พิริยะ นัยเนตร ผู้รักษาประตูทีมซุปเปอร์พาวเวอร์ ที่มีความฝันว่าครั้งหนึ่งในชีวิต อยากจะลงสนามในลีกสูงสุดของประเทศสักครั้ง

นายทวารวัย 31 ปีรายนี้ มีความชื่นชอบกีฬาฟุตบอลมาตั้งแต่เด็กและเริ่มเล่นฟุตบอลครั้งแรกตอนอายุ 7 ขวบ ความฝันในตอนนั้นคืออยากเข้ามาเรียนใน กทม. เพื่อหวังจะต่อยอดในการเป็นนักฟุตบอลอาชีพ จนกระทั่งได้มีโอกาสเข้ามาเรียนต่อในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัยนนทบุรี โดยได้คำแนะนำจากอาจารย์ที่เคยเป็นนักฟุตบอลเก่า

พิริยะ นัยเนตรเริ่มเล่นฟุตบอลในตำแหน่งผู้รักษาประตูตั้งแต่แรก และฝึกซ้อมในตำแหน่งนี้มาตลอด เป็นตัวแทนทีมโรงเรียนเดินสายไปแข่งเรื่อยๆ ใช้เวลานานพอสมควน จนมีโอกาสได้เซ็นสัญญาเป็นนักฟุตบอลอาชีพครั้งแรกในชีวิตกับสโมสรปทุมธานี ยูไนเต็ด ที่อยู่ในศึกดิวิชั่น 2 จากนั้นหลังจบฤดูกาล ได้มาเล่นให้ทีมเจดับบลิว รังสิต เอฟซี ทีมในดิวิชั่น 1 เป็นเวลา 2 ปี

เส้นทางลูกหนังของเขาไม่เคยหยุดนิ่ง เช่นกันว่าเขาก็ไม่หยุดที่จะพัฒนาตัวเอง และได้มีโอกาสย้ายไปเล่นให้กับทีมนครปฐม ยูไนเต็ดทีมจากดิวิชั่น 1 ซึ่งอยู่ค้าแข้งกับนครปฐมเป็นเวลาถึง 3 ปี ก่อนย้ายไปร่วมทัพทีมปลาทูคะนอง สมุทรสงคราม เอฟซี ในศึกดิวิชั่น 1 เช่นกัน และได้มาร่วมทีมซุปเปอร์พาวเวอร์ สมุทรปราการ เอฟซี ทีมจากไทยลีกในช่วงเลก 2 ฤดูกาล 2017 และนี่คือความฝันที่เป็นจริงของเขาที่จะมีโอกาสได้เล่นในลีกสูงสุดของประเทศครั้งแรก

แต่ทว่าลีกสูงสุดมันกลับไม่ได้โรยเส้นทางด้วยกลีบกุหลาบ พิริยะลงเฝ้าเสาประเดิมเกมแรกในไทยลีก โดยพาทีมซุปเปอร์พาวเวอร์ บุกไปเยือนทีมที่ถือเป็นระดับแนวหน้าของเมืองไทย อย่างกระต่ายแก้ว บางกอกกล๊าส เอฟซี ที่ลีโอ สเตเดี้ยม และก็เป็นเหมือนฝันร้ายของเขา เมื่อซุปเปอร์พาวเวอร์ทีมของเขาโดนบางกอกกล๊าส เอฟซี อัดไปชนิดที่หาทางกลับบ้านแทบไม่ถูก 8-0 ซึ่งหลังเกมเจ้าตัวเปิดใจว่า สกอร์ 8-0 ที่พ่ายแพ้นั้นถือเป็นแมตช์ที่แพ้เยอะที่สุดในชีวิตอาชีพนักฟุตบอลของเขา เจ้าตัวยอมรับว่าท้อมาก แต่เมื่อมาถึงจุดนี้แล้ว จุดที่ฝันมาตลอดว่าจะต้องเล่นลีกสูงสุดให้ได้สักครั้ง ก็ต้องเดินหน้าสู้กันต่อไป พยายามซ้อมอย่างหนักเพื่อให้ผลงานในแมตช์ต่อๆ ไปดีขึ้นกว่าเดิม

ซุปเปอร์พาวเวอร์ทำผลงานได้อย่างย่ำแย่ ไม่พบกับชัยชนะเลย จนกระทั่งนัดที่ 30 ของฤดูกาล เดอะพาวเวอร์ รวมใจกันสู้จนสามารถเปิดบ้านเฉือนเอาชนะราชนาวี เอฟซี ได้ 3-2 เป็นการชนะนัดแรกของทีมในฤดูกาลนี้ ซึ่งหลังเกม นายทวารรายนี้เผยความรู้สึกว่า ตนดีใจมาก ความรู้สึกราวกับการยกภูเขาออกจากอก ที่สามารถปลดล็อกเก็บชัยชนะแมตช์แรกในฤดูกาลนี้ได้ซะที

ซุปเปอร์พาวเวอร์ทำผลงานทั้งฤดูกาล 34 นัด มีเพียง 6 คะแนนเท่านั้น และเก็บชัยชนะได้เพียงนัดเดียว ซึ่งปัจจัยสำคัญของทีม คือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของสโมสร ที่มีการเปลี่ยนผู้บริหารใหม่ และสุดท้ายต้องตกชั้นไปเล่นในศึกไทยลีก 2 ในฤดูกาลหน้า ซึ่งเจ้าตัวก็เปิดใจถึงแฟนบอลเดอะพาวเวอร์ว่า อยากให้แฟนบอลเดอะพาวเวอร์ตามเชียร์ทีมแบบนี้ตลอดไป แน่นอนว่านักฟุตบอลก็จะพยายามทำผลงานให้ดีที่สุดเช่นกัน

เด็กบ้านนอกจากจังหวัดบุรีรัมย์ที่เริ่มเล่นฟุตบอลด้วยความใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่ง จะได้เป็นนักฟุตบอลอาชีพและได้เล่นในลีกสูงสุดสักครั้ง วันนี้พิริยะ นัยเนตรผู้รักษาประตูวัย 31 ปี ก็ได้ทำความฝันของตัวเองสำเร็จแล้ว และแม้ว่าในอนาคตบนเส้นทางลูกหนังของเขาจะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางไหน แต่สิ่งที่ยังคงอยู่กับเขา คือความรักในกีฬาฟุตบอลของนายทวารรายนี้ที่บ่งบอกออกมาจากน้ำเสียง และแววตาของนักสู้ผู้ไม่เคยยอมแพ้ในเส้นทางนักฟุตบอลอาชีพ

Comments

comments