายุได้ 11 ปี พัฒนาฝีมือขึ้นมาเรื่อยๆจากการหาประสบการณ์จากการแข่งขันรายการต่างๆภายในประเทศ จนได้เป็นตัวแทนนักเรียนไทยไปแข่งขันในต่างประเทศ และเริ่มก้าวเข้าสู่ทีมชาติไทยในขณะที่มีอายุได้ 21 ปีเท่านั้น

10 กว่าปีที่มีโอกาสได้รับใช้ชาติ ในฐานะนักกีฬาเซปักตะกร้อทีมชาติไทย ซึ่งแน่นอนว่ากีฬาลูกหวาย ถือเป็นกีฬาความหวังของคนไทย ไม่ว่าจะไปแข่งขันในรายการไหน เป้าหมายของทีมคือการเป็นแชมป์สถานเดียวเท่านั้น ทำให้นักกีฬาตะกร้อไทยต้องเผชิญกับภาวะความกดดันมาตลอด เพราะการแข่งขันแต่ละทัวร์นาเม้นท์นั้น จะพลาดไม่ได้แม้แต่รายการเดียว ซึ่งตัวของ พรชัย เอง ก็ต้องเจอแรงกดดันมหาศาลแบบนี้มาโดยตลอดเช่นกัน และเปลี่ยนจากความกดดันมาเป็นแรงผลักดัน พาทีมชาติไทยกวาดแชมป์ต่างๆมาอย่างมากมาย

 

ส่วนอนาคตหากเขาเลิกเล่นทีมชาติไป เจ้าปุ้ย เผยว่า ตนยังมั่นใจในศักยภาพของน้องๆ นักกีฬารุ่นหลังที่จะเข้ามาทดแทน และพาทีมชาติไทยเป็นเบอร์ 1 ของกีฬาชนิดนี้ได้ต่อไป แม้ระยะหลังๆ ทีมคู่แข่งโดยเฉพาะเกาหลีใต้ ที่เริ่มพัฒนาฝีเท้ายกระดับมาอย่างก้าวกระโดดจนมาเป็นผู้ท้าชิงกับทีมชาติไทย แต่พรชัยยังเชื่อว่า นักกีฬารุ่นน้องหลายคนก็มีฝีเท้าที่ดีมากๆเช่นกัน และจะพาทีมชาติไทย ประสบความสำเร็จได้ในระยะยาว

เป้าหมายอันใกล้นี้ของพรชัย เค้าแก้ว คือการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ 2018 ที่ประเทศอินโดนีเซีย ระหว่างวันที่ 18 สิงหาคม – 2 กันยายนนี้ เจ้าตัวหมายมั่นปั้นมือที่จะพาทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองมาครองให้ได้อีกสมัย ซึ่งหากทำสำเร็จ เขาจะเป็นนักกีฬาเซปักตะกร้อเพียงคนเดียวที่สามารถได้เหรียญทองเอเชี่ยนเกมส์มากถึง 5 สมัย ซึ่งจะถือเป็นการปิดฉากการเล่นทีมชาติที่ยิ่งใหญ่ของเจ้าตัวมากๆ หากทำสำเร็จ

นอกจากนี้อีกหนึ่งความฝันของเขา คืออยากจะเห็นกีฬาเซปักตะกร้อที่เขารัก ยกระดับขึ้นไปสู่กีฬาสากล และถูกบรรจุอยู่ในกีฬาโอลิมปิกเกมส์เป็นครั้งแรกในอนาคตด้วย

Comments

comments