การกลับมาทวงแชมป์ไทยลีก 2017 คืนจากคู่ปรับอย่างเอสซีจี เมืองทองฯ ของทีมปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด หลังจากที่เปิดไอโมบาย สเตเดี้ยม ไล่ต้อนเอาชนะโปลิศเทโร เอฟซีได้อย่างขาดลอย 4-0 คว้าแชมป์ฟุตบอลไทยลีก 2017 ได้สำเร็จ และถือเป็นแชมป์สมัยที่ 5 ของทีมเซราะกราว และสร้างประวัติศาสตร์ของวงการฟุตบอลไทยกับการที่เป็นสโมสรแรกที่สามารถคว้าแชมป์ลีกสูงสุดได้ถึง 5 สมัย

หนึ่งในกำลังสำคัญที่พาทีมบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดผงาดทวงความยิ่งใหญ่กลับมาทวงบัลลังก์แชมป์ในฤดูกาลนี้ หนึ่งในนั้นคือ ‘ผู้หมวดต้น’ นฤบดินทร์ วีรวัฒโนดม แบ็กขวาจอมบุกที่ฤดูกาลนี้เล่นได้อย่างโดดเด่นจนคัมแบ็กกลับมามีชื่อติดทีมชาติไทยอีกครั้ง หลังจากที่หลุดทีมชาติไปพักใหญ่

นฤบดินทร์ เปิดใจหลังพาทีมบุรีรัมย์เถลิงบัลลังก์แชมป์ไทยลีกว่า รู้สึกดีใจ ที่สามารถคว้าแชมป์ในฤดูกาลนี้ได้สำเร็จ ซึ่งหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ทำให้ทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้ คือผู้เล่นคนที่ 12 อย่างกองเชียร์ปราสาทสายฟ้า ที่เข้ามาคอยให้กำลังใจกันอย่างแน่นสนามทุกนัด โดยเฉพาะเกมในบ้าน และมีส่วนสำคัญช่วยให้ทีมทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในฤดูกาลนี้

แบ็กขวาทีมชาติไทย เล่าต่อว่า แม้ว่าในช่วงหนึ่งที่ปราสาทสายฟ้า ตามหลังทีมกิเลนผยองเกือบ 10 แต้ม เนื่องจากมีปัญหาเรื่องของการเปลี่ยนโค้ชจากกรณีที่รันโก โปโปวิช ลาออกจากตำแหน่งไป และได้โบซิดาร์ บันโดวิช ที่เป็นผู้ช่วยอยู่แล้ว ซึ่งตอนนั้นต้องใช้เวลาปรับจูนทีมกันพอสมควร จนทุกอย่างลงตัว อีกทั้งมีโชคตรงที่คู่แข่งอย่างเมืองทองฯ ก็ทำแต้มหลุดมือ ทำให้บุรีรัมย์ เร่งเครื่องโกยแต้มเก็บชัยชนะอย่างต่อเนื่องไล่ตามจนกรทั่งแซงนำและคว้าแชมป์ไปในที่สุด

แม้ว่าจะสามารถเป็นแชมป์ไทยลีกได้ในฤดูกาลนี้ แต่ในส่วนของฟุตบอลถ้วยอย่างช้าง เอฟเอ คัพ และ โตโยต้า ลีกคัพ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องมีอันกระเด็นตกรอบไปก่อนเวลาอันควร ชวดแชมป์ฟุตบอลถ้วยของประเทศไปทั้ง 2 รายการ ซึ่งไม่เป็นไปตามเป้าหมายตอนแรก ที่ประธานสโมสร เนวิน ชิดชอบ ประกาศกร้าวเอาไว้ว่าต้องการคว้า 3 แชมป์ในฤดูกาลนี้

เรื่องนี้ นฤบดินทร์ เผยว่า ถือเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังที่ต้องตกรอบบอลถ้วยไปทั้ง 2 รายการ ซึ่งท่านประธานสโมสรเนวิน ชิดชอบ ก็ได้บอกกับพวกเราว่า ในเมื่อแพ้ไปแล้วซึ่งไม่สามารถกลับไปแก้ไขผลการแข่งขันได้ เราก็ต้องเดินหน้ากันต่อไป ที่สำคัญเป้าหมายของทีม คือการกลับไปเล่นรายการเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ในฤดูกาลหน้า และเราก็ทำได้สำเร็จ

ระยะเวลาช่วงหนึ่ง ระหว่างวันที่ 22 มกราคม – 19 พฤษภาคม 2560 แบ็กขวาจอมลุยรายนี้ ต้องเข้ารับการฝึกอบรมนายร้อยตำรวจ ที่โรงเรียนนายร้อยตำรวจ อ.สามพราน จ.นครปฐม จนหายไปจากทีมในช่วงนั้น และหลุดจากทีมชาติไทยไปด้วย แต่หลังจากที่เสร็จสิ้นภาระกิจ นฤบดินทร์ ก็กลับมามุ่งสมาธิกับเรื่องฟุตบอลอย่างใจจดใจจ่อ ซ้อมพิเศษ จนกลับมาเป็นตัวหลักของทีม และทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม จนมิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทย เรียกตัวเขากลับมาติดทีมช้างศึกอีกครั้ง

สำหรับเป้าหมายต่อไปของนฤบดินทร์ จากนี้ คือในฤดูกาลหน้าที่ทีมปราสาทสายฟ้า ต้นสังกัดของเขา จะได้ลงเล่นฟุตบอลถ้วยที่ใหญ่ที่สุดของทวีปเอเชีย อย่างเอเอฟซี แชมป์เปี้ยนส์ลีก ซึ่งเจ้าตัวก็ตั้งเป้าขอพิสูจน์ตัวเอง ทำผลงานให้ดีที่สุดในรายการระดับทวีป เพื่อพาทีมต้นสังกัดไปให้ได้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้ในรายการนี้ ซึ่งบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด เคยเข้ารอบไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้าย ถือเป็นการเข้ารอบลึกที่สุดแล้วในรายการนี้ของทีมปราสาทสายฟ้า

นฤบดินทร์ ปิดท้ายโดยฝากถึงน้องๆ ทีมชาติไทยรุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่เตรียมจะลงแข่งขัน ศึกชิงแชมป์เอเชีย U23 รอบสุดท้าย ที่ประเทศจีน ระหว่างวันที่ 9-27 มกราคมปี 2561 ว่า ให้ทำผลงานให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ ซึ่งผลจะเป็นอย่างไรนั้น อย่างน้อยก็ได้ทำอย่างสุดความสามารถแล้ว และไม่จำเป็นต้องมานึกเสียดายทีหลัง

Comments

comments