แชร์โพสนี้

เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ศึกไทยลีกฤดูกาล 2018 ที่จะถึงนี้ ได้มีการเพิ่มโควต้านักเตะอาเซี่ยน เพื่อต้องการจะเพิ่มฐานแฟนบอลไทยลีกให้กระจายกว้างขวางไปมากขึ้นโดยเฉพาะการตีตลาดจากประเทศเพื่อนบ้านในย่านเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งหลังจากที่โควต้าอาเซี่ยนเกิดขึ้น หลายสโมสรต่างพากันเสริมนักเตะโควต้าอาเซี่ยนเข้ามากันอย่างคึกคักจนเกิดกระแสฟีเวอร์การย้ายทีมของตลาดนักเตะในรอบนี้

ทีมโปลิศเทโร เอฟซี ถือเป็นหนึ่งในสโมสรที่สามารถเรียกเสียงฮือฮาจากแฟนบอลประเทศเพื่อนบ้านได้มากพอสมควร ทันทีที่มีการเปิดตัวกองหน้าที่เป็นถึงซูเปอร์สตาร์ทีมชาติเมียนมาอย่างอ่อง ธู

จากนั้นไม่นาน ก็มีเหล่าบรรดาแฟนบอลเมียนมาแห่เข้ามากดไลค์ คอมเม้นท์ พูดคุยเกี่ยวกับกองหน้ารายนี้ผ่านเพจเฟซบุ๊กทางการของสโมสรกันอย่างระอุโลกโซเชี่ยลมีเดียเลยทีเดียว

การก้าวเข้ามาสู่ถ้ำมังกรไฟของอ่อง ธู นั้นสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอลไทย รวมทั้งแฟนบอลชาวเมียนมาที่อยากเห็นนักเตะชาติของตัวเองได้วาดรวดลายฝีเท้า ในลีกฟุตบอลที่ขึ้นชื่อว่าได้มาตรฐานที่สุดในภูมิภาคอาเซี่ยน

“ผมรู้สึกดีใจมากที่จะได้เล่นให้กับสโมสรโปลิศเทโร เพราะผมอยากที่จะพัฒนาตัวเองให้มากกว่านี้ จึงตัดสินใจเลือกมาเล่นไทยลีก หลายสโมสรในไทยลีกให้ความสนใจในตัวผม แต่ผมเลือกมาโปลิศเทโร”

” ผมเคยดูเกมไทยลีก ซึ่งไทยลีกเป็นลีกที่ดี มีกองเชียร์เยอะ ทำให้ผมอยากติดตามไทยลีก แน่นอนว่าผมอยากโลดแล่นในไทยลีกและอยากเรียนรู้ที่นี่ไปเรื่อยๆ และดีใจมากๆที่ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของสโมสรแห่งนี้”

กองหน้าวัย 21 ปี พูดถึงความรู้สึกหลังย้ายเข้ามาร่วมทีมมังกรไฟ

แน่นอนว่าการย้ายมาเล่นในต่างแดนครั้งแรกของอ่อง ธู ซึ่งเจ้าตัวต้องเจอกับเรื่องของวัฒนธรรม ภาษา ที่ต่างไปจากการเล่นในประเทศอย่างสิ้นเชิง รวมถึงการที่สโมสรได้มอบความไว้วางใจให้เบอร์เสื้อหมายเลข 10 และเจ้าตัวจะได้รับค่าเหนื่อยที่มีตัวเลขค่อนข้างสูงพอสมควร นอกจากนี้ยังต้องรับความคาดหวังของแฟนบอลที่อยากจะเห็นผลงานที่ดีในสนามของดาวยิงรายนี้ ซึ่งอ่อง ธู ย้ำว่า ไม่กดดัน และพร้อมจะทำงานหนักเพื่อพิสูจน์ฝีเท้าของตัวเอง บนเวทีสูงสุดของประเทศไทย

“ผมไม่ค่อยเครียดเรื่องภาษาครับ จุดประสงค์ของการมาที่นี่คือผมอยากพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นและก็ไม่ได้กดดันในเรื่องของเงินเดือนด้วย ผมคิดแค่ว่าต้องการมาพัฒนาตัวเองให้เต็มที่ ต้องการพัฒนาฝีเท้าให้เก่งขึ้นกว่านี้อีก ส่วนความคาดหวังของสโมสรนั้น ผมคิดว่า มันขึ้นอยู่กับว่าจะทำประตูได้หรือไม่ได้ ถ้าได้ความมั่นใจทั้งหมดก็จะมีมาเรื่อยๆ ส่วนตัวไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะยิงให้ได้กี่ประตู แต่ผมมีความตั้งใจที่จะทำให้ดีที่สุด เพื่อให้ผลงานของทีมออกมาดีที่สุดด้วย”

สำหรับเส้นทางลูกหนังของอ่อง ธู นั้น ได้รับการสนับสนุนจากทางครอบครัวของเขาอย่างเต็มที่ตั้งแต่เด็กเพื่อหวังจะให้ อ่อง ธู ได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพอย่างเต็มตัว เขาโด่งดังตั้งแต่อายุ 13 ปี และได้มาอยู่กับทีมยาดานาร์บอนซึ่งเป็นทีมดังจากลีกเมียนมา ตั้งแต่อายุ 17 ปี ที่สำคัญเขาเคยมีประสบการณ์ในการเล่นฟุตบอลโลกรุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี รอบสุดท้ายที่ประเทศนิวซีแลนด์มาแล้วด้วย การมาเมืองไทยครั้งนี้เจ้าตัวก็ต้องการที่จะพัฒนาฝีเท้าตนเอง และเก็บเกี่ยวประสบการณ์ให้ได้มากที่สุด ในเวทีไทยลีก

นอกจากนี้กองหน้าทีมชาติเมียนมา ยังได้พูดขอบคุณกองเชียร์สโมสรโปลิศเทโร กองเชียร์ชาวไทยและกองเชียร์ชาวเมียนมา ซึ่งเจ้าตัวยืนยันอย่างหนักแน่นว่า จะพัฒนาตัวเองให้ดีที่สุดและจะทำให้เต็มที่ ซึ่งเราต้องติดตามกันดูว่า การค้าแข้งในเมืองไทยครั้งแรกของดาวยิงวัย 21 ปีจากเมียนมารายนี้ จะทำผลงานได้ดีขนาดไหน กับบททดสอบใหม่ในเวทีไทยลีก 2018